Welcome to...
Department of Biology, Faculty of Science
Mahidol University
Wisdom of the Land

Home
About us
News and Events
Research
Facilities
Publications
Awards
Curriculums
eLearning
Staff
Alumni
Service
Shop
Webboard
Download
Contact us
New Homepage
Home | Faculty of Science | Mahidol University | FAQs | Members | ภาษาไทย

Department of Biology Webboard
Search:
[Reload] [Recent] [Post] [Reply]
การประชุมหารือด้านการเรียนการสอนนักศึกษาแพทยศาสตร์ชั้นปีที่ 1

ดูภาพเพิ่ม http://bit.ly/16E6k3p

การประชุมหารือระหว่างคณะวิทยาศาสตร์กับคณะแพทยศาสตรศิริราชพยาบาลเรื่องการเรียนการสอนนักศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตร์ เมื่อวันจันทร์ที่ 18 มีนาคม 2556 เวลา 09:30-12:00 ณ ห้องประชุม K101

ทางภาควิชาชีวะมีอ.อรุณี อ.ณัฐพล อ.ระพี อ.สุพีชา ร่วมประชุม

สรุปการประชุมได้ดังนี้

- การปฏิรูปการศึกษาทางการแพทย์ทำให้ศิริราชคิดเรื่องบัณฑิตที่จะจบออกมาเป็นแพทย์มากขึ้น และต้องคำนึงถึงการให้การศึกษาตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 1 ถึงปีสุดท้าย

- ศิริราชพบว่าครั้งสุดท้ายที่มาคุยกับคณะวิทย์เรื่องการเรียนการสอนคือเมื่อหลายปีที่แล้ว (7-8 เมษายน 2554) มีหลายประเด็นที่จะมาคุยกัน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนการสอน บูรณาการ ปัญหาเกรดนักศึกษาตอนอยู่ปี 1 ปัญหานักศึกษาไม่เข้าเรียน การจัดกิจกรรมของนักศึกษาที่ศาลายา ฯลฯ

- อาจารย์จากศิริราชแจ้งว่าในภาพรวม นักศึกษาชั้นปี 2-3 ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับการเรียนการสอนในชั้นปีที่ 1 ข้อมูลบางส่วนมาจากนักศึกษาชั้นปีที่ 1 เอง และอีกส่วนมาจากการทำ focus group ของนักศึกษา พบว่า...

1. นักศึกษาไม่เห็นว่าสิ่งที่เรียนในชั้นปี 1 ในรายวิชาเคมี ชีวะ ฟิสิกส์ และคณิตศาสตร์ จะเกี่ยวข้องกับอาชีพแพทย์อย่างไร

2. เนื้อหาที่เรียนเป็นวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์มากและยากเกินไป (อ้างถึงการใช้ Mathematica ในการเรียนคณิตศาสตร์)

3. การเรียนการสอนไม่เน้นกระบวนการคิด

- อาจารย์ศิริราชและอาจารย์คณะวิทย์แลกเปลี่ยนข้อมูลการเรียนการสอนนักศึกษาแพทย์ในชั้นปี 1,2,3 กันในรายวิชาต่างๆ ในส่วนที่เกี่ยวกับชีวะ ทางเราได้แสดงหัวข้อเนื้อหาที่สอนทั้งหัวข้อบรรยายและปฏิบัติการ พร้อมรายละเอียดของการเรียนการสอนในวิชาปฏิบัติการ รวมถึงผลการประเมินผ่าน eEvaluation ครั้งล่าสุดที่ผ่านมา

- ในตอนท้ายได้ทำให้เกิดข้อเสนอแนะว่า คงต้องกลับมาแบ่งกลุ่มย่อยคุยกันอีกในเวลาอันใกล้ เพราะอยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงก่อนการเปิดภาคเรียน 2556 นี้ และมีข้อเสนอแนะสำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้คราวหน้าดังนี้

1. การเรียนการสอนอยากเกิดการบูรณาการ เช่นอาจารย์คณะวิทย์สอนเน้นการประยุกต์เนื้อหาพื้นฐานไปในทางการแพทย์ ถ้าไม่ไหว จะเชิญอาจารย์แพทย์มาสอนแทรกในเนื้อหาบ้างก็ได้ อาจารย์คณะวิทย์เองก็อยากให้อาจารย์แพทย์สอนนักศึกษาปีต่อๆไปว่าวิทยาศาสตร์พื้นฐานสำคัญอย่างไร เพื่อให้รุ่นพี่มาบอกน้องๆว่าเนื้อหาตอนปี 1 ก็สำคัย (เพราะน้องเชื่อพี่ๆ)

2. การแลกเปลี่ยนข้อมูลว่าปี 1 อาจารย์คณะวิทย์สอนอะไร แล้วปี 2,3 อาจารย์แพทย์ที่ศิริราชสอนอะไร จะได้มาคุยกันง่ายขึ้นในครั้งต่อไป (ผมเสนอให้อ.หมอมาลองดาวน์โหลดเลคเชอร์บนเว็บภาคชีวะไปดูได้)

3. ทบทวน OLE (Objective, Learning, Evaluation) cycle ของการจัดการเรียนการสอน ซึ่งอ.ศิริราชเชื่อว่าตัววัตถุประสงค์ของการเรียนวิทย์พื้นฐานนั้นดีอยู่แล้ว แต่อาจต้องปรับวิธีการจัดการเรียนรู้ และวิธีการประเมินผล เช่นลดเลคเชอร์ เพิ่มสัมมนาหรืออภิปรายเน้นการประยุกต์ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ของระดับการเรียนรู้ขั้นสูงกว่าระดับจำได้หรือเข้าใจ

นอกจากนั้นก็มีประเด็นปลีกย่อยที่เรามานั่งคุยกลุ่มย่อยตอนทานข้าว ทำให้อ.ระพี อาจได้สไลด์เนื้อเยื่อใหม่ๆ (เก่าของศิริราช) มาสอนนักศึกษามากขึ้น บางหัวข้อเช่นการเจริญของเอ็มบริโอ ทางศิริราชลดหน่วยกิตลง แต่หวังให้คณะวิทย์สอนนักศึกษาให้ โดยเน้นการเจริญของตัวอ่อนมนุษย์มากขึ้น (ขณะนี้อาจารย์ชีวะสอนเชิงเปรียบเทียบเอ็มบริโอของสารพัดสัตว์อยู่)

คราวหน้าจะมาประชุมกันและได้อะไรออกมาต้องคอยติดตามชม



อ.โจ้อ.โจ้ (Lv 44)
Broken Shaker
Exp: 35372



By: อ.โจ้ March 18, 2013 19:24

Message 1:
เชิญร่วมตอบแบบสอบถาม https://docs.google.com/forms/d/1pLWGgNe86zfQGAetvlwWramHlrht6mZDcAknmv0A9nc/viewform เกี่ยวกับการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในชั้นปีที่ 1 ได้ครับ


อ.โจ้อ.โจ้ (Lv 44)
Broken Shaker
Exp: 35395



By: อ.โจ้ March 19, 2013 07:50

Message 2:
ผลจากแบบสอบถามดูได้ที่ http://www.facebook.com/media/set/?set=a.10150956340046024.415863.178223216023&type=1

นักศึกษาไม่ได้ตอบเฉพาะวิชาชีววิทยาเหมือนที่ถาม แต่บางคนคงตอบแบบเหมารวมทุกวิชา (พิจารณาจากข้อเสนอแนะเพิ่มเติม)

taxo ยากมาก ขอเสนอให้ในช้อยส์ มีวงเล็บชื่อภาษาไทยด้วย เช่น rotifer (ไรหมุน) เป็นต้น

Taxonomy เนื้อหา กว้างมากและสอนไม่มีขอบเขตที่ชัดเจน ทำให้นักศึกษาจับประเด็นไม่ถูกว่าในปี1ควรอ่านลึกแค่ไหน

"เนื้อหาในรายวิชา general chemistry และ organic chemistry เรียนง่าย และ มีเวลาเรียนน้อยเกินไป

เนื้อหาในรายวิชา SCPY 153 และ SCPY 154
ยังมีเวลาบรรยาย น้อยไปมากและข้อสอบยังง่ายไป
เนื้อหาในรายวิชา ชีวะวิทยา มีเวลาเรียนน้อยเกินไป"

เนื้อหาที่เรียนไม่สอดคล้องกับวิชาชีพในอนาคตอย่างยิ่ง ไม่มีสิ่งใดที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เช่น วิชาชีววิทยา เนื้อหาไม่เกี่ยวซะส่วนใหญ่ เรียน taxonomy ไปทำไม เราจะเป็นหมอรักษาคนไม่ใช่หมอรักษาสัตว์ ระบบนิเวศ อาจารย์ที่สอนบางท่านสอนไม่รู้เรื่อง พอเด็กต้องการเปลี่ยนห้องเพื่อไปเรียนกับอาจารย์ท่านอื่น ก็ใช้วิธีการเช็คชื่อ ทำควิซ เพื่อให้เด็กเข้าคลาสของตัวเอง แทนที่จะนำไปปรับปรุงว่า เราสอนไม่ดีตรงไหนเด็กถึงไม่อยากเรียน กลับแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

ส่วนข้อสอบก็ไม่มีมาตรฐาน บางครั้งอ่านหนังสือเล่มที่คณะวิทย์ขายไป กลับทำไม่ได้เลย เพราะอาจารย์ไม่ออกในหนังสือ แล้วจะขายหนังสือไปทำไม วิชาแลปชีววิทยาเนื้อหาส่วนใหญ่ก็ไม่เกี่ยว

วิชาแลปฟิสิกส์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เรียนไปเพื่ออะไร วิชาคณิตศาสตร์เราใช้แคลคูลัสรักษาคนไข้เหรอ สถิติก็ไม่น่าเกี่ยวข้อง วิชาฟิสิกส์เนื้อหาเยอะราวกับเรียนคณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งเราเสียเวลาหนึ่งปีไปกับวิชาพวกนี้แต่เราได้ใช้ประโยชน์จริงหรือ

อีกวิชาหนึ่งที่ข้าพเจ้าคิดว่าไม่ค่อยดีคือ ภาษาอังกฤษ ใช้การแบ่งนักศึกษาตามคะแนนโอเน็ตวิชาภาษาอังกฤษ ตัดเกรดแยกระดับกัน ถามว่ามีความยุติธรรมหรือ? เลเวล2 เรียนต่างกับเลเวล3 อย่างกับหน้ามือกับหลังมือ ข้อสอบเลเวล3 ออกมาชนิดว่าให้ทำไม่ทัน ไม่ได้ถนัดอย่างแท้จริงอย่าหวังว่าจะได้คะแนนดี แต่สุดท้ายใช้การตัดเกรดไม่ต่างกับเลเวล2 ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน แล้วถ้าคนอื่นเค้ารู้กันอย่างนี้ เค้าไม่ทำข้อสอบโอเน็ตวิชาภาษาอังกฤษให้ได้น้อยๆไว้ก่อนหรือ เพื่อที่จะได้เรียนเลเวลต่ำๆ จะได้เกรดดีๆ

ข้าพเจ้าคิดว่าวิชาภาษาอังกฤษน่าจะจัดการเรียนการสอนที่เน้นให้นักศึกษานำไปใช้ได้จริง นั่นก็คือการสอนพูด เพราะผมเชื่อว่ายังมีคนอีกไม่น้อยที่ยังไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่ว ซึ่งผมคิดว่าการพูดเป็นสิ่งสำคัญที่ใช้ติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น ชาวต่างชาติ หรือเราจะติดต่อกับคนอื่นโดยใช้วิธีการเขียนessay โดยใช้ไวยากรณ์อย่างสละสลวย คำศัพท์พิสดารถึงจะดีหรือ

และกลุ่มวิชาสุดท้ายที่ต้องการให้ปรับปรุงก็คือ วิชามูเก้ 102 103 ผมคิดว่าการเรียนสังคมใหม่หมด ซ้ำกับม.ปลาย ไม่ทำให้เกิดประโยชน์กับเด็ก ใช้เวลา 4 คาบต่อสัปดาห์ เพื่อเรียนสิ่งที่เรียนไปหมดแล้ว เราเสียเวลาไปกับตรงนี้มากๆ เพื่ออะไร แทนที่จะเป็นคาบว่างบ้าง ไม่ต้องเรียนถึง17.20น. ในทุกวันอังคารและพฤหัสบดี ผมได้มีโอกาสคุยกับเพื่อนๆหลายๆคน ได้แลกเปลี่ยนความเห็นกันเรื่องการเรียนการสอนปีหนึ่งของศาลายา ทุกคนล้วนแต่เบื่อหน่ายกับระบบ ไม่ค่อยยุติธรรม ไม่สามารถนำไปใช้ได้จริง เป็นการเสียเวลา สุดท้ายผมจึงขอให้อาจารย์ช่วยนำไปพิจารณาแก้ไข เพื่อปรับปรุงระบบการเรียนการสอนปีหนึ่งใหม่ เพื่อให้รุ่นน้องมีความสุขในการเรียน ขอบคุณครับ

"เนื้อหาบางส่วนไม่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพ แม้แต่ในรายวิชาชีววิทยา เช่นหัวข้ออนุกรมวิธาน
ในฟิสิกส์บางบทไม่จำเป็นที่จะต้องให้เด็กเรียน โดยเฉพาะในภาคเรียนที่2 สัมพัทธภาพ อะตอม ควอนตัม

ในรายวิชาคณิตศาสตร์ ODEs ไม่จำเป็น

ควรยกเลิกการควิซในห้องเรียน"

"ในบางรายวิชา เช่น ฟิสิกส์ ผมคิดว่าเราเรียนแพทย์ คงไม่จำเป็นต้องใช้เยอะในอนาคต จึงไม่จำเป็นต้องเรียนให้ลึกมากหรือไม่ต้องเรียนเลยก็ได้ถ้าเป็นไปได้ โดยเฉพาะที่มีการเรียนเนื่อหาซ้ำอีกรอบ ทั้งเทอม 1 และ เทอม 2 ผมคิดว่าเป็นการเสียเวลาอย่างมากที่สุด ส่วนในเรื่องข้อสอบ ผมคิดว่ามันก็คงยากตามเนื้อหา ถ้าปรับเนื้อหาให้ยากน้อยลง และสโคปเนื้อหาให้แคบกว่านี้ เด็กก็คงจะไม่บ่นเรื่องข้อสอบมากขนาดนี้

ส่วนเนื้อหาวิชาชีววิทยา ผมคิดว่าเนื้อหาเยอะมากจนเกินไป เมื่อเทียบกับเวลาที่อาจารย์แต่ละท่านได้รับมอบหมายมาสอน และข้อสอบในบางครังเป็นส่วนที่สอนเพียงในบางกลุ่ม ไม่ได้สอนทุกกลุ่ม จึงคิดว่าเป็นการไม่ยุติธรรมที่จะออกมาวัดความรู้นักเรียนทุกคน

ส่วนในวิชาเคมี ขอพูดในภาคเรียนที่2 ก่อน รู้ประทับใจกับรูปแบบการสอนและข้อสอบ คิดว่าเหมาะสมแล้ว แต่สำหรับเทอม 1 นั้น รู้สึกว่าเนื้อหาที่สอนในห้องกับข้อสอบไม่เหมาะสมกัน คนที่อ่านหนังสือบางคนทำไม่ได้ ในขณะที่คนที่ไม่ค่อยเข้าเรียนแต่ท่องข้อสอบเก่าไปกลับทำได้เยอะมาก ผมคิดว่าเป็นวิธีการวัดผลที่ผิดพลาด"

ไม่ได้ต่อต้านในการเรียนวิชาเลข ฟิสิกส์ เคมี แต่คิดว่าเนื้อหาควรให้สอดคล้องกับวิชาชีพที่จะมีต่อไปในอนาคต ในการเรียนในปัจจุบันนั้นลึกและยากเกินความจำเป็น แสดงให้เห็นได้จากผลการเรียนของนักศึกษาที่ต่ำจนน่าตกใจ และเนื้อหที่เรียนซึ่งทุกคนรู้ดีว่าไม่ได้นำไปใช้ต่ออย่างแน่นอน ทำให้นักศึกษาไม่เกิดแรงบัลดาลใจในการเรียน ทำให้ไม่เข้าเรียน สุดท้ายจบลงด้วยการเลิกเรียนไปเลย ทิ้งวิชาการนั้นๆ สอบด้วยความรู้อย่างขาดๆวิ่นๆ เอาแค่พอผ่าน คิดว่าปีหนึ่งเป็นการเรียนที่ไม่ได้คุณภาพและไม่ได้วัดอะไรนักศึกษาเลยอย่างสิ้นเชิง ล้มเหลวอย่างที่สุด เป็นหนึ่งปีที่แทบไม่ได้ความรู้อะไรที่เป็นประโยชน์ต่ออนาคตเพิ่มเลย

"ขยายความคำตอบ...
1.การเรียนการสอนวิชาชีววิทยามีความจำเป็นกับวิชาชีพในอนาคตครับ โดยวิชานี้เป็นพื้นฐานสำหรับ Meaningful learning ในปีสองเช่นวิชา Comparative Anatomy(ซึ่งไม่ได้สอนในชั้นปีที่ 1)ซึ่งใช้ได้ดีกับวิชา Gross Anatomyและ วิชา Evolution(เพราะทำให้เข้าใจธรรมชาติขึ้นเยอะ) เป็นต้น

2.เนื้อหาปานกลางถึงค่อนข้างง่ายครับ ปัจจุบันเนื้อหาวิชาชีววิทยาในม.ปลายของประเทศไทยก้าวไปอีกขั้นแล้วครับ การ relecture ทำให้นักศึกษาขาดความสนใจในวิชาชีววิทยา ทำให้มีผู้เข้าเรียนน้อยจนอาจารย์ไม่พอใจครับ ผมเสนอว่าเราอาจจะมีวิชาเลือกชีวะเช่น Comparative Anatomy,Introduction to Microbiology,Physiology,Introduction to Biochemistry,Biostatistic(ซึ่งน่าจะช่วยเสริมในการเรียน Preventive Medicine) เป็นต้นครับ

3.ผมอยากเสนอให้มีการเฉลยข้อสอบและให้โอกาสนักศึกษา defend ตนเองครับ(ในจุดนี้สาขาวิชาคณิตศาสตร์,ฟิสิกส์,เคมีทำได้ดีมาก) ผมเชื่อว่าระบบ feedback จะทำให้พวกเราไปด้วยกันได้ดีขึ้นครับ

4. ผมชื่นชมข้อสอบอาจารย์ในหลายๆข้อนะครับ และรู้สึกเสียดายที่ข้อสอบที่ดีเหล่านั้นถูกนักศึกษากล่าวกันว่าเกินหลักสูตร :))
ข้อเสนออื่นๆ...

-อยากให้คณะต้นสังกัดมีส่วนร่วมในการติวนักศึกษามากขึ้น"

"ขอกล่าวเป็นรายวิชา ตามภาคเรียนดังนี้
วิชาที่ต้องเรียนในภาคเรียนที่ 1
1.วิชาเคมีพื้นฐาน อยากให้ทางคณะทำชีทแบบฝึกหัดของทุกเรื่องที่เรียน และมีโจทย์ปริมาณมากพอสมควร เพื่อเป็นการฝึกฝนการคิด วิเคราะห์ และอยากให้ทุกกลุ่มการเรียนได้เรียนเนื้อหาที่เหมือน และเท่าเทียมกัน

2.วิชาชีววิทยา ข้อสอบปลายภาคเรียนที่ 1 วิชานี้ บางข้อ ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ในการเรียนการสอน ส่วนสำหรับการเรียนการสอนภายในห้องนั้นอยากให้ทำเหมือนในภาคเรียนที่ 2 คือมีการควิซ และมีการเช็คชื่อ (มี TA คอยคุมตอนให้เซ็นชื่อ เพื่อป้องกันการที่นักศึกษาเซ็นชื่อแทนกัน)

3.วิชาปฏิบัติการฟิสิกส์ ถ้าเป็นไปได้อยากให้เรื่องที่เรียนขณะนั้นสอดคล้องกับการทดลองที่ทำในคาบนั้นๆ ไม่ควรแบ่งเรียนเป็น 13 แล็บ เพราะบางแล็บนักศึกษายังไม่มีความรู้พื้นฐานมา

ส่วน วิชาฟิสิกส์ SCPY 153, วิชาการแก้ปัญหาสมการเชิงอนุพันธ์ และวิชาปฏิบัติการขีววิทยา การเรียนการสอน และข้อสอบมีความเหมาะสมดีแล้ว

วิชาที่ต้องเรียนในภาคเรียนที่ 2

1.วิชาเคมีอินทรีย์ ในครึ่งเทอมแรกนั้นทั้งผู้สอน และเอกสารประกอบการเรียนมีความสัมพันธ์ดีมาก แต่ในครึ่งเทอมหลัง อยากให้มีการปรับปรุงชีทแบบฝึกหัด เพราะว่าเรื่องที่เรียนทั้งหมดเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่สำหรับนักศึกษา อยากให้ชีทแบบฝึกหัดในแต่ละเรื่อง เป็นเนื้อหาในบทเดียวกันก่อน แล้วจะเพิ่มเติมประยุกต์บทอื่นเข้าไปเพิ่ม ก็ขอให้แยกออกมา ส่วนในเรื่องเนื้อหาการเรียนการสอนนั้น อยากให้นำเนื้อหาส่วนครึ่งเทอมหลังบางเรื่องมาสอนในครึ่งเทอมแรก เพราะครึ่งเทอมหลังเนื้อหามีปริมาณมากกว่ามาก

2.วิชาปฏิบัติการชีววิทยา SCBI 104 ในภาคเรียนนี้วิชานี้เป็นวิชาหนึ่งที่จะเรียกว่าค่อนข้างล้มเหลวเลยก็ได้ เวลาถึงคาบแล็บ นักศึกษาหลายคนจะทำเพียงเข้ามาเซ็นชื่อ รอทำ report หรือ ควิซ แล้วก็เดินออก ตัวอย่างเช่นปฏิบัติการ Taxonomy ที่ตอนสุดท้ายมีให้นักศึกษาวาดรูปตัวอย่างทดลอง แล้วเขียนบรรยายให้เพื่อนอีกห้องทายว่าเป็นตัวอะไร นักศึกษาก็จะสนใจเพียงแค่ตัวอย่าง 2 ชนิดคือ ที่ตนวาด และที่ต้องตอบของเพื่อน โดยไม่ให้ความสนใจกับตัวอย่างอื่นในห้องเลย เวลาจะสอบ ก็จะใช้วิธีเปิดดูรูปเก่าๆ ที่พี่ๆ ถ่ายไว้ให้แทน

3.วิชาสถิติเพื่อการแพทย์ SCMA181 วิชานี้ควรสอนลงรายละเอียดมากกว่านี้ เนื้อหาที่เรียนในภาคเรียนนี้เน้นการจำมากกว่าการเข้าใจที่มา ในหลายๆ จุดหากไม่ศึกษาเพิ่มเองก็ต้องจำโดยไร้ซึ่งความเข้าใจ นอกจากนี้ แบบฝึกหัดประกอบ ยังมีน้อยมาก ในเรื่องหนึ่งๆ จะมีแนวโจทย์ให้ดูเพียง 1-2 ข้อเท่านั้น แบบฝึกหัดด้านหลังชีทเรียนก็ไม่เพียงพอต่อการฝึกฝนทักษะ

ส่วนในรายวิชาฟิสิกส์ SCPY 154 และ วิชาชีววิทยา SCBI 123 นั้นมีความเหมาะสมดีแล้ว

วิชาที่ต้องเรียนต่อเนื่องทั้ง 2 ภาคเรียน

1.วิชาภาษาอังกฤษระดับ สำหรับการจัดแบ่งนักศึกษาตามคะแนน โอเนต นั้น อยากให้ทางคณะเปลี่ยนรูปแบบการจัดคือ คนที่คะแนนโอเนตอยู่ที่ของล่างของชั้นนั้นๆ อยากให้มีการเลือก ว่าจะเรียนในระดับที่ต่ำลงไป 1 ชั้นได้ด้วย เนื่องจากบางคนมีพื้นฐานไม่แข็งแรงแต่ก็ถูกปัดให้ขึ้นมาเรียนกับระดับที่ค่อนข้างสูงกว่าความสามารถของตน และอยากให้การเรีบนการสอนการให้คะแนนในทุกกลุ่มการเรียนใกล้เคียงกัน

2.วิชามมศท.101 วิชานี้มีเพื่อทำให้นักศึกษาเป็นบัณฑิตที่สมบูรณ์ แต่ก็เหมือนไม่ได้ผลเท่าที่ควร นักศึกษาหลายคนมองว่าการเรียนการสอนวิชานี้น่าเบื่อ นอกจากนี้การทำกิจกรรมหลายๆอย่างในรายวิชานี้นักศึกษาหลายคนรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ถูกบังคับให้ทำ จึงไม่ยอมเปิดใจรับการเรีบนการสอนในรายวิชานี้

3.วิชามมศท.102 และ 103 ใน 2 วิชานี้ อยากให้มีการแยกแยะกันให้ชัดเจนมากกว่านี้เนื่องจากใน 2 วิชานี้ เนื้อหาการเรียนการสอนมีหลายเรื่องที่ทับซ้อนกัน การทำแบบฝึกหัดหลังจากหมดแต่ละคาบ อยากให้มีทั้งคำถามเชิงปิดและเชิงเปิด กล่าวคือมีคำถามที่ต้องนั่งฟังบรรยายในห้องถึงจะตอบได้ กับ คำถามที่ให้แสดงความคิดเห็น

4.วิชาปฏิบัติการเคมี ในวิชานี้ข้อสอบกลางภาค (สอบเมื่อตอนปิดภาคเรียนที่ 1) ตัวข้อสอบนั้นค่อนข้างละเอียดมากเกิน เลขในข้อสอบเป็นตัวเลขที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการคิดคำนวณมาก ส่วนการเรียนการสอนนนั้นอยู่ในระดับดีมาก
สำหรับการเรียนการสอนรายวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร ศศภท.100 (LATH100) มีความเหมาะสมดีแล้ว

หมายเหตุ

1.ในความคิดเห็นของผม การที่เพื่อนๆ นักศึกษาหลายคนบอกว่าฟิสิกส์ยาก ทำไมต้องเรียนคณิต ทำไมต้องเรียนฟิสิกส์ หลายคนบอกให้ช่วยพยายามส่งเรื่องให้คณะ เพื่อที่จะได้ถอด 2 วิชานี้ออกจากการเรียนการสอนของปี 1 ผมไม่เห็นด้วยอย่างแรงมาก เพราะฟิสิกส์ และคณิตเป็นวิชาที่ทำให้ได้ฝึกคิดและประยุกต์ เป็นอย่างมาก จึงอยากให้ทางคณะจัด 2 วิชานี้อยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอนของปี 1 (แม้หลายคนจะบอกว่าเรียนไปก็ไม่เห็นจะได้ใช้ จะเรียนทำไม ก็ควรให้เรียนเพื่อที่จะได้ฝึกฝนความคิดของตน)

2.ในรายวิชาศึกษาทั่วไป อยากให้ทางคณะจัดสถานที่เรียนให้ใกล้เคียงกัน ไม่ลำบากในการเดินทาง ตัวอย่างเช่นตัวข้าพเจ้าเรียนภาษาไทยที่ NR-205 แล้วต้องมาเรียนภาษาอังกฤษต่อที่ LC การเดินทางให้ทันเข้าเรียนไม่ใช่เรื่องง่าย สาเหตุมาจาก 2 อย่างคือ การเรียนการสอนที่เลิกช้ากว่าตาราง (ตารางกำหนดเลิก 15.20 แต่จะได้เลิกจริงประมาณ 15.30) และการที่ไม่มีรถรางให้บริการอย่างเพียงพอในเวลาดังกล่าว (ถ้าเป็นไได้อยากให้รถรางมาจอดรอหน้าตึกเรียนวิชาต่่างๆ ตอนเลิกเรียนเลย)

ขอขอบคุณที่ทางคณะให้โอกาสนักศึกษาในการให้ข้อเสนอแนะ"
"ข้อสอบของ อ.บางท่าน เน้นท่องจำเกินไป
เช่น ให้จำชื่อสปีชีส์

วิชาชีพในอนาคตอยากเรียนเกี่ยวกับเส้นประสาท
แต่ทำไมต้องเรียน Eco อะไรเยอะแยะ"
"ข้อสอบควรเน้นการวิเคราะห์เหตุการณ์ หรือสิ่งต่างๆให้มากกว่านี้
โดยเฉพาะตรงส่วนของวิชา Taxonomy"
ที่ประเมินไปนั้นสำหรับสาขาชีววิทยาและคณิตศาสตร์

"บางวิชาเช่นฟิสิกส์ออกข้อสอบยากเกินไปทำให้เด็กไม่สามารถนำเนื้อหาที่เรียนไปวิเคราะห์ได้ จึงใช้วิธีการจำตัวอย่างในห้องไปสอบ จึงไม่เกิดทักษะได้การคิดวิเคราะห์
เคมีออกข้อสอบเก่าเยอะเกินไป เด็กใช้วิธีจำไปสอบ เพราะเด็กที่จำข้อสอบไปมีแนวโน้มได้คะแนนเยอะกว่าเด็กที่ตั้งใจเรียนและอ่านเนื้อหาในห้อง

วิชาอื่นๆมีเนื้อหาค่อยข้างยาก แต่มีผลดีคือทำให้เด็กขยันอ่านหนังสือเพื่อเตรียมพร้อมกับเนื้อหายากๆในปี2 (จะได้ไม่ต้องปรับตัวมาก)"


"ฟิสิกส์ยากไปและแทบไม่ได้ใช้ เลขก็เช่นกัน ควรเหลือเฉพาะวิชาสถิติที่จำเป็นสำหรับการทำวิจัย
ชีวะควรเน้นเรื่องทางแพทย์มากกว่านี้ ถ้าเป็นไปได้ก็นำเนื้อหาปี 2 ลงมาสอนเลยก้จะดี เหมือนจุฬาที่นำ Cell biology มาสอนในปี 1

เคมีบางส่วนเกินความจำเป็น ลดทอนเวลาได้จะดี

อังกฤษไม่ค่อยเห็นประโยชน์ในการเรียนชั้นปีนี้นัก ภาษาไทยเช่นกัน

วิชา MUGE เป็นไปได้ ควรลดเวลาให้เหลือน้อยที่สุดเพราะเป้นวิชาที่ได้อะไรจากการเรียนการสอนน้อยที่สุดแล้ว"

"วิชา taxonomy ที่ อ….. สอน ผมว่าเน้นเพียงท่องจำนะ หรือเป็นแต่ผมคนเดียวก็ไม่ทราบ
บางส่วนลึกไปเมื่อเทียบกับวิชาอื่นเช่น ฟิสิกส์ เคมี แต่โดยเนื้อแล้วผมว่าไม่ลึกเกินไป"

วิชาคำนวนอย่างเช่นฟิสิก ในความคิดของผมคิดว่าเนื้อหาที่เรียนบางเรื่องมันมากเกินไปไม่ได้ใช้อย่างแน่นอนและเรียนไปไม่นานก็ลืมไม่ก็ให้เกิดประโยชน์ใดๆควรที่จะให้เรียนให้ได้คอนเซ็ปแนวคิดหลักการก็พอ อาจมีคำนวนบ้างเล็กน้อย ส่วนวิชามูเก้ ทั้ง3ตัวโดยเฉพาะตัว101 การทำโครงงานไม่อาจก่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงคิดว่าควรจะ ให้ทำวิจัยหรือทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริงมากกว่า

วิชาชีววิทยา เป็นวิชาพื้นฐานในการเรียนวิทยาศาสตร์ก็จริง เพียงแต่การเรียนในระดับปี 1 นั้นมีบางส่วนเมื่อเรียนไปแล้วกลับไม่ได้ใช้ประโยชน์จริงงตามวัตถุประสงค์ เช่น สายวิทยาศาสตร์การแพทย์ซึ่งแนะนำว่าควรจะเน้นเรียนชีววิทยาด้านสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหรือพืชสมุนไพรมากกว่าจะเหมารวมทั้งหมด หรือ คณะวิทยาศาสตร์ถึงแม้จะมีภาควิชาด้านชีววิทยาถึง 3 ภาคและแต่บางวิชากลับใช้ส่วนของวิชาชีววิทยาน้อยกว่า เมื่อเรียนปี1 แล้วพบว่าความยากของการเรียนจะเน้นหนักมาก อยากให้ลดระดับลงในบางส่วน ขอบคุณครับ

"วิชาุภาษาอังกฤษ (3หน่วยกิตต่ิอเทอม) การตัดเกรดไม่ยุติธรรมอย่างมาก เพราะตัดอิงกลุ่มภายในlevel ทำให้คนที่อยู่levelสูงบางคนได้เกรดต่ำกว่าคนที่อยู่levelต่ำกว่า ทั้งๆที่มีควา่มสามารถทางด้านภาษาอังกฤษเท่ากัน หรือมากกว่า ไม่ยุติธรรมอย่างยิ่งค่ะ นอกจากนี้ยังใช้อาจารย์ผู้สอนตรวจข้อสอบของเด็กของตัวเองเอง ซึ่งอาจารย์แต่ละคนก็มีเกณฑ์การให้คะแนนไม่เหมือนกัน เำพราะเป็นข้อสอบแบบเติมคำ ทำให้เกณฑ์คะแนนมีความเหลื่อมล้ำกันในแต่ละsection เรียกได้ว่า ไม่ยุติธรรมสองเท่าเลยค่ะ หนูไม่ชอบเรื่องนี้มากที่สุด แต่ดูท่าจะแก้ยากนะคะ

ต่อมา วิชาเลกเชอร์ทั่วๆไป ยกตัวอย่างเช่น ชีววิทยา อาจารย์ผู้สอนแต่ละsecสอนไม่เหมือนกัน บางsecสอนตรงข้อสอบเ้ยอะกว่า ทำให้ต้องเข้าเรียนของทั้งsecตัวเอง(เพราะมีquiz) และต้องไปตามอีเลกเชอร์ของsecอื่นเอา เหนื่อยค่ะ

ฟิสิกส์ บางบทก็ไม่จำเป็นนะคะ เนื้อหาเยอะมากกกกกก แต่บางบทก็สนุกดี

เลข เรียนเยอะไป เนื้อหาส่วนใหญ่แทบไม่จำเป็นค่ะ

มมศท101อันนี้หนูชอบค่ะ สอนคุณธรรมดี

มมศท102 103 เนื้อหาเยอะค่ะ"
อยากให้มีอาจารย์หรือพี่TA ประจำแต่ละโต๊ะเพื่อคอยให้ความรู้ เพราะบางที่ให้ไปศึกษาตามโต๊ะเองแต่นศ.ไม่รู้จริงๆว่าต้องศึกษาอะไรบ้าง ควรต้องรู้อะไรบ้าง หรือไม่เข้าใจวัฎจักรการเกิดว่ามันจากไหไปไหน บางทีไม่รู้แม้กระทั่งว่ามันคือตัวอะไร แล้วเรามาโต๊ะนี้เพื่อศึกษาอะไร ทำให้การเรียนแลปเป็นเรื่องที่เรียนได้ยากมากแล้วพอถึงเวลาสอบก็กลายเป็นการท่องจำไปเพราะเราไม่รู้ว่าเราต้องรู้ต้องจำต้องเข้าใจอะไรบ้างระหว่างเรียน อีกทั้งลำโพงก็เสียงก้องมากบางทีฟังอาจารย์บรรยายไม่รู้เรื่อง ทำให้ไม่เข้าใจจุดประสงค์ของอาจารย์

"-อยากให้ลดเนื้อหาบางส่วนของวิชาฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ เนื่องจากบางเรื่องนั้นลึกหรือยากเกินไป และคิดว่าคงไม่ได้ไปใช้ประโยชน์ในด้านการแพทย์มากนัก และเนื้อหาที่ยากเกินไปทำให้สุดท้ายแล้วกลายเป็นว่าต้องท่องจำสูตร ท่องจำวิธีทำ แทนที่จะได้เน้นกระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างแท้จริง ไม่ใช่นักศึกษาแพทย์ทุกคนที่จะถนัดทั้งสองวิชานี้"

ข้อมูลจากแบบสอบถามที่ให้ลิงก์ไว้ด้านบน แก้ไขบางส่วน


อ.โจ้อ.โจ้ (Lv 44)
Broken Shaker
Exp: 35515



By: อ.โจ้ March 30, 2013 17:31

[Back to top...]
Post Reply to this Topic
 
Reply:
PIN: (โปรดพิมพ์เลขหนึ่งสามตัวในช่องว่างนี้)
Name:
Email:
 
 
Special Tags:

Bold = [b]Bold[/b]

Gallus gallus domesticus = [i]Gallus gallus domesticus[/i]

WARNING! = [font color=#FF0000]WARNING![/font]

http://www.sc.mahidol.ac.th/scbi = [url]http://www.sc.mahidol.ac.th/scbi[/url]

scnop@mahidol.ac.th = [email]scnop@mahidol.ac.th[/email]

= //Angry

= //Grin

= //Kidding

= //Laugh

= //Sad

= //Wow

= //Smile

= //Cool

= //Huh

= :-D

Insert picture [img]http://www.somewhere.com/somefile.jpg[/img]

Department of Biology, Faculty of Science, Mahidol University
Rama VI Road, Rachadhavi, Bangkok 10400 Thailand

Tel. (+66) 2201-5250 Fax. (+66) 2354-7161
Webmaster: scnop@mahidol.ac.th