Welcome to...
Department of Biology, Faculty of Science
Mahidol University
Wisdom of the Land

Home
About us
News and Events
Research
Facilities
Publications
Awards
Curriculums
eLearning
Staff
Alumni
Service
Shop
Webboard
Download
Contact us
New Homepage
Home | Faculty of Science | Mahidol University | FAQs | Members | ภาษาไทย

Department of Biology Webboard
Search:
[Reload] [Recent] [Post] [Reply]

3 likes for this topic.

เกณฑ์การเก็บแต้ม MU Points


ผู้เล่นคืออาจารย์เท่านั้น แต่นักศึกษามีส่วนช่วยให้อาจารย์เก็บแต้มเหล่านี้ได้ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม และในกระทู้นี้ก็โพสต์เพื่อขำๆ คลายเครียด แต่ถ้าเก็บแต้มได้ไม่ถึง 1,380 แต้มเห็นทีจะลำบาก ต้องกินแกลบในอนาคต

แต้มส่วนแรกมาจาก การเรียนการสอน

ถ้าสอนวิชาป.ตรีจะได้จำนวนชั่วโมงที่สอนคูณ 3 ในขณะที่จำนวนชั่วโมงที่คุมแล็บจะได้แต้มตามจำนวนชั่วโมงคูณ 1.5 ถ้าเป็นวิชาสัมมนาก็ได้แต้มแค่จำนวนชั่วโมงคูณ 1 เฉยๆ แต่ถ้าเป็นวิชาระดับบัณฑิตศึกษา จะได้แต้มเท่ากับจำนวนชั่วโมงคูณ 4 เท่าไปเลย

ถ้ามีเอกสารประกอบการสอน (เช่น Powerpoint handout) เอกสารคำสอน (ละเอียดขึ้น) ตำรา หรือสื่อการเรียนการสอน ก็จะได้แต้มตามจำนวนที่ขอมา ซึ่ง และเป็นไปตามหลักฐานเอกสารนั้นๆ และตามข้อตกลงกันในภาควิชา

คุมนักศึกษาป.ตรีทำ senior project ถ้าเป็นอ.ที่ปรึกษาหลักได้ 50 แต้ม ถ้าเป็นที่ปรึกษาร่วมได้ 12.5 แต้ม ถ้าคุมนักศึกษาป.เอก จะได้ 200-250 แต้ม ถ้าเป็นที่ปรึกษาร่วมจะได้ 75 แต้ม คุมนักศึกษาป.โท จะได้ 150 แต้มสำหรับอ.ที่ปรึกษาหลัก และ 50 แต้มสำหรับหรับที่ปรึกษาร่วม คุมสอบข้อสอบวัดคุณสมบัติ (Qualifying Examination) ได้ 10 แต้ม การสอบโครงร่างวิทยานิพนธ์ (thesis proposal) และการสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ (thesis defense) จะได้ 10 แต้มสำหรับป.โท และ 15 แต้มสำหรับป.เอก


ด้านงานวิจัย

ผลงานตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ ในรูปของผลงานวิจัย (Paper) รายงานการประชุมวิชาการ (Proceeding) บทความปริทัศน์ (Review) จะทำให้ได้แต้ม 200-500 คะแนนตามแต่ความค่า Impact Factor (IF) เทียบตามสาขา ที่ต้องสืบค้นได้ ถ้าสืบค้นไม่ได้จะได้แต้ม 100-200 คะแนนแทน

บทคัดย่อ (abstract) ใน/ต่างประเทศ ได้ 50/100 คะแนน การได้เป็นวิทยากรรับเชิญในการประชุม (invited speaker) ในงานประชุมวิชาการ ใน/ต่างประเทศ จะได้ 100/200 แต้ม การนำเสนอผลงานวิจัยแบบปากเปล่า (oral presentation) ใน/ต่างประเทศจะได้ 100/200 คะแนน ถ้าเป็นการนำเสนองานแบบโปสเตอร์ (poster presentation) จะได้คะแนน 50/100 คะแนน

มีผลงานเป็นทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิบัตร ได้ 1000 แต้ม

ผลงานเป็นวิทยานิพนธ์เป็นเล่ม หรือโครงงานของนักศึกษา ได้อีก 50% ของที่เคยได้ในตอนคุมนักศึกษาทำวิทยานิพนธ์ ถ้าเป็นโครงงานเพิ่มเติมอีก จะได้ 12.5 คะแนน

ผู้วิจัยหลัก/ร่วมทำวิจัย หากมีโครงการวิจัยมูลค่าไม่เกินสองแสน ได้ 300/150 คะแนน ถ้าทุนไม่เกินหนึ่งล้านได้ 500/250 คะแนน แต่ถ้ามีทุนมูลค่าหนึ่งล้านบาทต่อปีขึ้นไปจะได้ 800/400 คะแนน


การบริการวิชาการ
ให้คะแนนตามจำนวนชั่วโมงที่ไปปฏิบัติงานจริง แต่ไม่เกิน 276 แต้ม


ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
ให้คะแนนตามจำนวนชั่วโมงที่ไปทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมจริง เช่นไปแห่เทียนพรรษา มาฟังเทศน์มหาชาติ อย่างน้อย 10 คะแนน และต้องไม่น้อยกว่า 5 คะแนนในกรณีกิจกรรมนั้นๆเป็นของที่คณะวิทยาศาสตร์จัดเอง


อื่นๆ
สำหรับกิจกรรมที่ไม่รู้จะไปใส่ที่ไหน ได้คะแนนตามที่ไปปฏิบัติจริง อย่างต่ำ 5 คะแนนที่จะต้องทำให้ได้ ไม่มีลิมิต แต่ทำเยอะๆไปก็ได้น้ำหนักน้อยกว่าหมวดอื่นๆ ในที่มีคะแนนให้สำหรับคนที่อัพเดทข้อมูลให้เว็บไซต์ภาควิชา ขอตำแหน่งวิชาการได้ ก็มีคะแนนแถมให้ ไปหาเงินทุนมาพัฒนางานวิจัย ก็ได้คะแนนเหมือนกัน


วันนี้เก็บกันไปได้คนละกี่แต้มแล้วครับ?


อ.โจ้อ.โจ้ (Lv 32)
Pipette Master
Exp: 20075



By: อ.โจ้ November 17, 2010 23:05


Message 1:
1380 คิดเป็นปีหรือเทอมครับ




หัวเราะ หุหุ คิคิ ฮ่าฮ่า โฮ่งๆ มิ้วๆ กิ๊วๆ แบร่ๆ


mumkungmumkung (Lv 15)
Prime Scholar
Exp: 1473



By: mumkung November 17, 2010 23:13

Message 2:
คิดทั้งปีครับ แล้วเสียงประกอบหมายถึงอะไร? จริงๆแล้วมีขั้นแปลงมันเป็นเลเวล 1-10 แล้วก็มีโบนัสไอเท่มให้เหมือนเล่นเกมส์ เช่นเข้าประชุมภาคครบ 8 ครั้งได้ 0.xx บวกเพิ่มเข้าไปในเลเวลได้อีก

น่าเล่นไหม? นักศึกษาเรียนๆ สอบๆ ได้เกรดมาง่ายกว่าเยอะ


อ.โจ้อ.โจ้ (Lv 32)
Pipette Master
Exp: 20091



By: อ.โจ้ November 17, 2010 23:24

Message 3:
หนึ่งในร้อย~


HalleyHalley (Lv 66)
Advance Scholar
Exp: 5000



By: Halley November 17, 2010 23:35

Message 4:
แล้วถ้าไม่ครบจะมีผลกระทบยังไงหรือเปล่าครับ


mumkungmumkung (Lv 15)
Prime Scholar
Exp: 1486



By: mumkung November 18, 2010 00:07

Message 5:
ก็คงมีครับ เช่นไม่ได้พิจารณาให้ขึ้นเงินเดือน


อ.โจ้อ.โจ้ (Lv 32)
Pipette Master
Exp: 20103



By: อ.โจ้ November 18, 2010 06:28

Message 6:
ก็คือควรจะสอนแค่วิชาเดียวต่อปีแล้วทำวิจัยล้วนๆเหมาะสมกับการเล่นเกมนี้ที่สุดแล้ว


By: November 18, 2010 08:22

Message 7:
เมื่อวานนี้เข้าประชุมภาควิชาได้มา 3 แต้มครับ


อ.โจ้อ.โจ้ (Lv 32)
Pipette Master
Exp: 20126



By: อ.โจ้ November 18, 2010 09:06

Message 8:
ผม มีแต้ม ครับ 5555



By: เมธา November 18, 2010 13:33

Message 9:
มีกี่แต้มแล้วละครับ ระวังจะเสียแต้ม ฮิๆ
เมื่อวานได้ 3 แต้มจากประชุมภาค วันอังคารอ.ตั้มจะได้จากการพานักเรียนมหิดลวิทย์ชมห้องแล็บของภาคอีก 3 แต้ม ยินดีล่วงหน้าครับ


อ.โจ้อ.โจ้ (Lv 32)
Pipette Master
Exp: 20167



By: อ.โจ้ November 18, 2010 13:47


Message 10:
เชื่อว่าทุกคนในที่นี้ ต่างก็เคยนึกบ่นอาจารย์ผู้สอนอยู่ในใจ หรืออาจจะหลุดกับเพื่อนฝูงว่า อาจารย์สอนห่วย ไม่ได้เรื่อง หรือไม่ค่อยได้ทำวิจัย ส่งผลให้เนื้อหาที่สอนนั้นเก่าล้าสมัย
บางทีเราก็วิจารณ์ต่อไปอีกว่า อาจารย์นั้นเป็นพวกนักวิชาการไม่ค่อยได้ช่วยสังคมเท่าไหร่ ไม่ค่อยได้แสดงบทบาทตามความรู้ความสามารถของตน

ผมตั้งคำถามขึ้นว่า "เราเคยบ่นทำนองนี้กันไหม?" แล้วเราเคยถามต่อไปไหมว่า "เราจะทำให้อย่างไรให้มันดีขึ้น?"
ผมเดาต่อไปอีกว่า เราคิดแค่ว่า ก็ให้อาจารย์ท่านนั้นๆเกษียณไป แล้วภาวนาให้อาจารย์ท่านใหม่เข้ามาดีกว่าเดิม
ปัญหาพวกนี้ก็มีทุกรุ่น ไม่ใช่ว่าเป็นอาจารย์รุ่นเก่ารุ่นใหม่ ถึงจะไม่เป็นที่โปรดของนักศึกษา หรือทำงานไม่ได้ตามประสิทธิภาพ

ในแต่ละที่ ก็มีมาตราฐานและข้อบังคับต่างๆกันออกไป ในต่างประเทศบางที่ก็มีการประเมินถ้าทำไม่ได้ก็เชิญให้ออก
หรือบางที่ อาจารย์ก็มีความรับผิดชอบสูง ก็รักษาคุณภาพของตัวเองไว้ จนสถาบันนั้นๆ ก็ไม่มีการประเมินที่เข้มงวด
แล้วแบบใหม่ถึงจะเหมาะกับ "คนไทย" หรือ "มหิดล" เราเคยถามและตอบตัวเองอย่างจริงจังบ้างไหม?
การเปลี่ยนแปลงในการใช้การประเมินย่อมมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะด้านลบจากผู้ได้รับความยุ่งยากลำบาก

ผมไม่ได้กำลังแสดงความเห็นว่า เห็นด้วย หรือ ไม่เห็นด้วย กับระเบียบการประเมินนี้
ในบางข้อปลีกย่อยในแบบประเมินก็ยังน่าขบขันสำหรับผม ในแง่การนำมาใช้กับผู้ทรงคุณวุฒิในมหาวิทยาลัย
แต่ผมกำลังชวนทุกคน ให้ลองก้าวไปข้างหน้า ลองตอบคำถามพวกนี้เรื่องใกล้ๆตัว ที่เรามีส่วนเกี่ยวข้อง
ลองใส่ความพยายามกับสิ่งที่ตนพบในสังคมแล้วไม่พอใจ ให้มากกว่าการบ่นกับเพื่อนฝูงหรือล้อเลียนว่าตลกขบขัน
จะแบบไหนก็ได้ จะเป็นตัวของตัวเองแบบไหนก็เป็นคุณ "ถ้าคุณเป็นผู้บริหารของมหิดล คุณจะทำอย่างไรในการแก้ปัญหา อาจารย์ไม่ได้คุณภาพ"
หรือจะในฐานะ "นักศึกษาหรือศิษย์เก่า ที่ทราบถึงปัญหานี้" ในทั้งสองมุมคือ แก้ไขปัญหาอาจารย์ไม่ได้คุณภาพ และ ปัญหาความหยุมหยิมยุ่งยากของระเบียบการ

คุณคิดอย่างไร? ความเห็นของคุณอาจจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงแก่สังคมของเราก็ได้


JSWJSW (Lv 1)
New Member
Exp: 16



By: Joe_SW November 19, 2010 01:14

Message 11:
เฮ้อ...อย่างไรก็แล้วแต่ผมจะไปออกภาคสนามสามวันได้แต้มวิจัย 24 แต้ม


อ.โจ้อ.โจ้ (Lv 32)
Pipette Master
Exp: 20199



By: อ.โจ้ November 19, 2010 07:23

Message 12:
ออกภาคสนาม 3 วัน ได้ 24 แต้ม ดังนั้น 1 ปี

(365/3)x24 = 2920 แต้ม

ผ่านเกณฑ์ประเมิน อย่างสบายๆ


JSWJSW (Lv 2)
Novice Reader
Exp: 41



By: JSW November 19, 2010 13:08

Message 13:
อันนี้อยู่ใน workload ว่าปีๆนึงทำอะไรมั่งไม่ได้ MU Points ครับ


อ.โจ้อ.โจ้ (Lv 32)
Pipette Master
Exp: 20250



By: อ.โจ้ November 19, 2010 19:57

Message 14:
MU Point กะ PA นี่คาบเกี่ยวกันปะครับ

เช่น ทำ PA ว่า จะตีพิมพ์ 2 เปเปอร์
ถ้าตีพิมพ์ได้จริงๆ ก็เก็บได้ทั้ง PA ทั้ง MU Point ใช่มั้ยครับ

แลดูซ้ำซ้อนกันเบา เบา~


HalleyHalley (Lv 67)
Junior Scorer
Exp: 5053



By: Halley November 19, 2010 20:04

Message 15:
ขออภัยอ.โจ้นะครับ ไม่ได้ตั้งใจให้แปลความว่าอย่างนั้น
เพียงคำนวณให้ดูว่าแต้มเกณฑ์ผ่านนั้น ไม่ได้มากมาย
คืออาจารย์สอนและทำวิจัย ตามปกติก็น่าผ่านเกณฑ์กันอยู่แล้ว
ชี้ให้เห็นว่าระเบียบการตรงนี้อาจจะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาตรงจุด
แต่ยังเพิ่มภาระให้แก่อาจารย์ในเรื่องเอกสาร การรายงานเก็บแต้มทุกครั้ง ทุกกิจกรรม
ผมว่ามันหยุมหยิมมากเกินไป


JSWJSW (Lv 2)
Novice Reader
Exp: 46



By: JSW November 19, 2010 20:46

Message 16:
ไม่รู้ว่าถ้าตัดเรื่องเล็กน้อยออกไป แล้วเหลือไว้แต่ข้อที่สำคัญๆ จะตรงจุด และลดภาระความยุ่งยากลงหรือไม่
เช่น ชั่วโมงสอนและการทำงานขั้นต่ำก็มีเกณฑ์อื่นกำหนดไว้อยู่แล้ว อะไรที่ซ้ำซ้อนก็ลดทอนลง


JSWJSW (Lv 2)
Novice Reader
Exp: 49



By: JSW November 19, 2010 20:51

Message 17:
เอาแค่ตัวเลขก็ผ่านกันเป็นส่วนใหญ่อยู่แล้วละครับ แต่มันก็มีกรณีเช่นไม่มีนักศึกษาในที่ปรึกษา บางภาคไม่มีสอนป.ตรี ฯลฯ แต่ละคนก็มีกรณีต่างกัน

เรื่องเอกสารก็มากมายมหาศาล ถ้าทุกอย่างต้องมีเอกสารอ้างอิง หรือแค่เตรียมเอกสารก็เยอะเหมือนกัน

ที่ฮัลเลย์ว่ามันมีความคาบเกี่ยวกันกันไหม มันก็มีอีกเช่นกันครับ

แต่มันก็มีเหตุผลที่เขาให้ทำเรื่องพวกนี้ขึ้นมานะ


อ.โจ้อ.โจ้ (Lv 32)
Pipette Master
Exp: 20265



By: อ.โจ้ November 19, 2010 21:08

Message 18:
ตอนเช้าน่าจะให้อาจารย์ทุกคนเซ็นชื่อ แล้วชั่งน้ำหนัก ...จากนั้นคำนวณว่ากินเข้าไปกี่แคลลอรีต่อมื้อ ....ตอนเย็นเซ็นชื่อออก ชั่งน้ำหนัก แล้วคำนวณว่าวันนี้ทำงานใช้ไปกี่ ATP ....ดีมั้ย 5555 ประชดนะครับ เพราะนั้นไม่ลงชื่อดีกว่า



By: November 20, 2010 00:11

Message 19:
จริงๆ มหาวิทยาลัยเองก็น่าจะมีการทำนโยบายสาธารณะ สำรวจความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้องก่อน ยกขึ้นเป็นร่างระเบียบแล้วให้แก้ไขจนน่าจะเหมาะสมมากที่สุดก่อนนำมาใช้จริง ไม่ใช่ลองใช้แล้วค่อยแก้ไขกันไป

ถ้าอย่างที่อาจารย์ยกมาว่าบางภาควิชาไม่มีป.ตรี แล้วระเบียบไม่มีการพิจารณาความเฉพาะของแต่ละภาควิชาแบบนี้ นั่นก็หมายความว่ายังไม่เคยมีการทำปะชาวิจารณ์หรือประชุมตัวแทนแต่ละภาควิชาเพื่อร่างระเบียบ

ผมยังสงสัยอยู่ว่า คนที่ทำงานวิจัยโดยทดลองในห้องปฏิบัติการนั้นไม่มีแต้มเหมือนออกภาคสนาม ไปแห่เทียนพรรษาอาจจะได้แต้มพอๆกับการไปออกภาคสนาม

ผมว่ามันมากมายยิบย่อยซะจนมองไม่ออกว่า จุดประสงค์หลักๆของระเบียบต้องการให้อาจารย์ทำหน้าที่อะไรกันแน่

ถ้าจะใช้ระเบียบนี้จริง มีระบบอะไรรองรับอำนวยความสะดวกให้อาจารย์ส่งการประเมินง่ายขึ้นไหม วิธีไหนที่ไม่ต้องเสียเวลามานั่งเตรียมเอกสารมากมาย ถ้ายังใช้เอกสารตามฟอแมร์ทบังคับ ต้องมีเอกสารครบยืนยันการไปในทุกๆที่ หรือการทำงานทุกอย่าง สุดท้ายแล้วก็จะทำให้การทำงานไม่คล่องตัว

ผมเชื่อว่าหากอาจารย์เอาเวลาจากการที่ต้องเตรียมเอกสารยิบย่อยพวกนี้ ไปใช้ในการทำงานเชิงวิชาการ งานวิจัย อาจจะเกิดประโยชน์ต่อสังคมประเทศมากกกว่า


JSWJSW (Lv 3)
Prime Scholar
Exp: 64



By: JSW November 20, 2010 00:32

Message 20:
จริงๆ มหาวิทยาลัยเองก็น่าจะมีการทำนโยบายสาธารณะ สำรวจความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้องก่อน ยกขึ้นเป็นร่างระเบียบแล้วให้แก้ไขจนน่าจะเหมาะสมมากที่สุดก่อนนำมาใช้จริง ไม่ใช่ลองใช้แล้วค่อยแก้ไขกันไป

ถ้าอย่างที่อาจารย์ยกมาว่าบางภาควิชาไม่มีป.ตรี แล้วระเบียบไม่มีการพิจารณาความเฉพาะของแต่ละภาควิชาแบบนี้ นั่นก็หมายความว่ายังไม่เคยมีการทำปะชาวิจารณ์หรือประชุมตัวแทนแต่ละภาควิชาเพื่อร่างระเบียบ

ผมยังสงสัยอยู่ว่า คนที่ทำงานวิจัยโดยทดลองในห้องปฏิบัติการนั้นไม่มีแต้มเหมือนออกภาคสนาม ไปแห่เทียนพรรษาอาจจะได้แต้มพอๆกับการไปออกภาคสนาม

ผมว่ามันมากมายยิบย่อยซะจนมองไม่ออกว่า จุดประสงค์หลักๆของระเบียบต้องการให้อาจารย์ทำหน้าที่อะไรกันแน่

ถ้าจะใช้ระเบียบนี้จริง มีระบบอะไรรองรับอำนวยความสะดวกให้อาจารย์ส่งการประเมินง่ายขึ้นไหม วิธีไหนที่ไม่ต้องเสียเวลามานั่งเตรียมเอกสารมากมาย ถ้ายังใช้เอกสารตามฟอแมร์ทบังคับ ต้องมีเอกสารครบยืนยันการไปในทุกๆที่ หรือการทำงานทุกอย่าง สุดท้ายแล้วก็จะทำให้การทำงานไม่คล่องตัว

ผมเชื่อว่าหากอาจารย์เอาเวลาจากการที่ต้องเตรียมเอกสารยิบย่อยพวกนี้ ไปใช้ในการทำงานเชิงวิชาการ งานวิจัย อาจจะเกิดประโยชน์ต่อสังคมประเทศมากกกว่า


JSWJSW (Lv 3)
Prime Scholar
Exp: 67



By: JSW November 20, 2010 00:41

Message 21:
@Message 18

ด้วยความรู้ของผมยังจินตนาการตามไม่ออกว่าการชั่งน้ำหนักเช้า-เย็น สามารถนำไปประเมินหาค่าATPที่ถูกใช้ไประหว่างวันได้อย่างไร และยังนึกตามไม่ออกอีกว่าน้ำหนักที่ขึ้นลงระหว่างวันจะนำไปเป็นดัชนีชี้วัดเพื่อประเมินประสิทธิการทำงานในแต่ละวันได้อย่างไำร แต่ก็เป็นความคิดเห็นที่น่าสนใจมากครับ ยังไงช่วยขยายความหลักการและเ้หตุผล ให้คนที่ไม่สันทันกรณีอย่างผมได้เข้าใจตามด้วยจะดีมากครับ

ขอบคุณมากครับ


JSWJSW (Lv 3)
Prime Scholar
Exp: 72



By: JSW November 20, 2010 00:48

Message 22:
@Message 18

ด้วยความรู้ของผมยังจินตนาการตามไม่ออกว่าการชั่งน้ำหนักเช้า-เย็น สามารถนำไปประเมินหาค่าATPที่ถูกใช้ไประหว่างวันได้อย่างไร และยังนึกตามไม่ออกอีกว่าน้ำหนักที่ขึ้นลงระหว่างวันจะนำไปเป็นดัชนีชี้วัดเพื่อประเมินประสิทธิการทำงานในแต่ละวันได้อย่างไำร แต่ก็เป็นความคิดเห็นที่น่าสนใจมากครับ ยังไงช่วยขยายความหลักการและเ้หตุผล ให้คนที่ไม่สันทันกรณีอย่างผมได้เข้าใจตามด้วยจะดีมากครับ

ขอบคุณมากครับ


JSWJSW (Lv 3)
Prime Scholar
Exp: 75



By: JSW November 20, 2010 00:59

Message 23:
พูดได้เข้าท่าดี JSW ในความเห็นที่ 19


NevasunyaNevasunya (Lv 42)
Supreme Champion
Exp: 33936



By: Nevasunya November 20, 2010 00:59

Message 24:
ระบบนี้เกิดขึ้นมาเพื่อหาตัวชี้วัดประสิทธิผลการทำงานของบุคลากร เกณฑ์ที่เห็นเป็นของบุคลากรสาย ก ซึ่งก็คือฝ่ายวิชาการ โดยก่อนหน้านี้มีปัญหาเวลาประเมินไม่มีอะไรเป็นตัวเทียบเคียง ฯลฯ

ผมอยู่ในสภาอาจารย์ก็เห็นบทบาทว่ามีกลุ่มคนที่ดูแลเรื่องนี้ในหลายภาคส่วน เพียงแต่ว่าตอนระบบพวกนี้เกิดมา ไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วม แต่เชื่อว่าคงมีหลายคนมีส่วนร่วม เพียงแต่ไม่ถึงกับใช้ระบบประชาพิจารณ์ ก็มีแค่การต่อรองเรื่องเกณฑ์ เรื่องปรับคะแนนเป็นต้น

เชื่อว่าหลายคนยอมใช้ระบบนี้เพราะอย่างน้อยก็แฟร์ดีตรวจวัดได้ และไม่สามารถเสนอระบบอะไรที่มันดีกว่านี้ได้ให้มหาวิทยาลัยนำไปพิจารณา


อ.โจ้อ.โจ้ (Lv 32)
Pipette Master
Exp: 20275



By: อ.โจ้ November 20, 2010 06:47

Message 25:
อ.โจ้พูดผิดไปหน่อยครับ
คะแนนแต้มจากส่วนต่างมีดังนี้ครับ

ด้านการเรียนการสอน มีสัดส่วน 35%
ด้านงานวิจัย มีสัดส่วน 35%
การบริการวิชาการ มีสัดส่วน 10%
ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม มีสัดส่วน 8%
อื่นๆน่ะ มีสัดส่วน 12%
อื่นๆนี่เช่นเป็น web master เป็นกรรมการโน่น นี่ นั่น การ update ตัวเองในเว็ป ก็ได้คะแนนแล้ว
ก็เยอะอยู่นะครับ
ส่วน อ.เมธา น่ะ มีแต้มตลอดอยู่แล้วครับ



PP-NewPP-New (Lv 105)
Supreme Champion
Exp: 6913



By: PP-New November 22, 2010 19:51

Message 26:
ที่เห็น อ.โจ้ เล่นๆอยู่เนี่ย เราเรียกกันว่า PA = Performance Agreement
เป็นการปรเมินประสิทธิภาพการทำงานของอาจารย์ หรือเรียกว่าสายวิชาการและสายสนับสนุน
สายที่มีปัญหาคือสายวิชาการนี่แหละครับ
จริงๆคะแนน 35-35-10-8-12 ตัวเลขนี้จะเปลี่ยนไปเล็กน้อยในรอบหน้า
คนนำระบบมาใช้ต้องการเห็นการประเมินที่เกิดจากผลงานจริงไม่ใช่เช้าชามเย็นชามอย่างในระบบราชการทั่วไป ก็เลยกลายเป็นเรื่องราวมากมายครับ
เพราะตัวจับจริงๆคือผลงานวิจัยที่เป็น paper และการเรียนการสอน


PP-NewPP-New (Lv 105)
Supreme Champion
Exp: 6918



By: PP-New November 22, 2010 20:00

Message 27:
จริงๆหน้าที่ของอาจารย์คือสอนและวิจัย เพราะนั่นคือองค์ความรู้ที่จะเอาไปสอน นศ
ถ้าอาจารย์ไม่มีองค์ความรุ้ที่ตัวเองรู้มากกว่าคนอื่นๆ ความรู้ก็จะไม่มีการต่อยอด (อ่านว่า ต่อ ยอด นะครับ ไม่ใช่ ต่อย อด )
แล้วเราจะพัฒนานักศึกษาของเราได้อย่งไร


PP-NewPP-New (Lv 105)
Supreme Champion
Exp: 6923



By: PP-New November 22, 2010 20:07

Message 28:
ขอบพระคุณอาจารย์ประหยัดและอาจารย์โจ้มากครับ

ถ้าตามที่อาจารย์กรุณาให้รายละเอียดมา ก็ถือว่าระเบียบการนี้ให้ภาพชัดเจนเรื่องการให้น้ำหนักงานวิจัยและการสอน ตามสัดส่วนแต้มที่กำหนดไว้เท่ากันคือ35-35

นั่นคือ70%ของภาระงานทั้งหมด และการบริการวิชาการอีก10% ก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่เหมาะสม ส่วนอีก20% อาจจะยังมองเห็นภาพไม่ชัดเจน หลังจากการใช้ระเบียบการรอบนี้ อาจจะให้ความชัดเจนและปรับตามความเหมาะสมมากขึ้นในรอบหน้า

ก็ถือว่าเป็นระเบียบใหม่ที่น่าสนใจ มีวัดถุประสงค์ที่ดี หากมีระบบรองรับที่ให้ท่านอาจารย์ได้รายงานแบบประเมินได้โดยง่าย ไม่เสียเวลากับเอกสารมากเกินไป ก็ถือว่าน่าจะช่วยส่งเสริมและเป็นประโยชน์การเรียนการสอน/งานวิจัยในมหิดลได้มากขึ้น

แต่เรื่องการนำมาใช้จริงคงต้องพิจารณากันต่อไปว่าส่งผลอย่างไร สร้างแรงกระตุ้นและประเมินบุคคลากรได้จริงหรือไม่ สะดวกต่อการส่งแบบประเมินมากแค่ไหน เรียกว่า ตัวระเบียบนี้เองก็ต้องมีการตรวจวัดและประเมินผลเหมือนกัน


JSWJSW (Lv 4)
Intermediate Reader
Exp: 120



By: JSW December 1, 2010 18:03

[Back to top...]
Post Reply to this Topic
 
Reply:
PIN: (โปรดพิมพ์เลขหนึ่งสามตัวในช่องว่างนี้)
Name:
Email:
 
 
Special Tags:

Bold = [b]Bold[/b]

Gallus gallus domesticus = [i]Gallus gallus domesticus[/i]

WARNING! = [font color=#FF0000]WARNING![/font]

http://www.sc.mahidol.ac.th/scbi = [url]http://www.sc.mahidol.ac.th/scbi[/url]

scnop@mahidol.ac.th = [email]scnop@mahidol.ac.th[/email]

= //Angry

= //Grin

= //Kidding

= //Laugh

= //Sad

= //Wow

= //Smile

= //Cool

= //Huh

= :-D

Insert picture [img]http://www.somewhere.com/somefile.jpg[/img]

Department of Biology, Faculty of Science, Mahidol University
Rama VI Road, Rachadhavi, Bangkok 10400 Thailand

Tel. (+66) 2201-5250 Fax. (+66) 2354-7161
Webmaster: scnop@mahidol.ac.th