Articles Posted in the " ชีววิทยา " Category

  • วิกฤตฟอสฟอรัส วิกฤตโลก (Phosphorus Crisis – World Crisis)

    เป็นเวลา 200 กว่าปีแล้วที่ นักเศรษฐศาสตร์ ชื่อ โทมัส มัลทัส (Thomas Robert Malthus) ได้ทำนายว่าประชากรมนุษย์จะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว เกินกว่าความสามารถในการผลิตอาหารได้อย่างพอเพียง ถึงแม้ว่าปัจจุบันเราจะสามารถก้าวผ่านศตวรรษที่ 20 มาได้ แต่จำนวนประชากรได้เพิ่มมากขึ้นกว่าสมัยที่มัลทัสมีชีวิตอยู่เกือบหกเท่า ปัญหาความอดอยากและการขาดแคลนอาหาร กำลังเกิดขึ้นโดยทั่วไปไม่เว้นแม้แต่ในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนั้น ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด ถูกนำมาใช้อย่างสิ้นเปลือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการทำเกษตรกรรม เช่น การเพาะปลูกพืชอาหาร ซึ่งต้องการน้ำและแร่ธาตุปริมาณมาก แหล่งทรัพยากรบนโลกกำลังมีปริมาณลดลงไปเรื่อย ๆ  สวนทางกับความต้องการของมนุษย์ที่เพิ่มมากขึ้น หนึ่งในทรัพยากรแร่ธาตุที่มีอยู่อย่างจำกัด ที่หลายคนไม่เคยนึกถึงมาก่อนก็คือ ฟอสฟอรัส


  • ไม้สักทอง: ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโต

    1.ปริมาณน้ำฝนและความชื้น ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยในรอบปี / ที่มา : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม้สักขึ้นได้ตามธรรมชาติในที่ที่มีปริมาณน้ำฝน 500-5,000 มิลิเมตร /ปี  แต่ไม้สักที่ขึ้นในพื้นที่ชุ่มชื้นจะเจริญเติบโตได้ดีกว่าในที่แห้งแล้ง  ความชื้นและปริมาณน้ำฝนที่พอเหมาะจะอยู่ระหว่าง 1,250-3,000 มิลิเมตร/ปี  ควรมีวันที่ฝนตกเฉลี่ย  120 วัน/ปี ไม้ที่จะมีคุณภาพของเนื้อไม้ดีจะต้องมีช่วงฤดูแล้ง (หนาว-ร้อน) ที่เด่นชัด  3-5 เดือน ไม้สักที่ขึ้นในที่แห้งแล้งมักจะแคระแกร็น  มีรูปทรงเป็นพุ่มและความสูงน้อยและอาจตายในฤดูร้อน  ในทางตรงกันข้ามสักที่ขึ้นในที่ที่มีความชุ่มชื้นสูงสักจะมีขนาดใหญ่และมี พูพอนมาก  ไม้สักจะมีการเจริญเติบโตตามฤดุกาล  ด้านความสูงจะมีระยะเวลาประมาณ 4 เดือนในรอบ 1 ปี และมาที่สุดในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นต้นฤดูฝน ส่วนด้านความใหญ่ของต้นจะมากสุดในเดือนกรกฏาคม-สิงหาคมซึ่งเป็นกลางฤดูฝน 2. ลักษณะภูมิประเทศ พื้นที่ไม่ไกลจากลำน้ำไหลผ่าน ซึ่งมักนำความอุดมสมบูรณ์จากต้นน้ำมาให้เหมาะที่สักจะเจริญเติบโตได้ดี และมีโอกาสได้เนื้อไม้ที่มีสีทองสูง ไม้สักตามธรรมชาติจะขึ้นอยู่ในระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลเฉลี่ย 200-1,000 เมตร  และมักอยู่ในช่วง  latitude 15 – 23  องศาเหนือ  จึงจะมีการเจริญเติบโตได้ดี หากพบในบริเวณที่ต่างไปจากแนวเส้น latitude ดังกล่าว  ก็มักจะเป็นการนำออกไปปลูกนอกถิ่นกำเนิด […]


  • ไวรัสตับอักเสบอี

              โรคตับอักเสบเฉียบพลันที่เกิดจาก เชื้อไวรัสตับอักเสบอี  (hepatitis E virus, HEV) อยู่ใน Hepeviridae family แบ่งเป็น 4 จีโนไทป์ (genotype 1-4) ระยะการฟักตัวโดยเฉลี่ยของเชื้อไวรัสตับอักเสบอี ประมาณ 15-60 วัน มีรายงานการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ทั่วโลก พบมากในประเทศกำลังพัฒนาที่มีปัญหาด้านการสาธารณสุข ประสบภัยน้ำท่วม หรือในชุมชนที่มีระบบจัดการน้ำใช้น้ำเสียไม่ดีนัก เมื่อติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ ผู้ติดเชื้อบางคนอาจไม่แสดงอาการ หรือถ้าเกิดอาการ มักจะเป็นแบบเฉียบพลัน รวมถึงการมีไข้ คลื่นไส้ ปวดท้อง ปัสสาวะสีเข้ม ผิวหน้าและตาเหลือง คนมีอายุมีแนวโน้มที่จะแสดงอาการมากกว่าเด็ก           ในปี พ.ศ. 2556 องค์การอนามัยโลกได้รายงานสถานการณ์โรคว่ามีผู้ติดเชื้อมากกว่า 20 ล้านคนทั่วโลก มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 57,000 คน มีอัตราการตาย 1-4 % ซึ่งสูงกว่ากลุ่มผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ ที่มักจะแสดงอาการของโรคคล้ายคลึงกันมาก กลุ่มผู้ติดเชื้อที่สำคัญของไวรัสตับอักเสบอี คือ สตรีมีครรภ์ […]


  • ไม้สักทอง: การขยายพันธุ์

    การขยายพันธุ์ไม้สักทองทำได้อยู่ประมาณ 5 วิธี ได้แก่ 1. การเพาะเมล็ด 2.การปักชำด้วยเหง้า 3.การตอนกิ่ง 4.การติดตา 5.การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 1.  การเพาะเมล็ด เหง้าสักที่ตัดแต่งแล้วพร้อมนำไปปลูก โดยการหว่านในแปลงเพาะเมล็ดจากต้นแม่พันธุ์ที่ดีเก็บในฤดูแล้ว สามารถเก็บรักษาไว้ในถุงปุ๋ยเก็บไว้ในที่แห้งและเย็นได้ประมาณ 1-3 ปี เมื่อจะเพาะให้ทำแปลงขนาด 1 x 5 เมตร โดยใช้วัสดุเพาะเป็นทราย หรือขี้ถ้าแกลบปนทราย หรือดินร่วนปนทรายก็ได้ หว่านให้ทั้วและกลบด้วยดินนั้นอีกครั้งให้มีความหนาที่ผิวหน้าประมาณ 2 ซม. รดน้ำเช้า-เย็น ประมาณ 2 สัปดาห์ กล้าจะงอกและสามารถย้ายลงถุงดำได้ หลังจากมีอายุประมาณ 1 เดือน อาจมีคำแนะนำให้นำเมล็ดมาแช่น้ำ 1 คืน สลับผึ่ง 1 วัน ทำซ้ำ 3 ครั้ง แล้วนำไปเพาะตามปกติ วิธีนี้พบว่าไม่ค่อยได้ผล ถึงจะงอกก็แทบไม่มีความแตกต่างจากการเพาะแบบหว่านตั้งแต่ครั้งแรก ซึ่งวิธีหว่านประหยัดเวลาและสะดวกในการดำเนินการมาก 2. การปักชำด้วยเหง้า ติดตาพันธุ์ดีเข้ากับเหง้าคลุมด้วยพลาสติกเพื่อรักษาความชื้น ส่วนเหง้าที่เปิดพลาสติกออกตาเริ่มผลิ เหง้าที่ได้มาจากการเพาะเมล็ดในแปลงเพาะข้างต้นโดยกรรมวิธีเดียวกัน แต่ควรใช้แปลงเพาะที่มีความลึกมากกว่าปกติ […]


  • ไม้สักทอง : ถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์

    ไม้สักทอง เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญชนิดหนึ่งของไทย เป็นพันธุ์ไม้ที่ได้รับนิยมนำมาแปรรูปเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ และเป็นวัสดุก่อสร้างอาคาร ด้วยความแข็งแรงและสีสันลวดลายที่สวยงาม ไม้สักทองจึงเป็นพืชที่มีความสำคัญต่อคนไทยทั้งในแง่ของประโยชน์ใช้สอยและเพื่อปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ การกระจายพันธุ์สักทองในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียอาคเนย์ / จุดสีแดงแต้มเหลืองคือ ถิ่นกำเนิดดังเดิม : จุดสีฟ้า คือ บริเวณที่มีการนำไปปลูกเพิ่มเติม ไม้สักมีถิ่นกำเนิดจำกัดเฉพาะเอเชียแถบตอนใต้ในประเทศอินเดีย ปากีสถาน ศรีลังกา บังคลาเทศ พม่า ไทย ลาว เขมร เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย นิวกีนี และบางส่วนของออสเตรเลีย


  • จากรากสู่ผล: การวิจัยรากกับการปฏิวัติเขียวครั้งที่สองแห่งศตวรรษที่ 21

    โดย ดร. ปฐมพงษ์ แสงวิไล ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ภายในปี ค.ศ. 2050 นี้ ได้มีการประมาณการไว้ว่าโลกของเราจะมีประชากรมากถึงสิบพันล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากจำนวนประชากรปัจจุบันเกือบสองเท่า การเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะพืชอาหารหลัก เช่น ข้าว ข้าวโพด และถั่ว ให้เพียงพอกับความต้องการของจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นนั้นจะมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น เพราะนอกจากสภาพอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงและที่ดินทำกินมีอยู่อย่างจำกัดแล้ว พื้นที่ส่วนใหญ่ที่ใช้ในการเกษตรกรรมยังมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำและมักเสี่ยงต่อภัยแล้งอีกด้วย ถึงแม้ว่าในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา หลายประเทศเช่นสหรัฐอเมริกาและอินเดียได้มีการใช้หลักการ “ปฏิวัติเขียว” ซึ่งประกอบด้วยการปลูกพืชที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์ให้มีลำต้นเตี้ยและมีผลผลิตมาก รวมทั้งมีการใช้ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลงและสารกำจัดศัตรูพืชในปริมาณมาก ส่งผลให้ผลิตผลทางการเกษตรนั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่หลักการดังกล่าวได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเช่น