โพลเชื่อถือได้หรือไม่?

business-poll-survey2-2401
โพลเชื่อถือได้หรือไม่ จากผลโพลการลงประชามติว่าอังกฤษจะอยู่กับสหภาพยุโรป(เรียกง่ายๆ ว่า อียู European Union:EU) หรือไม่ ตั้งแต่เริ่มต้นการทำโพลของสำนักต่างๆ ของอังกฤษผลโพลออกมาว่าฝ่ายที่ต้องการถอนตัวจากอียูหรือ “Brexit” มีเปอร์เซ็นต์นำฝ่ายที่สนับสนุนให้อยู่กับอียูหรือ  “Remain”  แต่พอบรรยากาศโค้งสุดท้ายในวันที่ 22 มิถุนายน 2559 ก่อนการลงประชามติในวันที่ 23 มิถุนายน 2559  ผลสำรวจของสำนักสำรวจ “คอมเรส” (ComRes) ออกมาว่าชาวอังกฤษที่ต้องการอยู่ในอียู  48% และฝ่ายที่ไม่ต้องการอยู่มี 42 %  ที่เหลือยังไม่ตัดสินใจ การจัดทำโพลของคอมเรสใช้วิธีการสำรวจผู้มีสิทธิลงประชามติ 1,032 คนทางโทรศัพท์ ระหว่างวันที่ 17-22 มิถุนายน 2559  ส่วนผลการสำรวจของ “ยูกอฟ” (YouGov) ทำการสอบถามผู้มีสิทธิลงประชามติ 3,766 คนทางออนไลน์ ระหว่างวันที่ 20-22 มิถุนายน  2559 ได้ว่า 52 % ชาวอังกฤษต้องการอยู่ในอียู  ส่วนผู้ที่ต้องการแยกตัวออกจากอียูมี 48% ซึ่งตรงกับผลสำรวจของโพลของลอนดอน อิฟนิง สแตนดาร์ด และสำนักโพลที่มีชื่อว่า อิปโซส โมรี นอกจากนี้มีสำนักโพลชื่อ ป็อปปูลัสกล่าวว่า ฝ่ายที่ต้องการอยู่ต่อ 55 %  ฝ่ายที่ต้องการออกมี 45 %  ภายหลังการเสร็จสิ้นการนับคะแนนผู้มีสิทธิ์ออกเสียง 46.5 ล้านคน สนับสนุนให้อังกฤษออกจากอียู 16,992,701 คะแนนคิดเป็น 51.80 % ขณะที่ฝ่ายที่สนับสนุนให้อังกฤษอยู่ในอียูต่อ มี 15,812,943 คะแนนเป็น 48.20 %  ซี่งผลการลงคะแนน ตรงข้ามจากผลโพลทุกสำนักที่ทำการสำรวจก่อนมีการลงประชามติ

poll1ตัวอย่างผลโพลการลงประชามติของอังกฤษ
ข้อมูลวันที่ 22 มิถุนายน 2559

สำหรับประเทศไทยปัจจุบันการทำโพลมีมากมายหลายสำนัก เช่น นิด้าโพล สวนดุสิตโพล เอแบคโพล ตัวอย่างผลโพลคือ โพลของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่สำรวจความคิดเห็นประชาชนในหัวข้อว่า อยากเล่นสงกรานต์กับใครมากที่สุดในปี 2559 โดยแบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้ นักการเมืองที่ประชาชนอยากรดน้ำดำหัวมากที่สุดคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี 45.3 %  ดาราชายที่ประชาชนต้องการเล่นน้ำด้วยมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่  ณเดชน์ คูกิมิยะ 25.6 % รองมาคือ หมาก ปริญ 15.7 % และบอย ปกรณ์ 14.9 %  ส่วนดาราหญิงที่ประชาชนต้องการเล่นน้ำด้วยมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ญาญ่า อุรัสยา 28.3 %  รองมาคือ พลอย เฌอมาลย์ 25.0 % และ อั้ม พัชราภา 20.7 %  ส่วนผลโพลของสำนักวิจัย ซูเปอร์โพล 3 อันดับแรกของ ผู้มีอำนาจ หรือ นักการเมือง ที่ประชาชนอยากเล่นน้ำสงกรานต์มากที่สุด ได้แก่  พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ร้อยละ 41.5  รองลงมาคือ ทักษิณ ชินวัตร ร้อยละ 16.6  และพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ร้อยละ 13.2  ส่วนดาราชาย ที่ประชาชนอยากเล่นสงกรานต์มากที่สุด คือ ณเดช ร้อยละ 32 รองลงมา คือ มาริโอ้ เมาเร่อ ร้อยละ 13.0 และอันดับ 3 คือ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ร้อยละ 7.0 ส่วนดาราหญิงอันดับหนึ่ง ได้แก่ อั้ม พัชรากา ร้อยละ 29.1 อันดับที่ 2 คือ ญาญ่า อุรัสยา ร้อยละ 22.1 อันดับที่ 3 ชมพู่ อารยา ร้อยละ 7.8  สำหรับการสำรวจสำนักวิจัย ซูเปอร์โพล ระบุว่ากรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน 15 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงราย เชียงใหม่ พิษณุโลก นครราชสีมา มุกดาหาร ขอนแก่น อุดรธานี ปทุมธานี ลพบุรี นครปฐม ชลบุรี นครศรีธรรมราช สงขลา และนราธิวาส จำนวนทั้งสิ้น 2,855 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 5 – 10 เมษายน 2559

หลายคนจึงเกิดคำถามว่าทำไมผลโพลบางคำถามจึงมีคำตอบเหมือนกัน (แม้ว่าตัวเลขจะไม่เท่ากัน) บางคำถามคำตอบไม่เหมือนกันเลย แล้วเราจะเชื่อผลโพลไหนดีกว่ากัน ผลโพลเชื่อถือได้หรือไม่ การสำรวจบางสำนักจะบอกช่วงเวลาที่ทำการสำรวจว่าทำการสำรวจเมื่อไร เก็บข้อมูลด้วยวิธีใด เช่น สอบถามทางโทรศัพท์ ทางออนไลน์ ด้วยขนาดตัวอย่างเท่าไร แต่บางสำนักไม่ได้บอกรายละเอียดเหล่านี้ มีหลายท่านสงสัยว่าการทำโพล เขาทำกันอย่างไร ทำไมเราหรือคนรู้จักข้างเคียงไม่เคยถูกสอบถามจากโพลที่มีการจัดทำกันมากมาย แล้วโพลแต่ละสำนักไปสอบถามใคร ใครเป็นกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างเหล่านั้นได้มาด้วยวิธีใด การทำโพลแต่ละครั้งมักจะใช้กลุ่มตัวอย่างเพียง 2,000 กว่าคนซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับประชากรที่ศึกษา แล้วคำตอบจะเชื่อถือได้หรือไม่ คำถามที่ใช้มีมาตรฐานหรือไม่ เป็นคำถามชี้นำหรือไม่

poll2ตัวอย่างผลโพลดาราที่ประชาชนอยากเล่นสงกรานต์
ข้อมูลวันที่ 10  เมษายน 2559

 หลายคนคิดว่าการทำโพลเป็นการทำวิจัยเชิงสำรวจหรือไม่ สำหรับผู้เขียนสนับสนุนคำตอบที่ว่าการทำโพลไม่ใช่การทำวิจัย เนื่องจากการทำวิจัยจะต้องมีขบวนการ หรือขั้นตอนการจัดทำโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัย กล่าวคือ มีวัตถุประสงค์ในการทำวิจัย มีวิธีการที่เชื่อถือได้เพื่อตอบคำถามการวิจัย สำหรับการทำโพลของสำนักต่างๆ มีวัตถุประสงค์ในการจัดทำ แต่วัตถุประสงค์ส่วนมากคือ เพื่อทราบความคิดเห็นที่เกี่ยวกับปัญหาทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน หรือที่เรียกว่า hot issue เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูลจะเป็นแบบสัมภาษณ์ หรือแบบสอบถาม โดยใช้โทรศัพท์หรือปัจจุบันที่นิยมคือทางออนไลน์ การกำหนดขนาดตัวอย่างและการเลือกตัวอย่างเป็นปัญหาหนึ่งที่ทำให้การทำโพล แตกต่างจากการทำวิจัยเชิงสำรวจ  การทำโพลมักใช้ตัวอย่างประมาณ 2,000 คน โดยไม่คำนึงถึงขนาดประชากร หรือลักษณะของประชากร ซึ่งผู้เขียนมีความเห็นว่า กลุ่มตัวอย่างที่ให้คำตอบเป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ผลโพลผิดพลาดได้ เช่น การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปี 2556 ผลโพลแทบทุกสำนักผิดทั้งหมด หรือในการเลือกตั้งสมาชิกสภาราษฎรจังหวัดในภาคใต้ ปี 2548  ผลโพลเกือบทุกสำนักที่ทำโพลก็ผิดพลาดหมดเช่นกัน หรือแม้แต่ผลโพลของทุกสำนักในประเทศอังกฤษเกี่ยวกับการลงประชามติของชาวอังกฤษในการอยู่ต่อในอียูหรือไม่ การกำหนดตัวอย่างเป็นเรื่องที่สำคัญของการวิจัยเชิงสำรวจและการทำโพล นอกจากการกำหนดขนาดตัวอย่างเป็นปัญหาที่ทำให้ผลโพลผิดพลาดหรือไม่น่าเชื่อถือ ความผิดพลาดของผลโพลเกิดจากกลุ่มตัวอย่างส่วนมากมีการกำหนดพื้นที่ที่จะเข้าไปสอบถามหรือสัมภาษณ์ ซึ่งหมายถึงหลายสำนักที่ทำโพลจะมีกลุ่มตัวอย่างที่จะสอบถามเป็นประจำ กลุ่มตัวอย่างไม่กระจายทั่วถึง ด้วยเหตุนี้จึงมีคนกล่าวว่าทำโพลตั้งกี่ร้อยเรื่องจากหลายสิบสำนักทำไมฉันหรือคนข้างเคียงไม่เคยตกเป็นตัวอย่างเลย ความผิดพลาด(error)ที่กล่าวแล้วเรียกว่า ความคลาดเคลื่อนที่เกิดจากการใช้ตัวอย่าง  (sampling  error) ความผิดพลาดอีกประเภทคือ ความคลาดเคลื่อนที่ไม่ได้เกิดจากการใช้ตัวอย่าง (non–sampling  error) ความผิดพลาดนี้อาจเกิดจากความเผลอเรอ หรือการปฏิเสธที่จะตอบคำถาม หรือหลอกลวงคำตอบ หรือความผิดพลาดที่เกิดจากความคลาดเคลื่อนของเครื่องมือวัด กล่าวคือเครื่องมือมีอคติหรือเชื่อถือไม่ได้ หรือ อื่น ๆ ความผิดพลาดที่เป็นความคลาดเคลื่อนที่ไม่ได้เกิดจากการใช้ตัวอย่าง ควบคุมยาก พนักงานภาคสนามต้องมีความชำนาญ แต่ความผิดพลาดที่เป็นความคลาดเคลื่อนที่เกิดจากการใช้ตัวอย่าง ผู้ทำโพล หรือผู้ทำวิจัยสามารถควบคุมได้ โดยใช้หลักวิธีการทางสถิติที่ว่าด้วยเรื่องเทคนิคการสุ่มตัวอย่าง เพื่อให้ได้กลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนที่ดีของประชากร

ดังนั้นการที่เราจะเชื่อผลโพลของสำนักใดหรือไม่ เราต้องทราบขั้นตอนการทำโพลเริ่มตั้งแต่เจ้าภาพที่จัดให้ทำโพลคือใคร วัตถุประสงค์ของการทำโพล สำนักที่ทำโพลมีผลได้หรือเสียต่อผลโพลหรือไม่ การเลือกตัวอย่าง ตัวอย่างมาจากไหน เป็นใครได้มาอย่างไร จำนวนเท่าไร  ข้อคำถามเป็นอย่างไร มีการควบคุมงานภาคสนามอย่างไร การตรวจสอบข้อมูลที่เก็บมาได้มีความสอดคล้องหรือไม่

เอกสารอ้างอิง
ศิริลักษณ์ สุวรรณวงศ์. (2538). ทฤษฎีและเทคนิคการสุ่มตัวอย่าง. โอเดียนสโตร์ : กรุงเทพมหานคร.
www.bangkokpoll.bu.ac.th/poll
www.facebook.com/mpp289
www.nidapoll.nida.ac.th
www.suandusitpoll.dusit.ac.th
www.thairath. co.th/content/645184

——————————————————————————————————————

Sirilak_S
โดย รศ. ศิริลักษณ์ สุวรรณวงศ์
ภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล