หน้าหลัก ไทย English มหาวิทยาลัยมหิดล อินทราเน็ต

 

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมทางเคมี (PERCH-CIC)
http://www.perch-cic.org

 

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมทางเคมี (Center of Excellence for Innovation in Chemistry : PERCH-CIC)

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมทางเคมี เป็นโครงการความร่วมมือแบบภาคี มุ่งเน้นสนับสนุนการวิจัยแบบบูรณาการ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของชาติ อันจะนำไปสู่สังคมแห่งภูมิปัญญา (Knowledge-based society) และเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ (Creative Economy) โดยให้ความสำคัญและกำหนดเป้าหมายในการพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมจากการค้นคว้า วิจัย และการพัฒนากำลังคนระดับสูงทางด้านวิทยาศาสตร์เคมี (Chemical Sciences) และวิทยาศาสตร์ทางด้านเภสัชศาสตร์ (Pharmaceutical Sciences) ศูนย์ฯ ได้กำหนดทิศทาง/กลุ่มการวิจัยไว้อย่างชัดเจน 3 ด้าน ดังต่อไปนี้

Research Direction Research Foci
1. Analytical Technology 1.1 Analytical Instrumentation and Analytical Method Development
1.2 Chemical Sensors for Environmental Studies/Monitoring
2. Innovation in Bioactive Natural Products 2.1 Bioactive Natural Products and Drug Design-based Pharmaceuticals
2.2 Green Chemistry and Synthesis
2.3 Cosmetics and Nutraceuticals
3. Materials Science / Nanotechnology 3.1 Nanomaterials, Catalysts and Controlled Molecular Architecture
3.2 Biofuels and Chemical Aspects of Energy

ทิศทางการวิจัย 1 : ด้านเทคโนโลยีการวิเคราะห์ (Analytical Technology)

การพัฒนาเทคโนโลยีการตรวจวิเคราะห์สารและสิ่งเจือปนที่มีอยู่ในระดับต่ำ การวิเคราะห์คุณภาพของสิ่งแวดล้อม คุณภาพและความปลอดภัยของอาหารและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร การตรวจวิเคราะห์ เพื่อควบคุมคุณภาพอาหารเพื่อการส่งออก เพื่อช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผลิตภัณฑ์อาหารไทย และเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดสากล

ทิศทางการวิจัย 2 : ด้านนวัตกรรมสารชีวภาพที่มีฤทธิ์ทางชีววิทยา (Innovation in Bioactive Natural Products)

การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งด้านยา สุขภาพอนามัย การกินดีอยู่ดี และเครื่องสำอาง และการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยส่งเสริมให้มีการผลิตผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร ผลิตภัณฑ์จากเชื้อจุลชีพ และผลิตภัณฑ์จากทรัพยากรทางทะเล

ทิศทางการวิจัย 3 : ด้านวัสดุศาสตร์ และนาโนเคมี (Materials Science / Nanotechnology)

การพัฒนาเทคโนโลยีด้านวัสดุและนาโนเคมีเพื่อใช้ในด้านการแพทย์และอุตสาหกรรม และด้านการพัฒนาตัวเร่ง และสารประกอบอื่นๆ เพื่อนำไปใช้ในการผลิตและสร้างนวัตกรรมพลังงานทางเลือก เช่น ด้านพลังงานชีวภาพ และด้านพลังงานแสงอาทิตย์

การบริหารจัดการ

ศูนย์ฯ มีจำนวนสมาชิกสถาบันร่วม (Participating Institutes) ทั้งหมด 7 แห่ง ประกอบด้วย

  1. มหาวิทยาลัยมหิดล                               มหาวิทยาลัยแกนนำ
  2. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์               มหาวิทยาลัยร่วม
  3. มหาวิทยาลัยขอนแก่น                          มหาวิทยาลัยร่วม
  4. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์                   มหาวิทยาลัยร่วม
  5. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม                    มหาวิทยาลัยร่วม
  6. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี                    มหาวิทยาลัยร่วม
  7. มหาวิทยาลัยนเรศวร                             มหาวิทยาลัยร่วม

 

ศูนย์ ได้มีความร่วมมือในลักษณะเครือข่ายกลุ่มวิจัย (Research Lab หรือ Outreach Unit) ตามทิศทางการวิจัย ที่มาจากสถาบันการศึกษา 6 สถาบัน เพื่อให้การพัฒนานวัตกรรมงานวิจัยเกิดประโยชน์สูงสุด และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

  1. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  2. มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  3. มหาวิทยาลัยบูรพา
  4. มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง
  5. มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
  6. มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

 

ในส่วนของการดำเนินงาน ศูนย์ฯ มีคณะกรรมการชุดต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • องค์ประกอบของคณะกรรมการอำนวยการ (Steering Committee) ประกอบด้วย ผู้บริหารภาคีสถาบันอุดมศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานศูนย์ฯ โดยมีผู้อำนวยการศูนย์ฯ เป็นกรรมการและเลขานุการและมีอธิการบดีาของมหาวิทยาลัยแกนนำเป็นประธาน
  • องค์ประกอบของคณะกรรมการบริหาร (Management Committee) ประกอบด้วย ผู้อำนวยการศูนย์ เป็นประธาน มีรองผู้อำนวยการศูนย์ฯ หัวหน้าหน่วยวิชาการ และผู้แทนหรือผู้ประสานงานจากภาคีสถาบันอุดมศึกษาเป็นกรรมการ โดยให้คณะกรรมการบริหารแต่งตั้งกรรมการคนหนึ่งเป็นเลขานุการ
  • คณะกรรมการประสานงานด้านวิชาการ (Academic Coordinators) และ คณะที่ปรึกษาจากภาคอุตสาหกรรม (Industrial Advisors) ทำหน้าที่ประสานงานระหว่างหน่วยงานด้านวิชาการและภาคเอกชน
  • สำนักงานส่วนกลาง (Implementation Unit) เป็นหน่วยงานในกำกับของสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา ภายใต้สำนักพัฒนาบัณฑิตศึกษาและวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีผู้อำนวยการศูนย์ฯ เป็นผู้บริหารสูงสุด และมีรองผู้อำนวยการ หัวหน้าหน่วยวิชาการ ผู้จัดการ และเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งปฏิบัติงาน ให้ปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลาตามสัญญาจ้าง และมีการประเมินผลการปฏิบัติงาน

 

สำหรับการขับเคลื่อนงานวิจัย ดำเนินการโดยแบ่งกลุ่มวิจัยออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ตามยุทธศาสตร์ทั้ง 3 ด้านของศูนย์ฯ นักวิจัยและผู้ช่วยวิจัยมีการทำงานแบบประสานงานในกลุ่มและระหว่างกลุ่มด้วย หัวข้อของงานวิจัยมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการตอบโจทย์ที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ โดยงานวิจัยจะต้องมีคุณภาพที่สามารถตีพิมพ์เผยแพร่ได้ในวารสารระดับนานาชาติ และในบางส่วนจะนำไปสู่นวัตกรรมที่เป็นประโยชน์กับทั้งภาคการผลิตและภาครัฐ ความร่วมมือของนักวิจัย ผู้ช่วยวิจัย หน่วยงานสนับสนุน และมหาวิทยาลัยร่วมเป็นสิ่งสำคัญที่จะผลักดันให้ศูนย์ฯ สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้วางแผนไว้ได้

ความเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมและหน่วยงานอื่น

PERCH-CIC มีความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ PlaitanoidsTM และ LotusiaTM รุ่นที่สอง ซึ่งร่วมมือกับหลายบริษัท นำโดย Kovic Kate International (Thailand) Co., Ltd. และ International Laboratory Corporation, Ltd. (ILC) ชุดทดสอบภาคสนามทางเคมี (Chemical test kits) โดยได้ร่วมงานกับบริษัทบางกอกไฮแล็บ จำกัด พัฒนาชุดตรวจสอบคุณภาพแก๊สโซฮอล์ (Siam Gasohol Kit) นอกจากนี้ ศ.ดร. ยุวดี เชี่ยววัฒนา ได้จัดตั้งบริษัท TESTKIT INNOVATION เพื่อการค้าสำหรับผลิตภัณฑ์ชุดทดสอบภาคสนาม นักวิจัยของศูนย์ฯ ได้รับทุนสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาเอก จำนวน 17 ทุน (เงินประมาณ 50 ล้านบาท) เพื่อสร้างความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ เช่น ทุนร่วมระหว่างโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษกและอุตสาหกรรม ทุนจากบริษัท International Laboratories Corporation, Ltd. (ILC) ทุนจากบริษัทปูนซิเมนต์ไทย (SCG) และทุนจากบริษัท Bruker BioSpin ศูนย์ฯ ยังได้จดบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัทเบทาโกร สำหรับการพัฒนาวิธีการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์อหาร ความร่วมมือกับบริษัท Bruker BioSpin ในด้านเทคโนโลยีโปรติโอมิกส์โดยใช้ high-resolution NMR สำหรับการวิเคราะห์อาหารก็ได้รับการริเริ่มขึ้น นอกจากนี้ศูนย์ฯ ยังมีความร่วมมือกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) เพื่อนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ โดยการเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการอีกด้วย

ในการดำเนินงานระยะที่ 3 ของศูนย์ฯ นั้น มีแผนปฏิบัติการที่จะหาแนวทางเพื่อสร้างความร่วมมือทางวิชาการในอนาคตกับศูนย์ความเป็นเลิศ ภายใต้ PERDO ทั้งในด้านการวิจัยและด้านการร่วมมือกับภาคการผลิต ดังนี้

ตาราง แผนปฏิบัติการ (Action Plan) สำหรับสร้างความร่วมมือทางการวิจัยพลังงานทดแทนและวัสดุศาสตร์ ความปลอดภัยของอาหาร และการหา active compounds สำหรับเวชภัณฑ์

Milestone Activity Timeline Resource
1. ความร่วมมือทางการวิจัย 1.1 ประชุมหารือกับนักวิจัยที่เกี่ยวข้องของศูนย์ภายใต้ PERDO กับนักวิจัยภายในศูนย์ PERCH-CIC เพื่อหาแนวทางความร่วมมือ
1.2 จัดให้มีการดำเนินการวิจัยร่วมกัน เช่น ให้มีการวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจากทั้งศูนย์ PERCH-CIC กับศูนย์ที่เข้าร่วม
1.3 การจัดประชุมวิชาการร่วมกันภายใต้หัวข้องานวิจัยที่สนใจร่วมกัน
2555

2556-2559

2556-2559
ผู้บริหารและนักวิจัยในแต่ละศูนย์

นักวิจัยของแต่ละศูนย์

นักวิจัยของแต่ละศูนย์
2. ความร่วมมือระหว่างศูนย์ฯ กับภาคการผลิต/บริการ จัดการประชุมวิชาการ/สัมมนา เพื่อหารือแนวทางการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ (โดยจัดร่วมกันระหว่าง PERCH-CIC ศูนย์ที่ร่วมวิจัย และภาคการผลิต/บริการ 2556-2559 ผู้บริหารและนักวิจัยในแต่ละศูนย์ฯ (PERCH-CIC และศูนย์ที่ร่วมวิจัย) และผู้บริหารและนักวิชาการ จากภาคการผลิต/บริการ