Welcome to...
Department of Biology, Faculty of Science
Mahidol University
Wisdom of the Land

Home
About us
News and Events
Research
Facilities
Publications
Awards
Curriculums
eLearning
Staff
Alumni
Service
Shop
Webboard
Download
Contact us
New Homepage
Home | Faculty of Science | Mahidol University | FAQs | Members | ภาษาไทย

Department of Biology Webboard
Search:
[Reload] [Recent] [Post] [Reply]
จิต กับ การยืดหดของเวลา

Detail: ......จิตของคนเรามีความไวสูงกว่าแสง และสติ ก็คือเจตสิก(องค์ประกอบ)ของจิตตัวหนึ่งที่จะติดไปดวงจิตด้วย ดังนั้น ผู้ที่สามารถกำหนดสติให้ไวทันดวงจิต จะเห็นการยืดหดของเวลา เพราะแสงทำให้เกิดเวลาตามทฤษฎีสัมพัทธภาพ เมื่อเอาชนะความเร็วแสงได้ ก็คือ การเล่นกับเวลานั่นเอง

ความลับนี้ ท่านปรมาจารย์ตั๊กม้อ ได้นำไปถ่ายทอดในวัดเส้าหลิน โดยให้กำหนดสติไปที่การเคลื่อนไหวขณะฝึกมวยจีน (กายานุสติปัฏฐาน) ทำให้ผู้ฝึกมีการเคลื่อนไหวของร่างกายที่ไวมากๆ แม้จะเป็นการฝึกเพื่อสุขภาพ แต่ผลพลอยได้คือ หลวงจีนวัดเส้าหลินหรือเสี้ยวลิ้มยี่ ได้รับการยอมรับว่าวรยุทธ์สูงส่งที่สุดในประเทศจีน มีอยู่ครั้งหนึ่ง จักรพรรดิถังไท่จง มหาราชที่ยิ่งใหญ่ของชาวจีน ขณะอยู่ในวัยเด็กได้ถูกกลุ่มกบฏจับตัวไป เพื่อจะล้มล้างยึดอำนาจราชวงศ์ หลวงจีนวัดเส้าหลินจำนวน 13 รูป บุกฝ่าเข้าไปถึงกลางค่ายกบฏซึ่งล้อมรอบไปด้วยพลธนู และกองกำลังป้องกันฝีมือดีนับพัน ซึ่งถ้าคิดในเชิงตรรกะ ไม่น่าจะหลุดรอดไปได้ แต่ปรากฏว่า หลวงจีนทั้งหมดสามารถฝ่าเข้าไปถึงใจกลางกองทัพกบฎและช่วยจักรพรรดิ์ถังไท่จงออกมาได้ราวปาฏิหาริย์ เรื่องนี้ได้ถูกบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในประวัติศาสตร์จีน และหลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์ก็ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้หยั่งรากลึกในประเทศจีน และโปรดให้ จารึกเรื่องราววีรกรรมของหลวงจีนทั้ง 13 รูป ไว้บนแผ่นศิลา พร้อมลงลายพระหัตถ์พระนามของพระองค์ ซึ่งทุกวันนี้ ก็ยังคงตั้งแสดงอยู่ เป็นประจักษ์หลักฐานfficeffice" />>>
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ก็ทรงฝึกเจริญสติอย่างสม่ำเสมอ มีอยู่ครั้งหนึ่ง พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรง ทรงโปรดให้ ลักไวทำมูแม่ทัพเอก รวบรวมทหารฝีมือดีที่สุดของพม่านับพันคน วางแผนหลอกล่อให้ม้าศึกของพระองค์วิ่งเตลิดหลุดเข้ามาอยู่กลางค่ายของพม่าแต่เพียงลำพัง แล้วเข้ารุมล้อมจับสมเด็จพระนเรศวร ปรากฏว่า ไม่มีใครสามารถทำอันตรายพระองค์ได้เลย จนลักไวทำมูที่เฝ้าดูอยู่ ทนไม่ไหว ควบม้ารี่ตรงเข้ามาจะประลองยุทธ์กับพระองค์ แต่ไม่นานนัก ลักไวทำมูก็ถูกพระแสงทวนแทงเสียชีวิต >>
ปรากฎการณ์นี้ สามารถเกิดขึ้นกับปุถุชนคนธรรมดาได้ ในขณะเกิดวิกฤติ เช่น เมื่อตกบันได ตกจากที่สูง ขณะขับรถแล้วเกิดอุบัติเหตุ กำลังจะจมน้ำ ฯลฯ ณ ขณะนั้นกำลังสติจะพุ่งพรวด และไวขึ้นเพื่อให้สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ทัน ช่วงเวลานั้นจะสามารถคิดได้ไวกว่าปกติประมาณ 3-5 เท่า มองเห็นสิ่งต่างๆรอบตัว เคลื่อนไหวแบบช้าๆ ( Slow motion ) แต่สำหรับผู้ที่ฝึกสติอย่างสม่ำเสมอ จะสามารถนำปรากฎการณ์นี้มาใช้เมื่อใดก็ได้เท่าที่ต้องการ โดยที่ไม่ต้องรอให้เกิดวิกฤติขึ้นก่อน

ปรากฎการณ์เห็นเวลายืด (Clock up) เกิดจากการที่มีสติไวกว่าปกติประมาณ 5-10% ซึ่งยังคงอยู่ในมิติปัจจุบันเพียงแต่เห็นสิ่งต่างๆเคลื่อนไหวช้าลง แต่เมื่อใดที่กำลังสติไวเกิน 50% จะเกิดการทะลุมิติ เพราะเวลาในแต่ละมิติเดินเร็วช้าไม่เท่ากัน เมื่อสามารถกำหนดจิตให้ช่วงของเวลาไปซ้อนทับกับเวลาของมิติอื่นได้ จะพบความจริงอันน่าอัศจรรย์ ที่มีมิติอื่นๆ ซ้อนทับโลกสามมิติอยู่อีกมากมาย

Credit : http://board.palungjit.com

By: DK January 13, 2010 13:54

Message 1:
เห...
น่าสนใจ...

แต่...

เพื่อนผมคนนึง เค้าสนใจเรื่อง Time perception
และในวิชาสัมมนา เค้าพูดถึงเปเปอร์ที่พิสูจน์ได้ว่า เวลาไม่ได้ช้าลง (เราไม่ได้รับรู้เวลาได้ดีขึ้น ถี่ขึ้น ชัดขึ้น) ในช่วงที่ตื่นเต้นตกใจ

http://www.plosone.org/article/info:doi/10.1371/journal.pone.0001295

ลองดูครับ :)

By: Halley January 13, 2010 16:19

Message 2:
สุดๆ เลยครับกลับเนื้อหานี้
แล้วคนเรามีโอกาสทำได้ถึง 100%ไหมครับ
คิดว่าถ้าทำได้น่าจะเดินทางข้ามเวลาได้มั้ง

By: วานิช January 13, 2010 16:24

Message 3:
เพิ่งเรียนเรื่องการยืดหดของเวลาในคาบฟิสิกส์ไป สนุกดีค่ะ แต่เรียนไม่รู้เรื่องแหะๆ

By: kudanaree January 14, 2010 13:07

Message 4:
เคยมีหนังในแนวแฟนตาซีเกี่ยวกับเรื่องนี้ทาง True Vision ในทางพระพุทธศาสนา ถ้าผู้นั้นได้มโนมยิทธิ ซึ่งเป็น 1 ใน วิชชา 8 จะไร้ขีดจำกัดด้านกาลเวลา สอดคล้องกับทางฟิสิกส์

By: เนวสัญญา January 14, 2010 13:37

Message 5:
ถ้าคนเราไร้ขีดจำกัดด้านกาลเวลา แล้วจะสามารถหลุดพ้นจากวัฏสงสารได้ไหมครับ(ไม่รุสะกดถูกหรือเปล่า)ใครก็ได้ช่วยออกความคิดเห็นที

By: วานิช January 14, 2010 14:23

Message 6:
มโนมยิทธิยังไม่สามารถทำให้หลุดพ้นไปจากวัฎสงสาร คุณต้องได้อาสวักขยญานเท่านั้นจึงจะหลุดพ้น (วิชชาสุดท้ายในวิชชา 8) รายละเอียดวานิชไปหาอ่านตามหนังสือธรรมะที่น่าเชื่อถือ ครูไม่อยาก post อะไร หรือ ตอบอะไรตรงนี้ ไม่ใช่ web ธรรมะ

...............................................

วิชชา 8 (ความรู้แจ้ง, ความรู้วิเศษ — supernormal knowledge)
1. วิปัสสนาญาณ : ปัญญาที่พิจารณาเห็นสังขารคือนามรูปโดยไตรลักษณ์
2. มโนมยิทธิ : ฤทธิ์สำเร็จด้วยใจ, ฤทธิ์ทางใจ คือ นิรมิตกายอื่นออกจากกายนี้
3. อิทธิวิธิ : แสดงฤทธิ์ต่างๆ ได้
4. ทิพพโสต : หูทิพย์
5. เจโตปริยญาณ : ความรู้ที่กำหนดใจผู้อื่นได้
6. ปุพเพนิวาสานุสสติ : ระลึกชาติได้
7. ทิพพจักษุ : ตาทิพย์
8. อาสวักขยญาณ : ความรู้ที่ทำให้สิ้นไปซึ่งอาสวะหรือกิเลส

ที่มา : พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)

By: เนวสัญญา January 14, 2010 19:03

Message 7:
น่าสนใจมากๆ ถ้าเราฝึกสมาธิได้บ่อยๆ จนควบคุมได้ชำนาญและเอามาใช้ได้จิงในชีวิตประจำวันก็คงดีสินะ

By: pach January 25, 2010 16:02

Message 8:
เอาแค่จิตนิ่ง-สงบ เรียนหนังสือเก่งได้เกียรตินิยมก็เกินพอแล้ว

By: เนวสัญญา January 25, 2010 18:43

Message 9:
เพ้อเจ้อ..เรื่องจิตเป็นเรื่องโลกุตระ คือเหนือโลก ซึ่งละเอียดสูง
จะเอาเรื่องฟิสิกส์กายภาพ ซึ่งหยาบมากกว่ามาวิเคราะห์ แล้วจับแพะชนแกะเพื่อให้สอดคล้องกัน
และเพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ ให้ตรงกับความคิดเห็นของตัวเอง เห็นมีเยอะแนวคิดนี้
..เห็นเครื่องบินลิบๆ คนที่เชื่อ ufo ก็จะบอกว่า นั่นนะยานลำแม่..เพราะใจจริงอยากให้มันเป็น


By: บัวบาน May 7, 2011 21:26

Message 10:
จิตโดยเเท้มีความปภัสสร(ความสว่าง) เรื่องจิตไม่ใข่เรื่องเหนือโลกเเต่ประ
การใดครับ สังเกตง่ายนิดเดียว ตื่นมาก็ทานข้าว ที่รู้ว่ารสชาติของข้าวนี้
อร่อยก็ดี ไม่อร่อยก็ดี ก็ล้วนมาจากการปรุงเเต่งของจิตทั้งสิ้น คุณบัวบานลองใช้สติกำหนดดูนะครับ กายนี้เป็นเพียงเครื่องมือของจิต....เเล้วความจริงอีกอย่างก็คือว่าฟิสิกส์โดยเนื้อเเท้เเล้วก็คือกายภาพอยู่เเล้ว เพียงเเต่เป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวทั้งหมดของจิต

ความจริงที่หลุดออกไปรับรู้เรื่องราวในอีกมิติก็เป็นการทำงานของจิตเป็นเเต่เพียงว่าจิตนั้นถูกฝึกมาให้มีสติ..........เเนะนำให้ไปอ่านงานเขียนของ ทันตเเพทย์สม สุจีรา นะครับ


By: บัวตอง May 7, 2011 23:16

[Back to top...]
Post Reply to this Topic
 
Reply:
PIN: (โปรดพิมพ์เลขหนึ่งสามตัวในช่องว่างนี้)
Name:
Email:
 
 
Special Tags:

Bold = [b]Bold[/b]

Gallus gallus domesticus = [i]Gallus gallus domesticus[/i]

WARNING! = [font color=#FF0000]WARNING![/font]

http://www.sc.mahidol.ac.th/scbi = [url]http://www.sc.mahidol.ac.th/scbi[/url]

scnop@mahidol.ac.th = [email]scnop@mahidol.ac.th[/email]

= //Angry

= //Grin

= //Kidding

= //Laugh

= //Sad

= //Wow

= //Smile

= //Cool

= //Huh

= :-D

Insert picture [img]http://www.somewhere.com/somefile.jpg[/img]

Department of Biology, Faculty of Science, Mahidol University
Rama VI Road, Rachadhavi, Bangkok 10400 Thailand

Tel. (+66) 2201-5250 Fax. (+66) 2354-7161
Webmaster: scnop@mahidol.ac.th