กรีนไฮเปอร์มาร์ท:สารานุกรมผลิตผลและผลิตภัณฑ์จากพืช ในซุปเปอร์มาร์เก็ต

ผลิตผลและผลิตภัณฑ์จากพืชลักษณะทางพฤกษศาสตร์สมุดคำศัพท์ดัชนีชื่อพืช


E-rauchen tut nicht schädlich sein. Hier ein Linktip für dich → elektronische Zigarette . Elektrische Zigaretten sollen nicht schädlich sein. Und deshalb kannst du dich darüber ruhig mal informieren. Wegen der tollen Gewinn Möglichkeiten, gehört Merkur Double Triple Chance online für mich zu meinen Lieblings Slotspielen. Ganz egal, wie abgenervt ich vom Alltag bin, Triple Chance spielen gibt mir immer wieder den nötigen spielerischen Kick um mich zu entspannen. Triple Chance ist ein modern und spannender Merkur Spielautomat ganz nach alter Schule. Sein Glück kann man beim Triple Chance online auf bis zu 5 Gewinnlinien herausfordern. Am Ende gibt es in Book of Ra bloß ein einziges Spiel Feature – das Re Win. Hierbei bekommt man die Möglichkeiten, immer wieder einen bestimmten Betrag noch einmal auf sein Twist Konto zu packen. Dazu erscheint auf dem Bildschirm eine Drehscheibe.Das Vollbild startet dieses Feature. Jetzt erscheint eine Dreh Scheibe, die entweder auf Rewin leider aber auch auf dem Symbol “Stop“ stehen bleiben kann. Ein komplettes Bild löst dieses Fetaure aus. Jetzt siehst du die Dreh Scheibe, welche entweder auf Re Win leider aber auch auf dem Symbol „Stop“ zum stehen kommt. Drei fache Möglichkeiten zu gewinnen gibt’s nicht? Oh doch, diese gibt es sehr wohl! Zumindest gilt das für Book of Ra online, dem Walzen Slot im fruchtigen Design. Sausen dir die lustigen Obstsymbole erst mal über die Walzen, heißt es Nervenkitzel pur, weil die hohen Gewinntwists erwarten dich meist schon nach dem nächsten Dreh.

เครื่องดื่ม

กาแฟพร้อมดื่ม

กาแฟพร้อมดื่ม (canned instant coffee) มีส่วนผสมของกาแฟ นม และน้ำตาล ชงให้ได้รสชาติดีแล้วบรรจุกระป๋องแบบเดียวกับน้ำผลไม้

กาแฟผงได้จากการบดเมล็ดกาแฟที่ผ่านการคั่วให้หอม ชาวอียิปต์รับเอาวัฒนธรรมการดื่มกาแฟมาจากชาวอาหรับในราวปีพ.ศ. 2053 และมาถึงชาวอิตาเลี่ยนราว 100 ปีหลังจากนั้น ในประเทศอังกฤษในราว พ.ศ. 2193 ร้านกาแฟกลายเป็นที่ชุมนุมของผู้คน ใช้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์การเมือง (อย่างที่เรียกว่า สภากาแฟ) ซึ่งขณะนั้นในอังกฤษมีร้านกาแฟถึง 3,000 แห่งทีเดียว กาแฟ 1 ถ้วย มีคาเฟอีน 1.5-2.5% มีฤทธิ์ทำให้สดชื่น ไม่ง่วงซึม แต่ถ้าดื่มมากอาจทำให้ใจสั่นได้ นอกจากพบคาเฟอีนในกาแฟแล้ว ชา และโกโก้ (ดูช็อกโกแล็ต) ก็มีคาเฟอีนเป็นองค์ประกอบด้วย

โค้ก

จอห์น เพมเบอร์ตัน (John S. Pemberton) ชาวอเมริกันเป็นผู้คิดสูตรโค้ก (coke) หรือโคคาโคล่า (coca cola) ขึ้น มีส่วนผสมสำคัญดั้งเดิม ได้แก่ น้ำสกัดจากใบโคคา (coca) และคาเฟอีน ซึ่งสกัดจากผลโคล่า (kola nut) รวมทั้งแอลกอฮอล์ และมีการแต่งกลิ่นรส ด้วยน้ำตาล น้ำมะนาว กรดมะนาว กลิ่นวานิลลา กลิ่นคาราเมล (caramel) น้ำมันส้ม (orange oil) น้ำมันเลมอน (lemon oil) น้ำมันจันทน์เทศ (ดูลูกจันทน์) น้ำมันอบเชย น้ำมันลูกผักชี และเติมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อให้รสซ่า นอกจากนี้ยังเพิ่มความเป็นกรด ลดปริมาณออกซิเจน ช่วยป้องกันการเจริญของจุลินทรีย์ สูตรของโค้กในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเล็กน้อย โดยเฉพาะน้ำสกัดจากใบโคคา ต้องสกัดเอาโคเคน (cocaine) ออกก่อนเพราะเป็นสารเสพติดผิดกฎหมาย แต่ส่วนผสมยังคงถูกเก็บเป็นความลับสำคัญของบริษัทโค้ก ซึ่งมีแต่ผู้บริหารระดับสูงเท่านั้นที่จะรู้

โคคาโคล่า

ดูโค้ก

ชามะนาวพร้อมดื่ม

ชามะนาว (lime tea) คือ ชาที่ชงจากใบชา ผสมน้ำตาลและปรุงรสด้วยน้ำมะนาว บรรจุใส่ภาชนะด้วยวิธีการเดียวกับการบรรจุน้ำผลไม้

น้ำกระเจี๊ยบ

น้ำกระเจี๊ยบ (roselle juice) ได้จากการต้มกลีบเลี้ยงและริ้วประดับของกระเจี๊ยบ แล้วใส่น้ำตาล สีแดงของน้ำกระเจี๊ยบเป็นสีของรงควัตถุชื่อแอนโธไซยานิน (anthocyanin) ซึ่งพบได้ทั่วไปในเซลล์ของดอกไม้ ใบไม้ที่มีสีแดง น้ำกระเจี๊ยบมีสารเมือกพวกเพกทิน ช่วยรักษาแผลในกระเพาะ มีกรดอินทรีย์หลายชนิด โดยเฉพาะกรดมะนาว ช่วยลดไขมันและความดันโลหิต แก้กระหาย ลดอุณหภูมิในร่างกาย นอกจากนี้ยังมีการใช้น้ำกระเจี๊ยบแต่งสีอาหารอีกด้วย

น้ำผลไม้

น้ำผลไม้ (fruit juice) ได้มาจากน้ำในเซลล์ของผลไม้ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในแวคิวโอล ผลไม้บางชนิดต้องปอกเปลือกก่อนคั้นน้ำ บางชนิดอาจต้องกรองหรือปั่นแยกเนื้อผลไม้ออกไปจากน้ำผลไม้ น้ำผลไม้ที่กินแบบน้ำใส เช่น น้ำสับปะรด น้ำองุ่น และน้ำแอปเปิ้ล เมื่อกรองแล้วหากยังมีความขุ่น เนื่องจากมีกลุ่มเซลล์เล็กๆแขวนลอยอยู่ อาจเติมสารเคมีช่วยตกตะกอน เช่น ไข่ขาว ดินเหนียวและเบนโตไนต์ (bentonite) หรือเติมเอนไซม์ เพื่อทำลายเพกทิน ซึ่งเป็นสารประกอบคาร์โบไฮเดรตที่ทำหน้าที่เชื่อมเซลล์เข้าด้วยกันเพื่อทำลายกลุ่มเซลล์ แต่สำหรับน้ำมะเขือเทศ ส้มเขียวหวาน น้ำฝรั่ง จะไม่มีการแยกเนื้อออก เมื่อคั้นน้ำแล้ว จะนำน้ำผลไม้ผ่านความร้อนแบบพาสเจอไรซ์ (pasturize) หรือเติมสารเคมี เช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และเบนโซเอต หรือลดอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส ทั้งนี้เพื่อลดการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์และทำลายเอนไซม์ หากต้องมีการทำให้เข้มข้น (concentration) นิยมใช้วิธีดูดความชื้นออกด้วยระบบสุญญากาศ (vacuum) ภายใต้อุณหภูมิต่ำ จากนั้นอาจแช่เย็น บรรจุใส่กระป๋อง ขวด หรือแช่แข็ง เศษผลไม้ที่เหลือจากการทำน้ำผลไม้ เช่น เปลือก และแกน สามารถนำไปใช้ทำแยมและเยลลี่ หรือหมักทำน้ำส้มสายชู หรืออัลกอฮอล์ สำหรับเปลือกผล แกน และก้านสับปะรดสามารถนำไปสกัดบรอมมีเลน (bromelain) ทำผงหมักเนื้อ

น้ำฝรั่งพร้อมดื่ม

ดูน้ำผลไม้ และฝรั่ง

น้ำมะเขือเทศพร้อมดื่ม

ดูน้ำผลไม้ และมะเขือเทศ

น้ำมะตูมพร้อมดื่ม

การทำน้ำมะตูม (aegle juice) จะนำผลมะตูมสุก มาขูดเปลือกให้สะอาด ทุบให้เปลือกแตก ต้มทั้งลูก หรืออาจใช้มะตูมหั่นตากแห้ง นำมาย่างไฟให้หอม แล้วต้มกับน้ำตาลทรายแดง น้ำมะตูมมีกลิ่นรสเฉพาะตัว เป็นเครื่องดื่มแก้กระหาย ช่วยขับลม ฆ่าเชื้อในลำไส้ ช่วยระบายอ่อนๆ ช่วยให้เจริญอาหาร ในปัจจุบันมีการนำน้ำมะตูมมาบรรจุกระป๋องเป็นน้ำมะตูมพร้อมดื่ม และจำหน่ายมะตูมแห้งป่นสำหรับชงดื่ม (ดูมะตูมผง) ด้วย

น้ำมะพร้าวพร้อมดื่ม

ดูน้ำผลไม้ และมะพร้าว

น้ำว่านหางจระเข้พร้อมดื่ม

น้ำว่านหางจระเข้ (aloe vera juice) คือน้ำคั้นจากใบว่านหางจระเข้ ส่วนที่มีลักษณะเป็นวุ้นในแกนกลางของใบ ซึ่งเป็นสารประกอบคาร์โบไฮเดรตพวกกลูโคแมนแนน (glucomannan) มีคุณสมบัติช่วยลดการดูดซึมของน้ำตาลกลูโคสในระบบทางเดินอาหาร ลดระดับคอเลสเตอรอล และน้ำตาลในเลือด เพราะน้ำตาลแมนโนส (mannose) ที่ผ่านการย่อยจะถูกดูดซึมช้า เหลือกากมากและถูกกำจัดออกจากร่างกาย ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดี กลูโคแมนแนนพบในหัวบุก และผลิตภัณฑ์จากหัวบุก เช่น วุ้นเส้นบุกและเส้นหมี่แป้งหัวบุกด้วย

น้ำส้มเขียวหวานพร้อมดื่ม

ดูน้ำผลไม้ และส้มเขียวหวาน

น้ำสับปะรดพร้อมดื่ม

ดูน้ำผลไม้ และสับปะรด

น้ำองุ่นพร้อมดื่ม

ดูน้ำผลไม้ และองุ่น

น้ำอัดลม

น้ำอัดลม (carbonated soft drink) เริ่มมีการผลิตมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2408 ปัจจุบันเป็นเครื่องดื่มที่แพร่หลายไปทั่วโลก เช่น โค้ก และเป๊ปซี่ ส่วนประกอบที่สำคัญในน้ำอัดลม ได้แก่ น้ำ, น้ำหัวเชื้อหรือสารให้กลิ่นรสเข้มข้น ซึ่งอาจได้จากธรรมชาติหรือจากการสังเคราะห์ (ดูตัวอย่างส่วนผสมในโค้ก), น้ำตาลหรือสารให้ความหวาน, กรด, สี, และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สารให้ความหวานชนิดอื่นนอกจากน้ำตาล ที่นิยมใช้ในน้ำอัดลม ได้แก่ แอสปาร์แทม และแซ็กคาริน ซึ่งทั้งสองชนิดไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ ไม่ให้พลังงาน จึงนิยมใช้ในน้ำอัดลมสำหรับผู้ที่ต้องการลดความอ้วน หรือผู้ป่วยเบาหวาน

น้ำแอปเปิ้ลพร้อมดื่ม

ดูน้ำผลไม้ และแอปเปิ้ล

เบียร์

เบียร์ (beer) เป็นเครื่องดื่มมีอัลกอฮอล์ชนิดแรก และเป็นที่นิยมมากที่สุดในโลก ชาวอียิปต์เริ่มผลิตเบียร์เมื่อกว่า 5,000 ปีมาแล้ว เบียร์ผลิตโดยต้มมอลท์กับเมล็ดข้าวบาร์เลย์แล้ว กรอง จากนั้นจึงใส่ฮ็อป แล้วหมักด้วยยีสต์

มอลท์คือเมล็ดธัญพืชที่งอกเล็กน้อย การงอกทำให้มีการสร้างเอนไซม์ซึ่งจะเปลี่ยนแป้งในมอลท์และในข้าวบาร์เลย์เป็นน้ำตาล และจะเกิดการหมักโดยยีสต์ในภายหลัง ส่วนฮ็อปนั้นเป็นช่อดอกของไม้เลื้อยชนิดหนึ่งซึ่งมีชัน (resin) และน้ำมันระเหยหอม ทำให้เกิดรสขมและกลิ่นเฉพาะตัวของเบียร์

เบียร์บรรจุขวดหรือกระป๋องผ่านการฆ่าเชื้อโรคด้วยวิธีพาสเจอไรซ์ (pasturization) ด้วยอุณหภูมิประมาณ 60 องศาเซลเซียสหลายนาที แต่หากเก็บไว้นานก็อาจเสียได้ ส่วนเบียร์สด (draft beer) คือเบียร์ที่ไม่ผ่านความร้อน จึงยังคงกลิ่นรสของเบียร์อย่างเข้มข้น ในปัจจุบันเบียร์สดบรรจุกระป๋องมักกำจัดเชื้อจุลินทรีย์และยีสต์ออกโดยวิธีการกรองด้วยแผ่นกรองที่มีรูขนาดเล็กมากๆ ทำให้เก็บไว้ได้นานขึ้น ปกติเบียร์มีอัลกอฮอล์ประมาณ 3.2% เบียร์ 1 กระป๋องให้พลังงาน 116 คาลอรี่ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากอัลกอฮอล์ สำหรับเบียร์ไลท์ (light beer) ให้พลังงานน้อยกว่าเบียร์ธรรมดาถึง 30-50% และมีอัลกอฮอล์น้อยกว่าด้วย ทั้งนี้เพราะเบียร์ไลท์ผลิตโดยใช้วัตถุดิบน้อยกว่าเบียร์ธรรมดานั่นเอง

วิสกี้

วิสกี้ (whiskey) ผลิตด้วยขั้นตอนคล้ายกับการผลิตเบียร์ แต่เมื่อต้มมอลท์กับเมล็ดข้าวบาร์เลย์แล้วจะไม่กรอง และเมื่อหมักด้วยยีสต์ แล้วจะกลั่นเอาแต่อัลกอฮอล์และกลิ่นออกมาเป็นวิสกี้ วิสกี้มักถูกเก็บต่อไปประมาณ 2 ปีในถังไม้เพื่อให้รสชาติดี

ไวน์

โดยทั่วไปคำว่าไวน์ (wine) ใช้เรียกน้ำองุ่นหมัก แต่เมื่อหมักน้ำผลไม้ชนิดอื่นๆก็จะระบุชนิดของผลไม้ เช่น ไวน์มะม่วง ไวน์สับปะรด ไวน์กระเจี๊ยบ (ดูน้ำกระเจี๊ยบ) ไวน์สตรอเบอร์รี่ ไวน์มีกำเนิดในแถบตะวันออกกลางเมื่อประมาณ 7-8 พันปีมาแล้ว และพบบันทึกการทำไวน์ในอียิปต์เก่าแก่กว่า 4,500 ปี

การทำไวน์ เริ่มจากนำผลองุ่นมาบด เติมซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เพื่อฆ่าเชื้อต่างๆที่อาจติดมากับผลองุ่น จากนั้นจึงเติมยีสต์ซึ่งคัดสายพันธุ์มาเป็นพิเศษ แล้วหมักในถังหมัก (vat) ซึ่งควบคุมอุณหภูมิ ไวน์แดงได้จากการหมักองุ่นทั้งเปลือก (ดูผนังผล) ส่วนไวน์ขาวได้จากการหมักน้ำองุ่นที่แยกเปลือกออกก่อนการหมัก หลังจากการหมัก จะทำให้ไวน์ใสโดยการเติมเจลาติน (gelatin) หรือโปรตีนจากไข่ขาว ทิ้งไว้ให้ตกตะกอน แล้วจึงกรอง

หลังจากนั้น ไวน์ส่วนใหญ่จะถูกทิ้งไว้ในถังไม้นานหลายเดือนหรือหลายปีเพื่อให้รสชาติกลมกล่อม กรดในน้ำองุ่นจะถูกเปลี่ยนเป็นกลิ่นหอมของสารประกอบพวกเอสเทอร์ (ester) และถังไม้ก็จะดูดซึมความฝาดและให้กลิ่นหอมเฉพาะตัว หลังจากนั้นไวน์จะถูกกรองและบรรจุลงขวด อาจเก็บในขวดต่อไปอีกนานเพื่อให้กลิ่นหอมและรสชาติดี ไวน์ที่ผ่านการหมักแล้ว นำไปเติมน้ำตาลและหมักต่อจะได้แชมเปญ (champagne) หากนำไวน์ขาวไปกลั่นจะได้วิสกี้

เชื่อว่าการดื่มไวน์ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด และลดอัตราการเกิดโรคหัวใจได้

นอกจากไวน์จากน้ำผลไม้แล้ว ธัญชาติ เช่น ข้าว ก็นำมาหมักเป็นไวน์ได้ ตัวอย่างของไวน์ข้าวที่รู้จักกันดี ได้แก่ อุ สาโท และสาเก


Personal Tools