ผลิตผลและผลิตภัณฑ์จากพืชลักษณะทางพฤกษศาสตร์สมุดคำศัพท์ดัชนีชื่อพืช


E Zigaretten rauchen soll nicht ekelhaft sein. Noch einiges zum Thema hier → elektrische Zigarette kaufen ! E-Kippen sind total angesagt! Genau deswegen sollte sich jeder schlau machen. Das Online Slotgame Novoline Book of Ra online spielen ist ein ganz spezieller Gewinn Automat! Wieso? bei keinem Anderen hat man die Chance seine Twist Gewinne zu verdreifachen! Wenn die lustigen Obstsymbole erst einmal über die Walzen fliegen, dann heißt es Luft anhalten, denn die dicken Twistgewinne warten mit Sicherheit schon nach dem nächste Dreh. Bei Novoline Book of Ra dreht sich alles um die Zahl Drei. Deshalb können Spieler ihr Glück nicht nur auf drei Gewinnwalzen ausprobieren, vielmehr sind auch die Umdrehungen bei Novoline Book of Ra online spielen gefühlte 3mal fixer als bei anderen Fruit Automaten.

ผัก

กระชาย

รากกระชายเป็นรากสะสมอาหารมีกลิ่นหอม ใช้ทั้งรากแบบสดโดยหั่นซอยเพื่อแต่งกลิ่นอาหารคาวหลายอย่าง เช่น ผัดเผ็ดปลาดุก น้ำพริกน้ำยา แกงไตปลา และแกงส้ม เป็นต้น ซึ่งกลิ่นหอมนี้มีองค์ประกอบคือน้ำมันระเหยหอมซึ่งช่วยขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อได้ รากกระชายมีแคลเซี่ยม และวิตามินเอสูง

กระเทียม

ส่วนของกระเทียมที่นำมากิน คือ หัวแบบหัวหอมแดง และหัวหอมใหญ่ กระเทียมมีสารอัลลิซิน (allicin) ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

มีการใช้กระเทียมเป็นเครื่องเทศและสมุนไพร โดยใช้ทั้งในลักษณะกินสด ผสมเครื่องน้ำพริก ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ อบแห้ง บดเป็นผง ดองเป็นกระเทียมดอง (ดูผักดอง) และสกัดน้ำมันเพื่อใช้แต่งกลิ่นอาหารพวกเครื่องดื่ม บะหมี่สำเร็จรูป และเนื้อสัตว์ปรุง

กะเพรา

กะเพราเป็นผักและเป็นเครื่องเทศซึ่งคนไทยนิยมใช้ยอดและใบมาปรุงอาหาร ได้แก่ ผัดใบกะเพรา และแกงเลียง เป็นต้น นอกจากมีน้ำมันระเหยหอมซึ่งช่วยแต่งกลิ่นอาหาร ช่วยให้เจริญอาหาร และขับลมแล้ว ใบกะเพรายังมีเบตาแคโรทีนสูง ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง และโรคหัวใจขาดเลือด นอกจากนั้นยังมี แคลเซี่ยม และฟอสฟอรัสสูงช่วยบำรุงกระดูก

กะหล่ำดอก

ช่อดอกอ่อนของกะหล่ำดอกใช้นำไปปรุงอาหาร และแปรรูปได้หลายแบบ เช่น นำไปผัดหรือดองเปรี้ยว (ดูผักดอง) กะหล่ำดอกอุดมด้วยวิตามินเอและซี

กะหล่ำปลี

ส่วนของกะหล่ำปลีที่เรากิน คือ ยอดและใบที่เจริญซ้อนกันแน่น ที่เราอาจเรียกว่าหัวกะหล่ำ อาจกินเป็นผักสด เช่น กินกับลาบ และส้มตำ หรือปรุงอาหารพวกต้ม หรือผัด และยังอาจมีการดองเปรี้ยว และดองเค็มอีกด้วย กะหล่ำปลีอุดมด้วยวิตามินเอ และซี

ข่า

ส่วนของข่าที่นำมาใช้เป็นผักและเครื่องเทศ เรียกว่า เหง้า มักใช้สดเพื่อแต่งกลิ่นอาหาร เช่น ต้มข่าไก่ และต้มยำอื่นๆ ในเหง้าข่าสดมีน้ำมันประมาณ 0.1% ใช้ในอุตสาหกรรมเพื่อแต่งกลิ่นสุรา ไอศกรีม และขนมอบ

ข้าวโพด

ข้าวโพดเป็นอาหารแป้งที่สำคัญในทวีปอเมริกากลางมาแต่ดั้งเดิม ปัจจุบันแพร่หลายไปทั่วโลก ฝักข้าวโพด (ear of corn) คือช่อผลที่มีผลที่เจริญเต็มที่และสุกแล้วซึ่งเรามักเรียกว่าเมล็ดข้าวโพด ไหมข้าวโพด (silk) คือก้านเกสรเพศเมีย ส่วนเปลือกที่ห่อหุ้มฝักข้าวโพดคือใบประดับ ข้าวโพดมีหลายประเภท ทั้งที่เป็นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวโพดทำแป้ง ข้าวโพดคั่ว แต่สำหรับข้าวโพดกินฝัก มักเป็นข้าวโพดหวาน (sweet corn) อาจกินโดยการต้มทั้งฝัก หรือเฉือนเมล็ดออกมาต้ม อาจกินกับสลัด ทำซุป หรือทำขนม ฯลฯ ข้าวโพด 100 กรัมมีวิตามินเอประมาณ 400 I.U. (ประมาณครึ่งหนึ่งของมะเขือเทศในปริมาณเท่ากัน) และวิตามินซีประมาณ 10 มิลลิกรัม

ข้าวโพดฝักอ่อน

ข้าวโพดฝักอ่อน (babycorn) คือช่อดอกเพศเมียของข้าวโพดซึ่งยังไม่ได้รับการผสม นิยมนำมาปรุงอาหาร บรรจุกระป๋อง (ดูผลไม้กระป๋อง)

ขิง

เหง้าขิงอ่อนใช้ดอง (ดูผักดอง) ได้อร่อย และอาจซอยทำไก่ผัดขิง ส่วนขิงแก่นำมาต้มทำน้ำขิง หรือบดทำขิงผง เหง้าขิงแก่มีรสเผ็ด เพราะมีสารพวกชันน้ำมัน (oleoresin) ที่ให้รสเผ็ดร้อนเช่นเดียวกับพริกไทย แต่เป็นสารชันน้ำมันต่างกลุ่มกัน

แครอท

หัวแครอท คือรากสะสมอาหารซึ่งเรานิยมนำมากินเป็นผัก หัวแครอทมีเบตาคาโรทีนสูง เช่นเดียวกับผักและผลไม้อื่นๆที่มีสีส้ม เหลือง แดง และเขียวเข้ม เช่น ฟักทอง มะละกอสุก กะเพรา สะระแหน่ คะน้า เบตาคาโรทีนสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกาย และช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ ป้องกันการเกิดมะเร็งบางชนิด

ตะไคร้

ตะไคร้เป็นผักและเป็นเครื่องเทศที่ขาดไม่ได้ในอาหารไทย ส่วนของตะไคร้ที่นำมาใช้คือโคนใบติดกับลำต้นใกล้ผิวดิน โดยนิยมซอยใส่ลงในยำ หรือหั่นเป็นชิ้น ทุบให้แตก และใส่ต้มยำ หรือโขลกใส่ในเครื่องแกง ตะไคร้มีกลิ่นหอมเนื่องจากมีน้ำมันระเหยหอมซึ่งมีซิตรัล (citral) เป็นองค์ประกอบหลัก ในซุปเปอร์มาร์เก็ตในปัจจุบัน นิยมจำหน่ายชุดเครื่องต้มยำประกอบด้วยตะไคร้ตัดเป็นชิ้นยาวประมาณ 15 เซนติเมตร ใบมะกรูด พริกขี้หนู ข่า และมะนาว

แตงกวา

ผลแตงกวาเป็นผลที่มีลักษณะเฉพาะ เรียกว่าผลแบบแตง มักเก็บเกี่ยวเมื่อผลยังเจริญไม่เต็มที่ นิยมกินสดเป็นผัก ต้มกับเนื้อต่างๆ หรือดอง แตงกวาดอง (ดูผักดอง) เรียกว่า เกอคินส์ (gherkins) วิตามินเอในผลแตงกวาส่วนใหญ่อยู่ที่เปลือก นอกจากนั้นในเปลือกยังมีใยอาหาร โปรตีน แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส และเหล็ก ซึ่งไม่ควรปอกทิ้งไปเปล่าๆ แต่ควรล้างให้สะอาดก่อนกินสด

ถั่วแขก

ถั่วแขกเป็นผักที่นิยมกินฝักเมื่อยังอ่อน อาจกินเป็นผักสลัด หรือนำไปลวก ต้ม ผัด ก็กินอร่อย ฝักถั่วแขกมีโปรตีน 2.1 กรัมต่อ 100 กรัม แคลเซี่ยม และฟอสฟอรัสอย่างละประมาณ 50 มิลลิกรัม

ถั่วงอก

ถั่วงอก (bean sprout) คือต้นอ่อน (seedling) ของถั่ว ประกอบด้วยใบเลี้ยง ลำต้นใต้ใบเลี้ยง (hypocotyl) และราก การเพาะเมล็ดถั่วสามารถทำได้ในที่มืด เพราะการงอกไม่ต้องใช้อาหารจากการสังเคราะห์แสง (photosynthesis) แต่ใช้อาหารที่สะสมในเมล็ดส่วนที่เรียกว่าเอนโดสเปิร์ม ในเมืองไทยนิยมทำถั่วงอกโดยการเพาะเมล็ดถั่วเขียว แต่ในประเทศจีนซึ่งมีการปลูกถั่วเหลืองมาก จะใช้ถั่วเหลืองเพาะเป็นถั่วงอก ถั่วงอกเป็นแหล่งสำคัญของวิตามินซี (18 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม) ซึ่งมักขาดไปหากรับประทานแต่อาหารจำพวกธัญชาติและถั่ว

ถั่วพู

ฝักถั่วพูมีลักษณะเด่น คือ มีหน้าตัดเป็นสี่เหลี่ยมและมีปีก 4 ด้านตามความยาวของฝักอันเป็นที่มาของชื่อถั่วพู ถั่วพูเป็นถั่วที่นิยมกินฝักอ่อนเป็นผัก หากกินฝักดิบ เช่นกับน้ำพริก ควรเลือกฝักที่ยังอ่อนไม่มีเมล็ด ถั่วพูดิบมีวิตามินเอประมาณ 1,225 I.U. และให้วิตามินซีสูงถึง 9 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม ซึ่งมากกว่าถั่วพูลวกหรือต้ม อย่างไรก็ตาม เมล็ดถั่วพูสุกมีโปรตีนถึง 35% และเมล็ดแก่เต็มที่มีโปรตีนเทียบได้เท่ากับถั่วเหลืองเลยทีเดียว

ถั่วลันเตา

ถั่วลันเตาเป็นถั่วที่นิยมกินฝักอ่อนเป็นผัก เด็กๆมักชอบกินถั่วลันเตามากกว่าผักสีเขียวอื่นๆเพราะกรุบกรอบและไม่ขม ถั่วลันเตามีแคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส และใยอาหารมาก อีกทั้งยังมีเบตาแคโรทีนซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกายได้อีกด้วย

ปวยเล้ง

มีความเชื่อผิดๆว่าปวยเล้งอุดมด้วยธาตุเหล็ก และจะทำให้เด็กๆเติบโตแข็งแรงเหมือนป๊อปอาย เรื่องนี้เกิดจากความผิดพลาดของนักวิเคราะห์อาหารสมัยเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ที่วิเคราะห์ธาตุเหล็กในปวยเล้ง แต่ใส่จุดทศนิยมผิดที่ ทำให้ผู้คนเข้าใจผิดว่าปวยเล้งมีธาตุเหล็กมากกว่าความเป็นจริง 10 เท่า อย่างไรก็ตาม ปวยเล้งมีธาตุเหล็กอยู่จริงและร่างกายจะดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้นหากกินผักสีเขียวนี้กับอาหารที่มีวิตามินซี เช่น ฝรั่ง ส้มเขียวหวาน และมะเขือเทศ

นอกจากนี้ปวยเล้งยังอุดมด้วยเบตาแคโรทีนซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ และโฟเลต (ดูวิตามิน) ซึ่งจำเป็นสำหรับการสร้างเม็ดเลือด การกินปวยเล้ง อาจผัดน้ำมัน หรือลวกกินกับอาหารพวกเนื้อสัตว์

ผักกะเฉด

ยอด และใบอ่อนของผักกะเฉดนิยมกินกับน้ำพริก ทั้งกินสด ลวก หรือลวกแล้วราดด้วยกะทิ บางคนนำไปทำยำ แกงส้ม ผัดน้ำมัน ผักกะเฉดมีวิตามินเอ แคลเซี่ยม และเหล็กสูง

ผักกาดขาว

การเก็บเกี่ยวผักกาดขาวจะใช้มีดตัดโคนต้น แล้วตัดแต่งใบที่ไม่สวยงามออก ใบผักกาดขาวมีรสชาติกลางๆ ทำอาหารได้หลากหลาย อาจกินสดกับน้ำพริก ลาบและส้มตำ หรือนำไปปรุงแกงจืด แกงส้ม ผัดน้ำมัน นอกจากนี้ยังเป็นผักที่นิยมนำมาทำผักดอง เช่น กิมจิ และคลุกกับเกลือทำตังฉ่าย

ผักกาดขาว 100 กรัม มีแคลเซี่ยม 49 มิลลิกรัม วิตามินเอ 0.9 มิลลิกรัม วิตามินซี 38 มิลลิกรัม

ผักชี

ใบ ต้น และรากผักชีมีกลิ่นหอมใช้ในการประกอบอาหาร และใช้ใบโรยบนอาหารเพื่อตกแต่งให้ดูสวยงาม ทั้งต้นผักชีมีน้ำมันระเหยหอมหลากหลายชนิดและมีปริมาณความแตกต่างกันไปตามถิ่นที่ปลูก

เผือก

หัวเผือกมีคาร์โบไฮเดรตประมาณ 26% เป็นแป้งที่ย่อยง่าย เหมาะจะนำมาบดเพื่อทำเป็นอาหารเสริมสำหรับทารก คนชรา และผู้ป่วย

พริกขี้หนู

พริกขี้หนูเป็นเครื่องเทศรสเผ็ดร้อน สารที่ให้รสเผ็ดร้อนในพริกที่สำคัญ ได้แก่ แคปไซซิน (capsaicin) นอกจากนั้นพริกมีวิตามินซี และเบตาแคโรทีนซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ

พริกไทย

ดูเม็ดพริกไทยบรรจุขวด

พริกไทยอ่อน

พริกไทยอ่อน (peppercorn) คือผลพริกไทยซึ่งเก็บเมื่อผลเจริญเติบโตเต็มที่แต่ยังเขียวและติดเป็นพวงบนช่อ มีรสเผ็ดร้อน ใช้ปรุงอาหาร เช่น ผัดเผ็ดหมูป่าพริกไทยอ่อน และเป็ปเปอร์สเต็ก เป็นต้น

พริกยักษ์

พริกยักษ์มีรสเผ็ดน้อยหรือไม่มีเลย บางครั้งอาจเรียกว่าพริกหวาน พริกยักษ์อาจมีสีเขียว เหลือง หรือแดง ขึ้นกับระยะการเจริญ พริกยักษ์สุกสีแดงเป็นระยะที่มีวิตามินเอและซีมากที่สุด คือ 7,950 I.U. และ 141 มิลลิกรัม เทียบกับระยะที่มีสีเขียวซึ่งมีวิตามินเอ 2,917 I.U. และวิตามินซี 95 มิลลิกรัม ผู้บริโภคนิยมกินพริกยักษ์เป็นผัก อาจกินสดกับสลัด หรือผัดน้ำมัน

ฟักทอง

ฟักทองเป็นพืชในวงศ์แตงเช่นเดียวกับแตงกวา แตงโม และมะระ มีถิ่นกำเนิดในประเทศเม็กซิโก ซึ่งพบหลักฐานทางโบราณคดีว่ามีการปลูกฟักทองมากว่า 8,000 ปีแล้ว ปัจจุบันมีการปลูกฟักทองทั่วโลก โดยเฉพาะในเอเชียมีความหลากหลายของชนิดและพันธุ์ฟักทองมาก ใบอ่อน ดอก และผลฟักทองกินเป็นผักได้ โดยนิยมนำมานึ่ง ทอด ต้ม หรือใส่แกง ผลนั้นนำมาทำขนมได้หลายอย่าง เช่น ฟักทองสังขยา ฟักทองแกงบวด ฟักทองชุบแป้งมันสำปะหลังทอดกรอบ พายฟักทอง ฯลฯ เมล็ดก็คั่วกินเป็นขนมขบเคี้ยวอร่อยไม่แพ้เมล็ดแตงโม และเมล็ดทานตะวัน

ใบอ่อน และผลฟักทองอุดมด้วยวิตามินเอ (กว่า 2,400 หน่วย I.U. เทียบกับมะละกอสุกซึ่งมีประมาณ 1,200 หน่วย I.U.) เมล็ดมีน้ำมันประมาณ 40-50% และมีโปรตีน 30%

มะกรูด

ใบมะกรูดมีรูปร่างคล้ายเลขแปด เพราะก้านใบแผ่ออกเป็นปีก ผิวใบมะกรูดมีต่อมน้ำมันกระจายอยู่ทั่วทั้งใบ ให้น้ำมันระเหยหอมเป็นเครื่องเทศแต่งกลิ่นอาหาร โดยเฉพาะยำและต้มยำ ส่วนผิวผลมะกรูดก็มีต่อมน้ำมันเช่นเดียวกัน ผลมะกรูดเป็นเครื่องปรุงที่ขาดไม่ได้ในแกงเทโพ และแกงคั่วผักบุ้ง นอกจากนี้ยังอาจนำไปเชื่อมเป็นของหวาน แต่ที่นิยมมากกว่านั้น คือนำไปย่างไฟสักครู่ แล้วผ่าออกใช้สระผม เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างบนเส้นผม ทำให้ผมลื่นเป็นเงางาม

มะเขือ

มะเขือมีหลายพันธุ์ เช่น มะเขื่อยาว มะเขือม่วง และมะเขือจาน ผลมะเขืออ่อนและผลเจริญเต็มที่กินสดเป็นผัก อาจย่าง ทอด ยัดไส้ ใส่แกง ฯลฯ มะเขือมีใยอาหาร 1.6 กรัม แคลเซียม 22 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 45 มิลลิกรัม และวิตามินเอ 645 I.U. ต่อ 100 กรัม

มะเขือเทศ

ผลมะเขือเทศสุกเป็นผักที่มีวิตามินเอ และซีสูง (842 I.U. และ 23 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัมตามลำดับ) แม้ยังน้อยกว่ามะละกอในปริมาณเท่ากัน (1,183 I.U. และ 73 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม) นิยมกินเป็นผักสลัด และนำไปปรุงอาหาร เช่น ผัดเปรี้ยวหวาน

มะนาว

มะนาวมีเปลือกบาง และคั้นน้ำได้ประมาณ 40% ของน้ำหนักผล มีรสเปรี้ยวซึ่งเกิดจากกรดมะนาว น้ำมะนาวมีวิตามินซี 25 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม (ซึ่งนับว่าน้อยเมื่อเทียบกับการกินฝรั่ง หรือมะละกอซึ่งมีวิตามินซี 160 และ 73 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัมตามลำดับ)

มะระ

ผลมะระ รวมไปถึงยอด และใบ มีความขมเนื่องมาจากสารอัลคาลอยด์ชนิดหนึ่ง ชื่อ โมโมดิซีน (momodicine) ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยให้เจริญอาหาร และเป็นยาระบายอ่อนๆด้วย โมโมดิซีนสลายไปได้เมื่อถูกความร้อนนานๆ หรือเมื่อแช่มะระในน้ำเกลือ

มะระเป็นผักซึ่งกินเมื่อผลเจริญเต็มที่แต่ยังเป็นสีเขียว อาจนำมาคว้านเอาเมล็ดออก ยัดไส้หมูสับ ต้มหรือตุ๋น ผัดไข่ ผัดกับหมู ใส่แกง กินดิบแกล้มขนมจีนน้ำยา มะระมีวิตามินซีประมาณ 18 กรัมต่อ 100 กรัม

มันเทศ

นอกจากเป็นแหล่งอาหารพวกคาร์โบไฮเดรตแล้ว หัวมันเทศยังมีโปรตีนสูง การรับประทานมันเทศร่วมกับธัญชาติ เช่น ข้าว (ดูข้าวสาร) และข้าวโพด ทำให้ร่างกายได้รับกรดอะมิโนจำเป็นสำหรับร่างกายเพียงพอ นอกจากนี้มันเทศยังมีวิตามินสูง โดยเฉพาะวิตามินเอ กลุ่มวิตามินบี และวิตามินซี

มีการแปรรูปมันเทศ โดยทำมันเทศในน้ำเชื่อมบรรจุกระป๋อง ทอดกรอบแบบมันฝรั่งทอดกรอบ ทำชิ้นมันเทศแห้ง แช่เยือกแข็ง หรือทำแป้งมันเทศด้วยวิธีเดียวกับการทำแป้งมันสำปะหลัง และสามารถนำไปใช้ทำกาวติดภาชนะบรรจุ และสแตมป์ได้เช่นเดียวกัน

มันฝรั่ง

มันฝรั่งเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่สำคัญ สามารถนำมาต้ม ทอด อบ บด และใช้เป็นส่วนผสมในอาหารต่างๆ นอกจากนำไปปรุงอาหารแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์จากมันฝรั่งอีกหลากหลาย ในระดับอุตสาหกรรมมีการทำขนมขบเคี้ยว ได้แก่ มันฝรั่งทอดกรอบในน้ำมันพืชแบบเป็นแผ่นเรียก โพเทโทชิป (potato chip) และแบบเป็นแท่งเรียก เฟรนช์ ฟราย (french fries) นอกจากนี้ยังมีการทำเป็นมันฝรั่งบด แช่แข็ง ทำแห้ง และบรรจุกระป๋อง ซึ่งจะนำไปเป็นส่วนผสมในขนมอบต่างๆ และซุป เป็นต้น

หัวมันฝรั่งเป็นลำต้นใต้ดินสะสมอาหารซึ่งมีคาร์โบไฮเดรตเป็นองค์ประกอบสำคัญ การกินหัวมันฝรั่งร่วมกับธัญชาติ เช่น ข้าว (ดูข้าวสาร) และข้าวโพด จะทำให้ได้รับกรดอะมิโนจำเป็นสำหรับร่างกายเพียงพอ นอกจากนี้หัวมันฝรั่งยังเป็นแหล่งวิตามินสำคัญ โดยเฉพาะวิตามินซี

สะระแหน่

สะระแหน่มีกลิ่นหอมเนื่องจากมีน้ำมันระเหยหอม โดยเฉพาะเมนธอล (menthol) และอื่นๆในต่อมน้ำมัน (oil gland) และขนต่อมที่ยอดและใบ ซึ่งหากทำแห้งจะหายไป ดังนั้นสะระแหน่จึงใช้กินสดเป็นผักและเป็นเครื่องเทศแต่งกลิ่นอาหารพวกพล่า ยำ และแต่งกลิ่นเครื่องดื่ม

หอมแดง

หัวหอมแดงใช้ประกอบอาหาร เป็นเครื่องเทศ และสมุนไพร และช่อดอกอ่อนกินเป็นผักได้ด้วย สารประกอบที่ทำให้เกิดกลิ่นและรสเผ็ดในหัวหอมแดง คือ อัลคิลซิสเทอีนซัลฟอกไซด์ (alkylcysteine sulphoxide) เช่นเดียวกับในหัวหอมใหญ่

หอมใหญ่

หัวหอมใหญ่ใช้ประกอบอาหาร กินเป็นผัก เป็นเครื่องเทศ และสมุนไพร หอมใหญ่ 100 กรัมมีวิตามินซีเป็นองค์ประกอบประมาณ 22 มิลลิกรัม มีแคลเซี่ยม 24 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 27 มิลลิกรัม และใยอาหาร 1.60 กรัม นอกจากนี้เปลือกหัวหอมใหญ่ยังมีเพกทินเป็นองค์ประกอบด้วย 11-12% ซึ่งนำมาสกัดทำแยมและเยลลี่ได้ แต่จะได้ปริมาณไม่มากเท่าที่สกัดได้จากเปลือกส้มโอ และมะนาว

รสและกลิ่นแสบร้อนของหอมใหญ่ เกิดจากสารเคมีชื่อ อัลคิลซิสเทอีนซัลฟอกไซด์ (alkylcysteine sulphoxide) เช่นเดียวกับในหัวหอมแดง

โหระพา

โหระพาเป็นผักที่มีกลิ่นหอม ยอด ใบ และช่อดอกอ่อนใช้ปรุงอาหารได้หลายอย่าง เช่น แกงเขียวหวาน ผัดขี้เมา นึ่งกับหอยแมลงภู่ แต่งหน้าห่อหมก รวมทั้งกินกับลาบและส้มตำ (อย่าสับสนกับแมงลักซึ่งกินกับขนมจีนน้ำยา) การตัดโหระพา (รวมทั้งกะเพรา แมงลัก และสะระแหน่) จากต้นเพื่อนำมาทำอาหาร ควรใช้มีดคมๆตัดเหนือข้อ เพื่อให้แตกยอดใหม่ และการใช้ใบ ควรฉีกเพื่อให้ต่อมน้ำมันระเหยหอมในใบแตกออกมากๆ ถ้าใช้มีดหั่นจะมีกลิ่นหอมออกมาน้อย เพราะรอยหั่นผ่านต่อมน้ำมันน้อยกว่า ใบโหระพามีวิตามินเอ สูงถึง 11,100 I.U. ต่อใบ 100 กรัม


Personal Tools