ยินดีต้อนรับ
ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหิดล
ภูมิปัญญาของแผ่นดิน

หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
ข่าวและกิจกรรม
งานวิจัย
ห้องปฏิบัติการ
ผลงานตีพิมพ์
รางวัลเกียรติคุณ
หลักสูตรการศึกษา
เรียนออนไลน์
บุคลากร
ศิษย์เก่า
บริการ
ร้านหนังสือ
เว็บบอร์ด
ดาวน์โหลด
ติดต่อเรา
หน้าแรกแบบใหม่
หน้าแรก | คณะวิทยาศาสตร์ | มหาวิทยาลัยมหิดล | คำถามทั่วไป | สมาชิก | English

เว็บบอร์ดภาควิชาชีววิทยา
ค้นหา:
[ดูหัวข้อกระทู้] [กระทู้สมัยนิยม] [ตั้งกระทู้ใหม่] [ตอบกระทู้]
MU Sai Yok Campus Burning

Detail: It is so depressing to see this mindless burning of vegetation that is going on at MU Sai Yok Campus. The worst burnt areas that I saw last week were beyond the disused checkpoint kiosk that I show in one of the pictures.



I did not see anybody in a position of authority to report this to, but the usual response when I have done so in the past is to claim that the fires come in from outside. This is not usually so, and was certainly not the case last week. The burning had been done along the roadside, locally and extensively, in several different areas within the campus- presumably either by workers or by villagers entering the campus. Nor, in this case, was it done in the process of clearing land for building (as has sometimes happened).



Continued burning will interfere with regeneration of secondary forest in favour of weeds and fire-resistant species. Moreover, it reflects very poorly on the university authorities (doubtless they are too busy shuffling paper in their air-conditioned offices to sit up and take notice of what goes on outside.



By: Webmaster on behalf of Aj.Phil January 19, 2010 23:09

ข้อความที่ 1:
เคยถามผู้บริหารและอาจารย์ที่เคยอยู่ที่นั่น ท่านบอกว่าชาวบ้านมักเข้ามาล่าสัตว์และเผา ห้ามและจับมือคนเผาไม่ได้เลย ชาวบ้านในเกือบทุกที่ของประเทศไทย ถ้าเป็นคนท้องถิ่นเขาถือว่าเขาเคยอาศัยอยู่บริเวณนี้มาก่อนเขาคิดว่าเขามีสิทธิ์ที่จะหาของป่าได้ทุกที่แม้กระทั่งที่คนอื่น เป็นเรื่องที่ต้องแก้กันไป อีกอย่างมหาวิทยาลัยเน้นการไม่ทำรั้วไม่ว่า campus ไหน เรื่องนี้จึงต้องเจอไปตลอด แล้วเราก็ต้องมาบ่นตลอด

By: เนวสัญญา January 19, 2010 23:39

ข้อความที่ 2:
ป่าที่วิทยาเขตกาญแห้งแล้งมาก ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเค้าจัดการกันยังไง น่าจะเอาเงินที่ลงทุนตกแต่งสถานที่อย่างอื่นที่สิ้นเปลืองเงิน มาทำการฟื้นฟูป่าน่าจะดีกว่า อุตส่าห์ได้ชื่อว่ามหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศ ก็น่าจะมีการตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมอื่นๆบ้าง เช่น ป่า สัตว์ หรือแม้แต่คน ทุกอย่างต้องพึ่งพาอาศัยกัน ถ้าอันใดอันหนึ่งขาดจากกันไปก็คงจะถึงวันมรณาของทุกคนเป็นแน่


By: หนึ่งเสียง January 20, 2010 03:48

ข้อความที่ 3:
ความจริงมหาวิทยาลัยน่าจะมี master plan ที่ไทรโยคให้ชัดเจน ควรกันพื้นที่ที่ยังเป็นธรรมชาติให้เป็นเขตอนุรักษ์ 2,000 -3,000 ไร่ (จาก 6,000 ไร่) ในลักษณะสวนรุกขชาติ (aboretum) ก็ได้ มีการจัดการที่ดี ให้ป่าฟืนตัวของมันเอง ไม่ต้องไปยุ่งในบริเวณนั้นแต่อาจเสริมพืชท้องถิ่นเข้าไปให้เป็นธรรมชาติ แต่ไม่ใช่ปลูกต้นไม้เข้าแถวกัน แต่ปลูกแบบเป็นกลุ่มสลับผสมผสาน ทำความเข้าใจกับชาวบ้านอย่างสม่ำเสมอ จะดีมาก ได้ทราบว่าม.นเรศวร พะเยา สวยงาม เขากันพื้นที่อนุรักษ์ไว้ชัดเจนและมีการจัดการที่ดี มหิดลน่าจะดูเป็นแบบอย่าง อย่าทนงตนว่าเป็นมหิดล ไม่จำเป็นต้องไปดูของใคร ฉันแน่อยู่แล้ว ถ้ามีความคิดแบบนี้จะไปไม่รอด

By: เนวสัญญา January 20, 2010 09:42

ข้อความที่ 4:
ข้างบนตกตัวสะกด " r " ที่ถูกคือ สวนรุกขชาติ (arboretum)

By: เนวสัญญา January 20, 2010 09:43

ข้อความที่ 5:
message 3 เป็นแนวความคิดของผู้หลักผู้ใหญ่ท่านหนึ่งฝากมา

By: เนวสัญญา January 20, 2010 23:00

ข้อความที่ 6:
หนูขอเดาว่าไหม้เพราะการทิ้งบุหรี่ก่อนเลยค่ะ ข้างทางทั้งร้อนทั้งแล้งแบบนี้

By: dumbodung January 20, 2010 23:16

ข้อความที่ 7:
ควรนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมประจำเดือนของสภาอาจารย์คณะวิทย์ฯแล้วส่งต่อไปสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยมหิดลเพื่อนำเรื่องเข้าที่ประชุมกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยอีกทีน่าจะได้เห็นการขับเคลื่อนออกมาบ้าง อ.ระพีช่วยด้วยนะ
เศร้าใจทุกครั้งที่เห็นไฟไหม้ป่าแม้ว่าป่าบางชนิดต้องการไฟเพื่อกระตุ้นการงอกของเมล็ดพืชบางชนิดก็ตาม
อมรา


By: January 21, 2010 10:36

ข้อความที่ 8:
เป็นปกติวิสัยของโลกยุคนี้ สิ่งที่แก้ยากที่สุดคือจิตใจรู้สึกผิดชอบชั่วดีของคน

By: เนวสัญญา January 22, 2010 00:45

ข้อความที่ 9:
เคยออก field trip ที่ป่าหลังหอหญิง ม.มหิดล ไทรโยค หลายครั้ง มักจะเจอหลุมดักสัตว์ที่นายพราน หรือชาวบ้านแถวนั้นมาขุดดักแล้วเอาหญ้ามาพรางไว้ตรึมเรย บางทีตอนทำแล็บในพื้นที่ก็ได้ยินเสียงชาวบ้านเดินล่าสัตว์อยู่ อันตรายมากๆ เพราะอาจโดนลูกหลงถูกยิงขึ้นมาก็ได้ แล้วเดินไปหลังหอหญิงก็เป็นป่าเรย ชาวบ้านหรือคนนอกอยากจะเข้าออกเมื่อไหร่ก็ได้ น่ากลัวดีแฮะ

ปล. เคยได้ยินมาว่าทุกปีเค้าจะเผาหญ้าในบริเวณนั้น เพื่อทำแนวกันไฟในช่วงหน้าแล้งอย่างเช่นตอนนี้อ่าา

By: pach January 22, 2010 22:38

[Back to top...]
ตอบกระทู้
 
ข้อความ:
PIN: (โปรดพิมพ์เลขหนึ่งสามตัวในช่องว่างนี้)
ชื่อ:
อีเมล์:
 
 
Special Tags:

Bold = [b]Bold[/b]

Gallus gallus domesticus = [i]Gallus gallus domesticus[/i]

WARNING! = [font color=#FF0000]WARNING![/font]

http://www.sc.mahidol.ac.th/scbi = [url]http://www.sc.mahidol.ac.th/scbi[/url]

scnop@mahidol.ac.th = [email]scnop@mahidol.ac.th[/email]

= //Angry

= //Grin

= //Kidding

= //Laugh

= //Sad

= //Wow

= //Smile

= //Cool

= //Huh

= :-D

Insert picture [img]http://www.somewhere.com/somefile.jpg[/img]

ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ถนนพระราม 6 เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

โทร. 02-201-5250 แฟกซ์. 02-354-7161
เว็บมาสเตอร์ scnop@mahidol.ac.th