"บัวตอง ถึงเวลาจำกัดขอบเขตหรือยัง"


บัวตอง (Tithonia diversifolia (Hemsley) A. Gray; ชื่อสามัญ tree marigold, Mexican sunflower วงศ์ทานตะวัน Asteraceae) เป็นพืชพื้นเมืองของทวีปอเมริกากลาง เม็กซิโก และคิวบา มีผู้นำมาปลูกและปัจจุบันปรับตัวได้ดีมากในเอเชียและอัฟริกา ปัจจุบัน บัวตองเป็นพืชต่างถิ่นรุกรานรุนแรงในหลายประเทศ ทั้งจีน อินเดีย เมียนมาร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ หลายประเทศในอัฟริกา และรัฐทางใต้ของสหรัฐอเมริกา และถูกจัดให้อยู่ในรายการชนิดพันธุ์รุกรานระดับโลกตั้งแต่ ปี พ.ศ 2551 (Global Invasive Species Database - GISD 2008) ดังตัวอย่างในตารางข้อมูลของ CABI (Centre for Agriculture and Biosciences International) https://www.cabi.org/isc/datasheet/54020               โดยเฉพาะในหมายเหตุของประเทศจีน รายงานว่าบัวตองแพร่กระจายเข้าไปใน 64 เขต (county) ของมณฑลยูนนาน ประมาณ 230,000 ตารางกิโลเมตร (คิดเป็นราว 60% ของพื้นที่ของมณฑล) บัวตองเป็นไม้พุ่ม สูงถึง 1.5-2 ม. เจริญเติบโตได้แม้ในที่ดินเลว ทนร้อน ทนแล้ง โตเร็ว สามารถกระจายพันธุ์โดยแตกรากจากข้อที่กิ่งต่ำๆ และเกิดยอดใหม่ โดยเฉพาะในฤดูฝน เมื่อเจริญเติบโตเป็นพุ่มใหญ่จะแตกกิ่งหนาแน่นมาก บังแสง ทำให้ต้นกล้าพืชท้องถิ่นเจริญไม่ได้ สร้างดอกและเมล็ดได้ตลอดปีถึงปีละ 80,000 ถึง 160,000 เมล็ดต่อตารางเมตร (อัตราการงอกประมาณ 70%) ทำให้แพร่พันธุ์ได้ตลอดปี เมล็ดเล็กเบา (4-8 มม.) ปลิวตามลม น้ำ หรือติดไปกับตัวสัตว์ และพักตัวในดินได้นานถึง 4 เดือน
              ปัจจัยสำคัญที่ทำให้บัวตองเจริญเติบโตแพร่พันธุ์ได้ดีมาก เป็นเพราะต้นบัวตองสร้างสารซึ่งเป็นพิษต่อพืชอื่น เรียกว่า สารอัลลีโลพาธี (allelopathy) เช่น ทาจิตินิน และ ฮิสปิดูลิน (sesquiterpene lactone คือ tagitinin A และ tagitinin C และ flavonoid คือ hispidulin) สามารถยับยั้งการเจริญของหน่อและราก และการดูดซึมแร่ธาตุของพืชหลายชนิด เช่น ยับยั้งการการงอกของเมล็ดข้าว ข้าวโพด มะเขือเทศ หัวหอม แตงกวา บัวตองแพร่พันธุ์ทำลายทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ และป่าหญ้าตามธรรมชาติในหลายประเทศ ทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง คือ ชนิดของพืชและสัตว์อื่นๆ ในพื้นที่ลดจำนวนลง และยังกำจัดได้ยาก หากตัดฟันก็จะงอกจากต้นตอที่เหลือได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นหากยังมีจำนวนน้อย ควรขุดถอนออกทั้งราก และในพื้นที่กว้างอาจใช้สารเคมีพ่นทางใบ (ซึ่งจะสร้างผลกระทบต่อไปอีก)
              ทั้งนี้ ต้นบัวตองเองเป็นพืชที่มีประโยชน์ สารสกัดจากใบบัวตองสามารถใช้เป็นยาฆ่าแมลงได้ จากผลการทดลองกับยุงลาย มด และปลวก และมีรายงานว่าต้น กิ่ง ใบบัวตองเป็นปุ๋ยให้ไนโตรเจนสูง นอกจากนั้นยังพบว่าสารสกัดทิจิตินินจากบัวตองสามารถยับยั้งเนื้องอก และมะเร็งได้ในหลอดทดลอง มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย ต้านมาลาเรีย มีฤทธิ์ควบคุมน้ำตาลในเลือด อย่างไรก็ตาม ละอองจากต้นบัวตอง อาจทำให้ผิวหนังอักเสบได้ (airborne-contact dermatitis)
              ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด ว่าบัวตองจากทวีปอเมริกากลาง เข้ามารุกรานพื้นที่ในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อใด แต่อย่างน้อยน่าจะประมาณ 30 ปีที่ผ่านมา อาจมีผู้นำเข้ามาเพื่อเป็นไม้ประดับ อาจมีเมล็ดติดมากับต้นไม้ที่นำเข้ามา หรือติดมากับกระสอบเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด หรือพืชอื่น ทั้งนี้ พื้นที่ดอยแม่อูคอในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นพื้นที่ที่มีทุ่งบัวตองขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ปัจจุบันบัวตองขึ้นเป็นผืนแน่นติดต่อกัน ครอบคลุมพื้นที่หลายเนินเขา แม้จะเป็นที่รับรู้ในแวดวงวิชาการกันมาเป็นเวลานานแล้วว่าบัวตองเป็น #พืชต่างถิ่นชนิดรุกราน http://chm-thai.onep.go.th/…/data_…/Chiangmai/alien_spp.htmlแต่การรับรู้ของประชาชนยังมีจำกัด ทำให้ขาดการระแวดระวังถึงภัยเงียบที่คุกคามทรัพยากรชีวภาพของท้องถิ่น ที่สำคัญ กำลังเป็นที่นิยมนำบัวตองเข้าไปปลูกในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทยเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว ทำให้หลายพื้นที่นั้นเสี่ยงต่อการถูกรุกรานทำลายเช่นเดียวกัน
              การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้กำหนดเทศกาลทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ เป็นหนึ่งในสิบสองเดือน ตามโครงการมหัศจรรย์เมืองไทย 12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน โดยมีจุดเด่นคือ "ขุนเขาแห่งทะเลดอกไม้สีทอง" ในฤดูหนาว ประมาณเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม พื้นที่บริเวณนั้น ได้จัดตั้งเป็น “วนอุทยานทุ่งบัวตอง ดอยแม่อูคอ” ในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของ “อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์” เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 วนอุทยานแห่งนี้มีเนื้อที่ประมาณ 4,437 ไร่ มีส่วนที่เป็นทุ่งดอกบัวตองประมาณกว่า 1,000 ไร่ (ข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆ ณ ปี 2559) เมื่อพื้นที่ไม่กว้างขวางนัก การแพร่ระบาดอาจเป็นไปอย่างช้าๆ แต่เมื่อมีจำนวนต้นเพิ่มขึ้นมหาศาล ทุ่งบัวตองจะยิ่งขยายตัวออกไปได้เร็วเป็นทวีคูณ
              การออกมาเรียกร้องในครั้งนี้ ต้องการชี้ให้เห็นอันตรายที่บัวตองมีต่อระบบนิเวศของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพราะพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นบริเวณที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย มีพืชจำนวนมากที่ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกของโลกในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เราไม่มีทางรู้ว่าพื้นที่ธรรมชาติ ยังมีสิ่งมีชีวิตใดที่เรายังไม่ค้นพบอีกบ้าง และข่ายใยชีวิตที่ซับซ้อนในพื้นที่เกี่ยวข้องกับกันและกันอย่างไร ดังนั้นหากชาวแม่ฮ่องสอนต้องการ #รักษาสมดุลของระบบนิเวศในท้องถิ่น และหากถือว่าทุ่งบัวตองเป็นพันธุ์ไม้สวยงามที่น่าชื่นชม ให้ผลประโยชน์กับการท่องเที่ยวของจังหวัด ควรเริ่มดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อ “จำกัด” ขอบเขตของทุ่งบัวตองให้อยู่ในบริเวณที่นักท่องเที่ยวเข้าถึงได้เท่านั้น ซึ่งแม้ไม่ขยายเพิ่มเติมไปจากปัจจุบัน ก็นับเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่มากแล้ว น่าจะเพียงพอกับการชื่นชมความสวยงามได้อย่างเต็มที่ปีละครั้ง ย้ำ...#จำกัดขอบเขต

ความหลากหลายทางชีวภาพมีความสำคัญอย่างไร

สิ่งมีชีวิตทุกชนิดในระบบนิเวศมีความสำคัญ ไม่ว่าจะมีขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่ ทุกชนิดมีหน้าที่ต่อสิ่งมีชีวิตอื่น และต่อสิ่งแวดล้อมรอบๆ หากยกตัวอย่างในเรือกสวนไร่นาที่มีความหลากหลายของพืช ที่แห่งนั้นจะมีผลผลิตหลากหลายตลอดปี บางชนิดทนแล้ง บางชนิดทนน้ำท่วม ยิ่งมีความหลากหลายมากก็มีความมั่นคงยั่งยืนมาก และสำหรับพื้นที่ป่าหรือแม้แต่ทุ่งหญ้าตามธรรมชาติ ที่มีสิ่งมีชีวิตหลายชนิดอยู่ร่วมกัน พืชบางชนิดเป็นอาหาร บางชนิดเป็นบ้านให้ร่มเงา บางชนิดให้ดอกออกผลในฤดูฝน บ้างในฤดูแล้ง บางชนิดบานกลางวัน บางชนิดบานกลางคืน ต้นไม้ใหญ่มีพุ่มใบและโครงสร้างรากแผ่เป็นบริเวณกว้างดูดซับน้ำ และชะลอน้ำได้ ช่วยให้มอส หรือเฟินรอบๆ สามารถรอดชีวิตอยู่ได้นานขึ้น แม้ฝนขาดช่วงไปเป็นเวลานาน เพราะได้รับความชุ่มชื้น สัตว์บางชนิดเป็นเหยื่อ บางชนิดเป็นผู้ล่า และเป็นอาหารของสัตว์ขนาดใหญ่กว่า เห็ดราหรือจุลินทรีย์ก็มีหน้าที่ในสิ่งแวดล้อม โดยเป็นผู้ย่อยสลายซาก เปลี่ยนกลับเป็นธาตุอาหารที่พืชสามารถนำกลับมาใช้ได้ พืชและสัตว์บางชนิดพึ่งพากันและกัน เช่น มีพืชบางชนิดมีรูปทรงดอกเหมาะกับการดูดน้ำหวานของนกที่มีจะงอยปากยาวที่ช่วยผสมเกสรเพียงชนิดเดียวเท่านั้น หากขาดพืชชนิดนั้น หรือสัตว์ชนิดนั้น อีกชนิดหนึ่งก็ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ พื้นที่รอยต่อระหว่างชายป่ากับทุ่งหญ้าก็มีความสำคัญ มีกล้วยไม้ดินหลายชนิดที่ขึ้นแต่เฉพาะในทุ่งหญ้า สัตว์บางชนิดต้องใช้พื้นที่แบบนี้สำหรับเป็นที่ผสมพันธุ์ มีสัตว์กีบหลายชนิดที่ต้องกินหญ้าในพื้นที่โล่ง และมันเป็นอาหารของสัตว์ใหญ่ที่อยู่ในป่า พื้นที่ธรรมชาติที่มีความหลากหลายทางชีวภาพเป็นเหมือน “#ขุมทรัพย์” ของท้องถิ่น เป็นแหล่งของพืชมากมายที่มีประโยชน์ในด้านต่างๆ มีสมุนไพรที่อาจนำมาเป็นยารักษาโรค ที่ปัจจุบันอาจยังไม่เป็นที่รู้จัก ระบบนิเวศในที่หนึ่งๆ หากอยู่อย่างสมดุล จะหล่อเลี้ยงชีวิตได้มากมายมหาศาล แต่หากทุ่งหญ้าป่าไม้ถูกแผ้วถางทำลาย หากความหลากหลายถูกทำลายเหลือเพียงพืชชนิดใดชนิดหนึ่ง พืชเพียงชนิดเดียวไม่อาจหล่อเลี้ยงสังคมสิ่งมีชีวิตทั้งหมดได้ นั่นจะทำให้เราอาจสูญเสีย “ขุมทรัพย์” ที่มีค่ายิ่งกว่าเงินทอง และเป็นการสูญเสียตลอดกาล นำกลับคืนมาไม่ได้

ความหลากหลายทางชีวภาพมีค่ายิ่งกว่าเงินทอง และหากสิ่งชีวิตชนิดใดสูญพันธุ์ไป จะนำกลับคืนมาไม่ได้ตลอดกาล