กรีนไฮเปอร์มาร์ท:สารานุกรมผลิตผลและผลิตภัณฑ์จากพืช ในซุปเปอร์มาร์เก็ต

ผลิตผลและผลิตภัณฑ์จากพืชลักษณะทางพฤกษศาสตร์สมุดคำศัพท์ดัชนีชื่อพืช


Novo Line Spiel Automaten wie beispielsweise Novoline Bullion Bars und auch z.B. Mermaids Pearl bekommst Du nun auch in der Casino Lobby im Internet. Hier sagen wir wo man genau diese Novo Line online Spiele spielen kann . Du bist auf der Suche nach Novoline Spiele zum online spielen ? Wenn ja, dann bist du hier richtig, weil auf diesem Portal findest Du die beliebtesten Novoline Spiel Automaten als Browser oder auch Download Spiel. Endlich auch hier: Das Book of Ra Casino hat eröffnet! Kostenlos Book of Ra im Web spielen, Novoline online Cheats und noch so einiges. Merkur Triple Chance ist unbestritten eines der meist gespielten Merkur Slot Automatenspiele. Umso besser ist, dass man es im Sunmaker Casino nun auch online daddeln darf! Weil immer mehr User ihren Lieblingsautomat Double Triple Chance jetzt im Sunmaker Online Casino spielen, hier für Euch einmal ein paar Tricks und Tipps. Double Triple Chance ist ein Spiel mit 3 Walzen mit interessanter Rewin Option. Bei Vollbildgewinn Orange/Zitrone/Kirsche/Pflaume beginnt diese Option. Novoline Book of Ra vereinigt absolut geniale Gewinnchancen mit einer sagenhaften Optik, die aktueller eigentlich nicht sein könnte. Spielerisch gesehen ist dieses Spielhighlight ein echter Hit, Du wirst Book of Ra online spielen spielen lieben! Spannung, Spielfreude und allerlei Früchte – genau das erwartet die Spieler in diesem dramatischen und ebenso gewinnträchtigen Video Slot Novoline Book of Ra. Die bekannte und vor allem beliebte Re Win Funktion ist auch beim Book of Ra online spielen online spielen zu finden und sorgt für enorme Spannung und gigantische Gewinne. Die Re Win Funktion bei Book of Ra online spielen kann jeden Menschen zum reichen Gewinner machen, weil das Glück und Mut zum zocken auch hier belohnt wird.

ผลิตภัณฑ์แป้ง

บะหมี่

ดูบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

ชาวจีนเป็นผู้คิดค้นการทำบะหมี่ (egg noodle) มาเป็นเวลาเนิ่นนานแล้ว ก่อนที่จะมีหลักฐานปรากฎในบันทึกการเดินทางไปยังประเทศจีนของมาร์โคโปโล (Marcopolo) ในปีพ.ศ. 1813 บะหมี่ต่างจากมักโรนีเพราะแม้มักโรนีจะทำจากแป้งสาลีเช่นเดียวกัน แต่มักโรนีไม่มีไข่เป็นส่วนผสม ในท้องตลาดมีทั้งเส้นบะหมี่สด แห้ง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

ชาวญี่ปุ่นได้คิดค้นนำบะหมี่สด มาดัดแปลงเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โดยมีส่วนผสม ได้แก่ แป้งสาลี น้ำ สารละลายเบส ไข่ เกลือ และอาจใส่สีผสมอาหารสีเหลือง ผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน พักไว้ 10-20 นาที นำมารีดให้มีความหนาประมาณ 1.5-2 มิลลิเมตร ตัดเป็นเส้น แล้วผ่านไอน้ำให้สุกชั้นหนึ่งก่อน แล้วจึงนำมาจับรวมเป็นก้อนขนาดที่เหมาะสม ทำให้แห้งโดยอบในตู้อบ เมื่อแห้งดีแล้ว นำมาบรรจุซองพร้อมซองน้ำมันปรุงอาหาร และเครื่องปรุงในรูปผง เช่น พริกขี้หนู พริกไทย กระเทียม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสามารถเก็บได้นาน เมื่อต้องการบริโภคก็นำมาต้มให้สุก เติมผัก เนื้อสัตว์ และเครื่องปรุงตามชอบ

แป้งขนมปัง

ดูแป้งสาลี

แป้งข้าว

แป้งข้าว (rice flour) ได้จากการโม่เมล็ดข้าวแบบโม่เปียก แป้งข้าวมีโปรตีนและสิ่งเจือปนสูงจึงเรียกว่า ฟลาวร์ (flour) ไม่ใช่สตาร์ช (starch) เหมือนแป้งข้าวโพดที่ได้จากการโม่เปียกเช่นกัน แป้งข้าวใช้ทำขนม และอาหาร เช่น ข้าวเกรียบปากหม้อ เส้นข้าวซอย ขนมจีน ข้าวเกรียบ เส้นก๋วยเตี๋ยว นอกจากนั้นยังใช้เป็นส่วนประกอบในแป้งฝุ่นสำหรับเด็ก ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง และทอผ้า (ดูผ้าฝ้าย) แป้งข้าวเจ้ามีอะไมโลส (amylose) สูงนิยมใช้ประกอบอาหาร เช่น ทอด เพราะจะกรอบ หรือหากนำไปนึ่งเมื่อเย็นลงจะเกิดแผ่นฟิล์มดูเป็นมันสวยงาม ส่วนแป้งข้าวเหนียวนิยมใช้ในการทำขนมและผสมอาหารว่าง เช่น ข้าวเกรียบ ขนมเหนียว

แป้งข้าวโพด

แป้งข้าวโพดได้จากเอนโดสเปิร์มในเมล็ด แป้งที่ได้จากการโม่เมล็ดข้าวโพดแบบแห้ง เรียกว่า คอร์นมีล (cornmeal) เมื่อร่อนแยกขนาดและแยกเอ็มบริโอออก เรียกว่า คอร์นฟลาวร์ (corn flour) มีโปรตีน และแร่ธาตุสูง เหมาะที่จะใช้ประกอบอาหาร

คอร์นสตาร์ช (cornstarch) ได้จากการโม่เปียก โดยต้องแช่เมล็ดข้าวโพดในน้ำที่มีส่วนผสมของกำมะถันเผา ที่อุณหภูมิ 50C เป็นเวลา 36-50 ชั่วโมง เพื่อให้เปลือกนุ่ม แล้วนำเมล็ดไปบดหยาบเพื่อแยกเปลือกชั้นนอกออก แล้วผ่านไปยังถังแช่น้ำเพื่อแยกเอ็มบริโอออก จะได้แป้งและโปรตีนกลูเต็น (gluten) เป็นเม็ดขนาดเล็ก จากนั้นนำไปผ่านเครื่องเหวี่ยง จะได้แป้งในรูปสารแขวนลอยเข้มข้นที่มีโปรตีนกลูเต็นปนอยู่เล็กน้อย เมื่อนำสารแขวนลอยมาปั่นแยกอีกครั้งด้วยเครื่องเหวี่ยงแรงสูง ล้างแป้ง แล้วทำให้แห้ง จะได้คอร์นสตาร์ช

คอร์นสตาร์ชช่วยทำให้อาหารข้น (thickener) ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตเบียร์ ซอส (ดูซอสพริก) ใช้เป็นแป้งรีดผ้าและใช้ในอุตสาหกรรมการทอผ้า (ดูผ้าฝ้าย) และผลิตเด็กซ์ตริน คอร์นไซรัป (corn syrup) เป็นฟรักโทสไซรัป (fructose syrup) ได้จากการเปลี่ยนคอร์นสตาร์ชเป็นน้ำตาลฟรักโทสด้วยกรดและเอนไซม์ เป็นน้ำตาลที่มีความหวานมากกว่าน้ำตาลจากอ้อย ไม่ให้พลังงาน และมีราคาแพง ใช้ผสมในอาหารพวกเนยถั่ว ซอสมะเขือเทศ น้ำอัดลม น้ำผลไม้ และเครื่องดื่มต่างๆ นอกจากผลิตจากคอร์นสตาร์ชแล้ว ฟรักโทสไซรัปอาจผลิตจากแป้งมันสำปะหลังได้เช่นกัน

แป้งข้าวเหนียว

ดูแป้งข้าว

แป้งถั่วเขียว

กรรมวิธีการผลิตแป้งถั่วเขียว (mungbean flour) คือนำถั่วเขียวมาแช่ในซัลเฟอร์ไดออกไซด์เพื่อป้องกันการบูดเน่า และช่วยฟอกสีให้ขาว ทิ้งไว้ประมาณ 1 วัน แล้วนำมาโม่กับน้ำ นำน้ำแป้งที่ได้มากรองแล้วปั่นแยกน้ำจากแป้ง แป้งถั่วเขียวใช้ในการทำวุ้นเส้น ขนมซ่าหริ่ม และผสมแป้งสาลีทำขนมปัง

แป้งถั่วเหลือง

ได้จากการโม่เมล็ดถั่วเหลืองกับน้ำ แล้วนำน้ำแป้งมากรอง ปั่นแยกเอาแป้งออกจากน้ำ แล้วทำให้แห้ง แป้งถั่วเหลือง (soybean flour) ใช้เป็นส่วนผสมในอาหารเสริมสำหรับทารก ผสมแป้งสาลีในการทำขนมอบ

แป้งมันสำปะหลัง

หัวมันสำปะหลังคือรากสะสมอาหาร ในหัวมันสำปะหลังประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรตเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ยังมีใยอาหาร 3.2-4.5% มีแคลเซี่ยม และวิตามินซีสูง มีโปรตีนน้อย และในหัวสดยังมีกรดไฮโดรไซยานิก (hydrocyanic acid) ซึ่งเป็นพิษต่อร่างกายผู้บริโภค อย่างไรก็ตามกรดนี้สามารถสลายตัวได้ง่าย เมื่อตากหัวให้แห้ง แช่น้ำและต้ม หรือหมักประมาณ 4 วัน

การแปรรูปหัวมันสำปะหลัง อาจนำมาต้ม ย่าง ปิ้ง เชื่อม ในระดับอุตสาหกรรม แป้งมันสำปะหลังได้จากการบดหัวมันสำปะหลังที่ตากแห้งแล้วกับน้ำ จากนั้นจึงแยกแป้งออกด้วยการตกตะกอนหรือใช้เครื่องเหวี่ยง เป่าด้วยลมร้อนให้แห้ง แล้วบดและร่อนให้ได้ขนาดที่ต้องการ

แป้งมันสำปะหลังใช้ในการทำอาหารได้หลายชนิด เช่น ข้าวเกรียบ ลอดช่องสิงคโปร์ ไส้ขนมต่างๆ น้ำราดก๋วยเตี๋ยวราดหน้า เป็นต้น ใช้เป็นกาวเหนียวปิดผนึกภาชนะพวกกล่องกระดาษ ถุงกระดาษ ซองจดหมาย และแสตมป์ เป็นวัตถุดิบในการผลิตผงชูรส นอกจากนี้การย่อยสลายแป้งด้วยกรดอ่อนหรือเอนไซม์ จะได้ผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น เด็กซ์ตริน กลูโคสไซรัป (glucose syrup) และฟรักโทสไซรัป (fructose syrup) ซึ่งใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอื่นๆ กลูโคสไซรัปเป็นน้ำตาลกลูโคสซึ่งใช้เป็นสารให้ความหวานในยาน้ำ ส่วนฟรักโทสไซรัปเป็นน้ำตาลฟรักโทสซึ่งมีความหวานมากกว่าน้ำตาลจากอ้อย ไม่ให้พลังงาน และมีราคาแพง ใช้ผสมในอาหารพวกเนยถั่ว ซอสมะเขือเทศ น้ำอัดลม น้ำผลไม้ และเครื่องดื่มต่างๆ นอกจากผลิตฟรักโทสไซรัปได้จากแป้งมันสำปะหลังแล้ว อาจผลิตจากแป้งข้าวโพดได้ด้วย

แป้งสาลี

แป้งสาลี (wheat flour) ได้จากการโม่ข้าวสาลี เริ่มด้วยการขจัดสิ่งเจือปนและสิ่งสกปรกออก นำเมล็ดมาสีผ่านลูกกลิ้งเพื่อแยกเปลือกและรำออก จากนั้นจึงโม่ด้วยลูกกลิ้งหลายต่อหลายครั้ง เพื่อให้แป้งมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ การสีและโม่ ทำให้รำ (bran) ซึ่งมีใยอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ และโปรตีนส่วนหนึ่ง กับเอ็มบริโอซึ่งมีไขมันสูงหลุดออกจากเมล็ดข้าวสาลี เหลือเพียงเอนโดสเปิร์มซึ่งมีคาร์โบไฮเดรตเป็นองค์ประกอบหลัก

แป้งสาลีใช้ทำอาหารและขนมได้หลายชนิด แป้งสาลีที่ได้จากข้าวสาลีพันธุ์หนัก (hard wheat) ซึ่งมีปริมาณโปรตีนกลูเต็นสูงเหมาะจะใช้ทำขนมปัง แป้งจากข้าวสาลีมักโรนี (ดูข้าวสาลี) ซึ่งเป็นข้าวสาลีต่างชนิด มีปริมาณโปรตีนสูงเช่นกัน นิยมใช้ทำเส้นมักโรนี สปาเก็ตตี้ บะหมี่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และแป้งเกี๊ยว สำหรับแป้งเค้ก ได้จากข้าวสาลีพันธุ์เบา (soft wheat) เป็นแป้งละเอียดและมีโปรตีนต่ำ เหมาะสำหรับทำขนมเค้กและคุกกี้ ส่วนแป้งอเนกประสงค์ (all purpose flour) เป็นแป้งผสมระหว่างแป้งจากข้าวสาลีพันธุ์หนักกับพันธุ์เบา มีปริมาณโปรตีนระดับกลางๆ นิยมใช้ทำขนมอบพวกพาย และกะหรี่พัฟ และใช้ใส่ในอาหารเพื่อทำให้ข้น เช่น ในน้ำเกรวี่ และซุปกระป๋อง

มักโรนี

มักโรนี (macaroni) ทำจากแป้งสาลีผสมน้ำ ปั้นเป็นก้อนแป้ง (dough) แล้วนำมารีดและตัดเป็นรูปร่างต่างๆ แล้วทำให้แห้ง มักโรนีอาจเป็นเส้น เป็นแผ่น เป็นหลอด เป็นรูปหอย หรือเป็นเกลียว ฯลฯ แป้งสาลีที่เหมาะจะนำมาทำเป็นมักโรนี คือแป้งจากข้าวสาลีมักโรนี (ดูข้าวสาลี)

เชื่อกันว่าการทำเส้นมักโรนีมีกำเนิดในประเทศอิตาลี โดยดัดแปลงมาจากอาหารของกรีก และไม่ได้รับอิทธิพลจากการทำเส้นบะหมี่ (ดูบะหมี่สำเร็จรูป) ของจีน เพราะมักโรนีมีกำเนิดมานานก่อนการเดินทางไปยังจีนของมาร์โคโปโล ในปี พ.ศ. 1813

เส้นมักโรนีใช้ทำอาหารอิตาลี โดยนำมาต้มกับเกลือและน้ำมันพืชเล็กน้อย (เพื่อไม่ให้เส้นติดกัน) จนนุ่ม แล้วผัดกับซอสต่างๆ เช่น ซอสเนื้อ ซอสเนยแข็ง ซอสไวน์ขาว เป็นต้น

เม็ดสาคู

แต่เดิมเม็ดสาคูเป็นแป้งดิบที่ได้จากลำต้นปาล์มสาคู (sago palm) แต่ในปัจจุบันเม็ดสาคูทำจากแป้งมันสำปะหลัง

วุ้นเส้น

วุ้นเส้น (bean noodle) ทำจากแป้งถั่วเขียว นำมานวดกับน้ำจนเหนียวข้น ปั้นเป็นลูกกลม แล้วกดเป็นเส้นผ่านรูเล็กๆ ลวกด้วยน้ำร้อนให้สุกแล้วผ่านน้ำเย็น ขยี้เบาๆให้คลี่จากกันนำไปแขวนให้สะเด็ดน้ำ ถ้าจะทำวุ้นเส้นแห้งก็นำไปแช่แข็งในห้องเย็น 1 วัน แล้วแช่ในอ่างที่มีซัลเฟอร์ไดออกไซด์ให้เส้นขาว นำมาตากแห้ง แล้วอบ 2 ชั่วโมง ตากแห้งอีก 1 วัน นำไปอบและตากแห้งอีกครั้งก่อนบรรจุถุง

เส้นก๋วยเตี๋ยว

เส้นก๋วยเตี๋ยว (rice noodle) เป็นผลิตภัณฑ์จากข้าวเจ้า ทำโดยนำเมล็ดข้าวสารมาแช่ในน้ำผสมสารส้ม 2-3 ชั่วโมง จนเมล็ดขาว นำไปโม่เปียกด้วยโม่หินจนได้แป้งละเอียดในน้ำแป้ง เทน้ำแป้งลงในถาดให้ความหนาไม่เกิน 1.8 มิลลิเมตร นำไปนึ่งนาน 1-3 นาที ทิ้งให้เย็น แล้วลอกออกจากถาด แขวนผึ่งลมให้ผิวหน้าแห้งหมาดๆก่อนนำไปตัดเพื่อให้ตัดได้ง่ายขึ้น หากต้องการใช้ข้าวกล้องเป็นวัตถุดิบก็ไม่ต้องแช่เมล็ดข้าวในสารส้ม นำเมล็ดข้าวกล้องไปแช่น้ำและโม่ได้เลย

เส้นก๋วยเตี๋ยวมีแป้งประมาณ 70-80% และน้ำ 20-30% ส่วนเส้นจันท์มีวิธีการทำคล้ายกัน แต่หลังจากตัดแล้วต้องนำไปผึ่งแดดหรืออบแห้งให้เหลือความชื้นเพียง 10%

เส้นหมี่แป้งหัวบุก

ดูบุกและเส้นก๋วยเตี๋ยว


Personal Tools