ประวัติความเป็นมา

            ความเป็นมาของการเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่สมัยก่อนที่คณะวิทยาศาสตร์นั้น ตั้งอยู่ที่ถนนศรีอยุธยา ซึ่งปัจจุบันเป็นคณะเภสัชศาสตร์การเลี้ยงสัตว์ทดลอง ในระยะเริ่มแรก อยู่ที่ชั้นดาดฟ้าของตึกร็อกกิเฟลเลอร์ ถนนศรีอยุธยา คาดว่าประมาณในปี 2510 ในขณะนั้นมีพนักงานเลี้ยงดูแลสัตว์ทดลองจำนวน 2 คน ลิงหนึ่งตัว กระต่าย 2 ตัว และหนูตะเภาอีก 2 ตัว บนดาดฟ้า ต่อมาเมื่อย้ายคณะวิทยาศาสตร์ มาอยู่ที่ถนนพระราม 6 ทุกภาควิชาทาง Life Science ต่างก็มีห้องเลี้ยงสัตว์ทดลองไว้ในภาควิชาของตัวเอง เช่น ที่ภาควิชาพยาธิชีววิทยา สรีรวิทยา เภสัชวิทยา และกายวิภาคศาสตร์หรือที่ตึกวิจัย(R) คือภาควิชาชีวเคมี จุลชีววิทยา และ MIT ในแต่ละภาควิชาต่างดูแลสัตว์ทดลองของตนเอง เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นบ่อยๆ ในการจัดการเรียนการสอนที่ต้องใช้สัตว์ทดลอง ทุกภาควิชาจึงต้องการให้มีหน่วยงานกลางเพื่อรับผิดชอบ โดยใช้พื้นที่ตึก R ชั้น 6 ในการดำเนินการจัดหาสัตว์และเลี้ยงสัตว์ที่ใช้ในการสอน ตลอดจนกำจัดทำลายซากสัตว์หลังการเรียนการสอน โดยจัดให้มีการจัดตั้งกรรมการควบคุมดูแลและรับผิดชอบ ซึ่งในขณะนั้น Dr.Moore (หัวหน้าภาควิชาสรีรวิทยา) เป็นประธาน ต่อมาคณะฯ ได้มีความพยายามที่จะย้ายสัตว์ทดลองจากภาควิชาต่างๆ มาอยู่ที่ส่วนกลาง แต่พื้นที่ที่ตึก R ไม่เพียงพอ ทางคณะฯ ซึ่งกำลังสร้างตึก N อยู่ขณะนั้นได้กำหนดพื้นที่ชั้น 6 ทั้งชั้นเพื่อเลี้ยงสัตว์ทดลอง และให้คงพื้นที่ตึก R เดิมไว้ด้วย เพื่อให้การเลี้ยงสัตว์ทดลองมารวมอยู่ที่จุดเดียว นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นให้มีการจัดการการเลี้ยงสัตว์ทดลองภายในคณะวิทยาศาสตร์ฯ ในภาพรวมโดยมีคณะกรรมการกำกับควบคุมดูแล มีการขอตั้งงบประมาณเพื่อการเลี้ยงสัตว์ทดลองโดยเฉพาะ และมีสัตวแพทย์เป็นผู้ดูแล การเลี้ยงสัตว์ทดลองด้วยระบบ Conventional ที่คณะวิทยาศาสตร์ฯ ในช่วงนั้น นับว่าดีที่สุดในประเทศไทยก็ว่าได้ แต่ประมาณ 4-5 ปี หลังจากนั้น การจัดการเริ่มมีปัญหา ทั้งจากคณะกรรมการ อาจารย์ นักศึกษาที่ใช้สัตว์ทดลองและพนักงานเลี้ยงสัตว์ทดลอง ในที่สุดได้มีการแบ่งปนพื้นที่มากกว่าครึ่งหนึ่งของตึก N ชั้น 6 ไปใช้ในงานของศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬาซึ่งได้รับการจัดตั้งขึ้นใหม่ อีกทั้งห้องเลี้ยงสัตว์ที่เหลืออยู่ ไม่ได้มีการปรับปรุงให้ดีขึ้น ไม่มีการพัฒนาวัสดุอุปกรณ์ในการควบคุมป้องกันการติดเชื้อ และการควบคุมสภาพแวดล้อมที่ดีพียงพอ ขึ้นมารองรับระบบการเลี้ยงสัตว์ที่ทันสมัย โดยยังคงสภาพการเลี้ยงระบบ Conventional เหมือนเดิม (ที่มา: ดร.ประดน จาติกวนิช, หนังสือที่ระลึก 48 ปี, การเลี้ยงสัตว์ทดลองที่คณะวิทยาศาสตร์;81)

ระยะเวลาประมาณ 10 ปีที่ผ่านมาได้มีความพยายามปรับเปลี่ยนการเลี้ยงสัตว์ทดลองให้ เป็นระบบอนามัยเข้ม ซึ่งใช้เลี้ยงสัตว์ทดลองอยู่ปัจจุบัน โดยปรับปรุงห้องเลี้ยงสัตว์ที่ตึก N และตึก R และได้ของบประมาณจัดซื้อเครื่องล้างกรง และเครื่อง autoclave ขึ้นเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตาม สถานที่เลี้ยงสัตว์ปัจจุบันถึงแม้จะได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นแล้วแต่ก็ยังไม่อยู่ในสภาพที่จะพัฒนา
ต่อไปให้ได้มาตรฐานสากลฯคณะฯ จึงได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารเลี้ยงสัตว์ทดลองขึ้นใหม่ เพื่อที่จะให้ขอบเขตของการวิจัยในสัตว์ทดลองครอบคลุมในเรื่องต่างๆ ได้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น และเพื่อให้ผลงานวิจัย งานทดสอบ งานผลิตชีววัตถุ งานการเรียนการสอน การทดลองในสัตว์ทดลอง มีความถูกต้องได้ผลแม่นยำและมีค่าน่าเชื่อถือได้ เป็นที่ยอมรับของมาตรฐานสากลแข่งขันได้กับนานาชาติและการเลี้ยงสัตว์ทดลองเป็นไปตามจรรยาบรรณการใช้สัตว์ มีการให้บริการได้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และทำให้การวิจัยในสัตว์ทดลองสมบูรณ์  และครบวงจรมากขึ้น  ซึ่งจากผลการวิจัยอาจนำไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ทางด้านสมุนไพร ที่จำเป็นต้องใช้สัตว์ทดลองช่วยในการทดสอบฤทธิ์ของมัน ทดสอบความเป็นพิษและทดสอบประเมินดูความปลอดภัย ก่อนที่จะนำผลิตภัณฑ์สมุนไพรเหล่านั้นมาพัฒนาใช้กับมนุษย์ต่อไป นอกจากนี้ผลการวิจัยอาจทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ เกิดความก้าวหน้าทางวิชาการและผลงานวิจัยสามารถช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์และนำไปสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ พร้อมทั้งขยายงานวิจัยทางด้านสัตว์ทดลอง เพื่อนำไปสู่การสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ใหม่และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์และสัตว์ อีกทั้งพัฒนาศักยภาพของประเทศอย่างยั่งยืน นอกจากนี้มีการส่งสัตวแพทย์ไปศึกษาต่างประเทศให้มีความรู้ความสามารถในการจัดการ การเลี้ยง และการใช้สัตว์ทดลองให้ได้มาตรฐานสากล อีกทั้งสนับสนุนให้บุคลากรของหน่วยฯ ไปฝึกอบรมโปรแกรม AALAS (ALAT, LAT, LATG) ซึ่งเป็นโปรแกรมที่เกี่ยวกับมาตรฐานการจัดการด้านสัตว์ทดลองในระดับสากล และคณะวิทยาศาสตร์ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการดำเนินการครั้งนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการ โดยเฉพาะในด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ให้แกปร่ะเทศไทยต่อไป