Conservation and Breeding

ประเทศไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะชนิดพันธุ์พืชที่มีจำนวนมากกว่า 15,000 ชนิด ซึ่งในปัจจุบันก็ยังมีการค้นพบพืชชนิดใหม่ของโลกจากป่าในหลายจังหวัดของประเทศไทยอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ในปัจจุบัน ถิ่นอาศัยของพืชหลายแห่งในโลกรวมถึงประเทศไทยลดปริมาณลงอย่างรวดเร็ว เพราะการทำลายพื้นที่ป่าในประเทศเขตร้อน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก จึงมีการคาดการณ์ว่าพืชอย่างน้อย 60,000 ชนิด อาจจะสูญพันธุ์ภายใน 50 ปี ข้างหน้า หากไม่มีการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ดังนั้นองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติ International Union for Conservation of Nature (IUCN) จึงได้จัดทำแผนกลยุทธ์ทั่วโลกสำหรับการอนุรักษ์พืช (Global Strategy for Plant Conservation) โดยมีเป้าหมายเพื่อยับยั้งการสูญเสียความหลากหลายของพืช โดยประเทศไทยซึ่งเป็นภาคีสมาชิก มีพันธะกรณีระหว่างประเทศที่จะต้องอนุรักษ์พันธุ์พืชพื้นเมืองหายากทั้งในและนอกถิ่นอาศัยตามธรรมชาติ (in situ และ ex situ ตามลำดับ) พืชที่ถูกคุกคามจะต้องได้รับการปกปักรักษาไว้ในประเทศที่เป็นต้นกำเนิด โดย ร้อยละ 60 ของจำนวนชนิดพันธุ์จะถูกรวบรวมสะสมไว้นอกถิ่นอาศัยที่เข้าถึงได้ และ ร้อยละ 10 ของจำนวนชนิดพันธุ์จะอยู่ในโครงการการฟื้นฟูและการฟื้นคืนสภาพ โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายภายในปี พ.ศ. 2563 นอกจากนี้ยังคำนึงถึงการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น การเสริมสร้างสมรรถนะและการแบ่งปันผลประโยชน์จากภูมิปัญญาอย่างทัดเทียม

breed1
ประเทศไทยนอกจากจะมีความหลากหลายของพันธุกรรมพืชแล้วยังเป็นประเทศเกษตรกรรม ดังนั้น เศรษฐกิจของประเทศจึงขึ้นอยู่กับการจัดการทรัพยากรพืช โดยการนำทรัพยากรออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์สูงสุด พร้อมกับการขยายและอนุรักษ์พันธุ์ไว้เพื่อใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนในรุ่นลูกหลาน ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของสายพันธุ์และการใช้ประโยชน์พืช โดยเฉพาะพืชใกล้สูญพันธุ์ พืชอาหาร พืชสมุนไพร และพืชที่มีศักยภาพเป็นไม้ดอกไม้ประดับ ภาควิชาพฤกษศาสตร์จึงมีการสำรวจ รวบรวมข้อมูล เก็บตัวอย่างพืชเพื่อศึกษาสัณฐานวิทยา และเซลล์พันธุศาสตร์ การระบุชนิดของพืชด้วยสัณฐานวิทยา กายวิภาคศาสตร์ และอณูชีววิทยา การขยายพันธุ์ด้วยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช รวมถึงการเก็บรักษาพันธุกรรมพืชในไนโตรเจนเหลว ตลอดจนสร้างจิตสำนึกให้หวงแหนและมีความภาคภูมิใจในทรัพยากรพืชที่มีอยู่ในระดับท้องถิ่น โดยสนับสนุนให้มีการถ่ายทอดภูมิปัญญาให้กับเยาวชนในสถานศึกษาและประชาชนในพื้นที่ และมีการคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์ โดยอาศัยพื้นฐานความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช การชักนำให้เกิดลูกผสมพันธุ์ใหม่ การชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์ เพื่อให้ได้พันธุ์พืชที่มีศักยภาพเชิงเศรษฐกิจมากขึ้น เช่น มีคุณค่าทางยาหรืออาหารเพิ่มขึ้น มีความสวยงาม ทนทาน เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายทั้งในและนอกประเทศ เช่น พืชในวงศ์กล้วยไม้ วงศ์ขิง วงศ์กล้วย ฯลฯ ซึ่งบางชนิดและบางสกุลมีการปรับปรุงพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ทำให้ประสบความสำเร็จในการสร้างพันธุ์ใหม่ที่สามารถสร้างมูลค่าการส่งออกให้กับประเทศ

breed2ขอข้อมูลเพิ่มเติมที่ : รศ. ดร. ครรชิต ธรรมศิริ (kanchit.tha@mahidol.ac.th), รศ. ดร. พวงผกา สุนทรชัยนาคแสง (puangpaka.soo@mahidol.ac.th), ผศ. ดร. งามนิจ ชื่นบุญงาม (ngarmnij.chu@mahidol.ac.th), ผศ. ดร. ทยา เจนจิตติกุล (thaya.jenjit@gmail.com), ผศ. ดร. ศศิวิมล แสวงผล (sasivimon.swa@mahidol.ac.th), ดร. ปวีณา ไตรเพิ่ม (paweena.tra@mahidol.ac.th)
ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เลขที่ 272 ถนนพระรามที่ 6 ราชเทวี กทม. 10400