หน้าแรก
ประวัติความเป็นมา
วิธีฝึกเด็กๆ เล่น
สมาชิกชมรม
ประวัติความเป็นมา

ประวัติกีฬาเทเบิลเทนนิส (ข้อมูลจากการกีฬาแห่งประเทศไทย)

ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าประเทศใดในสี่ประเทศคือ อังกฤษ อเมริกา อินเดีย และ อัฟริกาใต้ เป็นประเทศต้นกำเนิดกีฬาเทเบิลเทนนิสกันแน่ เพียงแต่ประเทศอังกฤษได้รับการกล่าวถึงมากกว่าสาม
ประเทศข้างต้นผู้ค้นคิดก็ไม่มีการกล่าวถึงว่าเป็นท่านใด เพียงกล่าวว่าเคยเป็นกีฬาประจำราชสำนัก
ในสมัยศตวรรษที่ 12 ซึ่งทหารอังกฤษที่ประจำอยู่ที่ประเทศอินเดียและอัฟริกาใต้ก็เคยเล่นมาก่อน
ด้วยกฎเกณฑ์ง่ายๆ วัสดุราคาถูก และประกอบได้อย่างง่ายดาย ทำให้กีฬาเทเบิลเทนนิสได้รับ
ความนิยมกันอย่างกว้างขวาง ทั้งในพระราชฐานและตามท้องถนน พระเจ้ายอร์จที่ 6
แห่งประเทศอังกฤษทรงโปรดฯ ให้ตั้งโต๊ะเทเบิลเทนนิสขึ้นในพระราชวังบัคกิงแฮมและ
ในสมัยเริ่มสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ทรงจัดกีฬาชนิดนี้ให้พระราชธิดา (เจ้าฟ้าหญิงเอลิซาเบธ) ได้สนุกสนานที่พระราชวังบัลมอรอล เช่นเดียวกับพระเจ้ายอร์จที่ 6 พระเจ้าซาร์แห่งเปอร์เชีย , บัณฑิตเนห์รูแห่งอินเดีย , และกษัตริย์ฟารุคแห่งอียิปต์ในอดีตก็ล้วนแต่เป็นผู้ส่งเสริมกีฬาชนิดนี้

เทเบิลเทนนิสได้รวมเอาคุณสมบัติต่างๆ เข้าด้วยกัน ให้ความคล่องตัวในการเล่น ทำให้เคลื่อนไหวเท้าได้คล่องแคล่ว มีความฉับไวทั้งในการรุก และความรู้สึกสนองตอบในการรับที่รวดเร็ว
รวมกันแล้วจึงทำให้เทเบิลเทนนิสกลายเป็นกีฬาที่ก่อให้เกิดความร่าเริงมาก นักจิตวิทยาทางอุตสาหกรรมได้เน้นให้ความสำคัญของกีฬาชนิดนี้ที่ทำให้ ประสิทธิภาพในการทำงานของคนสูงขึ้น เขากล่าวว่าหลังจากได้เล่น กีฬาเทเบิลเทนนิสสักเกมส์แล้ว คนงานจะกลับไปทำงานด้วยความสดชื่นและด้วยพละกำลังที่เพิ่มขึ้นอย่างประหลาดเทเบิลเทนนิสจึงเป็นกีฬาที่ได้รับการพิจารณา
ว่าเป็นวิธีที่มีคุณค่าในการจะช่วยทำให้ระบบประสาทกับกล้ามเนื้อทำงานสัมพันธ์กันได้ดีมากขึ้น เมื่อครั้งสมัยเริ่มเล่นเทเบิลเทนนิสใหม่ๆ เทเบิลเทนนิสเป็นกีฬาที่เล่นตามห้องรับรองของบ้าน
ในสมัยพระนางเจ้าวิคตอเรียวัสดุที่ใช้ในสมัยนั้นส่วนมากเป็นวัสดุที่ทำขึ้นเอง ลูกเทเบิลเทนนิสทำจากเส้นได้ ใช้หนังสือวางบนโต๊แทนตาข่าย ไม้ที่ใช้ตีก็ตัดเอาจากกระดาษแข็งหนาๆ จากหนังสือเก่าๆ เกี่ยวกับกีฬาประเภทนี้ แนะนำว่า ห้องที่ใช้เล่นควรจะตกแต่งอย่างโปร่งๆ และเครื่องอุปกรณ์ที่มีอยู่ ควรจะปกปิดเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย

ไม้เทเบิลเทนนิสซึ่งผลิตขึ้นในขณะนั้น ทำด้วยยางหรือไม้คอร์คและมักจะหุ้มด้วยยางหรือผ้าเพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายกับโต๊ะ
และมีคุณสมบัติในการทำให้ลูกเทเบิลเทนนิสหมุน รูปร่างและวัสดุที่ใช้ยังคงแตกต่างๆ กันไปเรื่อยๆ เพื่อยังไม่มีการกำหนดมาตรฐาน ด้ามจะยาวคล้ายไม้เทนนิส ส่วนที่ใช้ตีนั้นข้างในกลวงและหุ้มด้วยแผ่นหนัง ทำให้มีรูปร่างคล้างกลองเล็กๆ ส่วนเกมส์หนึ่งๆ จะจบลงเมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้แต้ม 21 แต้มก่อน
การนำลูกเทเบิลเทนนิสที่ข้างในกลวงซึ่งทำด้วยเซลลูลอยด์มาใช้นั้นทำให้การเล่นเทเบิลเทนนิสถูก
ปฏิวัติไปอย่างสิ้นเชิง ลูกเทเบิลเทนนิสแบบใหม่จะมีการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วน่าอัศจรรย
์และมีความแม่นยำสูงมาก กล่าวกันว่านักกีฬาเทเบิลเทนนิสคนหนึ่งชื่อ JAME GIPP
หรือที่คนอื่นๆ กล่าวว่าเป็นบาทหลวง ได้เดินทางไปสหรัฐอเมริกาและบังเอิญพบกับ
ลูกบอลสีต่างๆ ซึ่งเด็กๆ ใช้เป็นของเล่น และเมื่อกลับอังกฤษจึงนำมาให้กับ
กีฬาเทเบิลเทนนิสและพบว่ามีประโยชน์มาก จึงทำให้นักธุรกิจเกี่ยวกับสินค้ากีฬาพากันผลิตออกจำหน่าย
การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ได้ผลักดันกีฬานี้ให้ก้าวหน้าไปมาก
การเริ่มแข่งขันอย่างมากมายทางการค้า ทำให้บริษัทฯ ต่างๆ จดทะเบียนผลิตภัณฑ์ของตนขึ้นมา
ชื่อต่างๆ ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อใช้เรียกสินค้าอย่างหรูหรา และมีอยู่บริษัทฯ หนึ่งชื่อ บริษัท ปราเกอร์ บราเธอร์ จำกัด
ได้ตั้งชื่อสินค้าของตนเองว่า “ปิงปอง” ซึ่งเกิดจากการเลียนเสียงของกีฬาชนิดนี้ โดยที่เสียง “ปิง”
มาจากไม้ปิงปองตีลูก และเสียง “ปอง” มาจากที่ลูกกระทบโต๊ะ
ในระหว่างที่ประชาชนนิยมเล่นกีฬาเทเบิลเทนนิสเป็นอย่างมากทั้งในอเมริกาและอังกฤษ
ความนิยมเริ่มลดน้อยลงจนกระทั่งMR. E.C.OODด้ทำให้กีฬาเทเบิลเทนนิสกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง

จากการที่เขาได้เกิดอาการปวดหัว และได้ไปซื้อยาในร้านขายยาและได้สังเกตเห็นแผ่นยางซึ่งตอกติดอยู่บนเคาท์เตอร์ ความคิดของเขาในพลันนั้นได้คิดถึงกีฬาเทเบิลเทนนิสว่า หากยางชนิดนี้ใช้ทำเป็นผิวสำหรับตีลูกปิงปองบนไม้ปิงปองคงจะวิเศษทีเดียว มันคงจะทำให้ผู้เล่นควบคุมลูกได้ดีมากขึ้น
เขาจึงลืมอาการปวดหัวโดยที่ไม่รู้ตัว และได้ซื้อแผ่นยางไปจากร้านขายยานั้นไป ตัดให้ได้สัดส่วนกับไม้และติดกาวเข้าด้วยกัน
เข้าไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่น้อย เริ่มต้นฝึกหัดและได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความวิเศษของเครื่องมือที่ได้ปรับปรุงขึ้นมาใหม่ให้เขาสามารถเข้าถึงรอบสุดท้ายของการแข่งขันระ
ดับนานาชาติและสามารถชนะแชมป์เทเบิลเทนนิสของอังกฤษลงได้ จากวันนั้นเป็นต้นมา ประชาชนก็หันกลับมานิยมเล่นกีฬาเทเบิลเทนนิสกันอีก

จนกระทั้ง ค.ศ.1904 กีฬาชนิดนี้กลับซบเซาลงอีกครั้ง และไม่ฟื้นตัวขึ้นมาอีกเลยจนกระทั่ง หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ในปี ค.ศ.1921สมาคมปิงปองได้ตั้งขึ้นในอังกฤษและยอมใช้ชื่อเครื่องหมายการค้าปิงปองเนื่องจากกีฬาชนิดนี้มีลักษณะการเล่นที่คล้ายกับกีฬา
เทนนิสและมีโต๊ะเป็นส่วนประกอบจึงได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็นสมาคมเทเบิลเทนนิสภายหลัง ไอเวอร์ มอนทาเจอร์ บุตรชายของคุณหญิงสเวย์ธลิง ขณะที่ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด ได้เกิดความสนใจในกีฬาเทเบิลเทนนิส โดยมีเพื่อนๆ นิสิตสนใจและเข้าร่วมแข่งขันกัน ในไม่ช้าการแข่งขั้นระหว่างมหาวิทยาลัยครั้งแรก คือระหว่างมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ตและ
เคมบริดจ์ก็เริ่มต้นขึ้น และเป็นความคิดริเริ่มของ ไอเวอร์ มอนทาเจอร์ ในการใช้ชื่อมารดาของตนเองตั้งชื่อถ้วยว่า “สเวย์ธลิง คัพ”
(คล้ายกับกีฬาเทนนิสที่มีชื่อการแข่งขัน “โธมัส คัพ”) ซึ่งปัจจุบันก็คือการแข่งขันชิงแชมป์โลกที่นักกีฬาเทเบิลเทนนิสทั่วโลกใฝ่ฝันมากที่สุด

สภาเทเบิลเทนนิสของโลกก่อตั้งขึ้นในอังฤษเมื่อปี ค.ศ.1826
ซึ่งเป็นรากฐานของสหพันธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาติ ( INTERNATIONAL TABLE TENNIS FEDERATION , I.T.T.F.)
ซึ่งก่อตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อ ค.ศ.1939 ประกอบด้วยชาติต่างๆ มากกว่า 30 ชาติ โดยมีอังกฤษเป็นผู้นำและปัจจุบันสหพันธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาตินี้ได้มีสำนักงานอยู่ที่ประเทศอังกฤษนี่เอง

ข้อมูลจาก...
1. หนังสือคู่มือการฝึกเทเบิลเทนนิส ขั้นพื้นฐาน / งานวิชาการกองการฝึกอบรม
สำนักพัฒนาบุคคลากรกีฬา การกีฬาแข่งประเทศไทย
2. อ.ณัฐวุฒิ เรืองเวส
3. อ.นิตย์ ตัณฑะเกยูร