Welcome to...
Department of Biology, Faculty of Science
Mahidol University
Wisdom of the Land

Home
About us
News and Events
Research
Facilities
Publications
Awards
Curriculums
eLearning
Staff
Alumni
Service
Shop
Webboard
Download
Contact us
New Homepage
Home | Faculty of Science | Mahidol University | FAQs | Members | ภาษาไทย

Department of Biology Webboard
Search:
[Reload] [Recent] [Post] [Reply]
แลลักษณ์ลึงค์: ไยน่าตะลึงนัก?

Detail: นักจิตวิทยาเชิงวิวัฒนาการ (evolutionary psychologist) จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์กสามารถตอบคำถามได้แล้วว่า “ทำไมรูปร่างลึงค์จึงเป็นอย่างที่เห็น?”

โดยในขั้นแรก นักวิจัยได้ใช้หลักการให้เหตุผลแบบตรรกนิรนัย (logicodeduction) คือศึกษาเปรียบเทียบในเชิงมองย้อนกลับไปหาต้นตอของสิ่งใดสิ่งหนึ่งในสายวิวัฒนาการ แล้วสรุปออกมาว่าเพราะเหตุใด “สิ่งนั้น” จึงเป็น “เช่นนี้”?
ในที่นี้นักวิจัยได้ศึกษาเรื่องของรูปร่างลึงค์ จึงเปรียบเทียบลักษณะภายนอกของลึงค์ระหว่างมนุษย์กับญาติที่ อื่นๆ พบว่า ลึงค์มนุษย์ที่มีความยาวเฉลี่ย ๕ – ๖ นิ้ว เส้นรอบวงเฉลี่ย ๕ นิ้ว นั้น แม้แต่กับชิมแปนซีที่เป็นญาติใกล้ชิดกับเรามากที่สุดในเชิงวิวัฒนาการ ก็ยังมีขนาดที่เล็กกว่าของมนุษย์ และยิ่งถ้าเปรียบเทียบโดยคำนวณเรื่องของขนาดลำตัวและน้ำหนักเข้าไปด้วยแล้ว ขนาดลึงค์ของชิมแปนซีก็เล็กกว่าของมนุษย์ครึ่งหนึ่ง
นอกเหนือไปกว่านั้น ลึงค์ของมนุษย์ยังมีลักษณะอีกอย่างที่ญาติใกล้ชิดของเราไม่มี นั่นคือ บริเวณคอลึงค์ ซึ่งเป็นส่วนที่หัว (glans) มาเชื่อมกับลำลึงค์ (shaft) มีลักษณะคล้ายร่มเห็ด และมีเส้นสองสลึง (frenulum) คอยยึดอยู่ บริเวณคอลึงค์นั้นจะมีลักษณะเป็นสันหยักและแผ่กว้างออกไปรอบวง ทำให้บริเวณนี้มีเส้นรอบวงที่ใหญ่กว่าลำลึงค์ ลักษณะพิเศษที่พบได้แต่ในมนุษย์นี้ ทำให้นักจิตวิทยาเชิงวิวัฒนาการกลุ่มนี้เชื่อว่า ลักษณะพิเศษนี้น่าจะมีบทบาทสำคัญในเชิงวิวัฒนาการของมนุษย์

เคยมีการศึกษาก่อนหน้านี้ใช้เทคนิคการฉายภาพสั่นพ้องแม่เหล็ก (magnetic resonance imaging: MRI) ถ่ายภาพลักษณะการวางตัวของลึงค์ในช่องคลอดในขณะที่กำลังสอดใส่ พบว่าลึงค์จะขยายตัวและกินพื้นทั้งหมดของช่องคลอด และในบางท่วงท่า (เช่น ท่ามิชชันนารี – ผู้แปล) ลึงค์จะสามารถสอดใส่เข้าไปได้ลึกที่สุด จนชนปากมดลูกเลยทีเดียว และยังมีการศึกษาอีกชิ้นเกี่ยวกับการหลั่งน้ำกาม พบว่าผู้ชายจะสามารถขับน้ำกามออกมาได้ไกลถึง ๒ ฟุต ซึ่งต้องใช้แรงขับมหาศาล หากรวมผลการทดลอง ๒ ชิ้นเข้าด้วยกัน จะสรุปได้ผู้ชายถูกออกแบบมาเพื่อการหลั่งน้ำกามในช่องคลอดให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้
และในปีค.ศ. ๒๐๐๔ คณะวิจัยคณะนี้ได้ตั้งสมมติฐานเพิ่มเติมอีกว่า ขนาดและรูปร่างของลึงค์นอกจากจะมีเพื่อการหลั่งน้ำกามอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถชะน้ำกามของผู้ชายคนก่อนหน้าที่หลั่งอยู่ในช่องคลอดไม่ให้ตกค้างอยู่ในช่องคลอดได้อีกด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเป็นพ่อของลูกที่จะเกิดมานั่นเอง

คณะวิจัยได้ทดลองสมมติฐานนี้โดยอาศัยช่องคลอดเทียม น้ำกามเทียม และลึงค์เทียม ๓ อัน ลึงค์ทั้ง ๓ มีความยาวเท่ากัน ต่างกันที่ขนาดของสันหยักรอบคอ โดยมีความยาวเส้นรอบวงที่เกินมาจากลำลึงค์ ๐.๒, ๐.๑๒, และ ๐ นิ้ว (เป็นกลุ่มควบคุม คือไม่มีสันหยักรอบคอ) ตามลำดับ คณะวิจัยได้ใส่น้ำกามเทียมลงไปในช่องคลอดเทียม และใช้ลึงค์เทียมสอดใส่เข้าไป จากนั้นวัดปริมาณของน้ำกามที่เหลือภายในช่องคลอด ผลการทดลองเป็นตามที่คาด คือ ลึงค์เทียมที่มีสันหยักรอบคอสามารถชะล้างน้ำกามที่ตกค้างอยู่ออกมาได้มากกว่าลึงค์เทียมที่ไม่มีสันหยักรอบคออย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนั้น คณะวิจัยได้พิสูจน์ความลึกของการสอดใส่ต่อประสิทธิภาพของการชะน้ำกาม พบว่ายิ่งสอดใส่ลึงค์เทียมเข้าไปมากเท่าไหร่ ยิ่งชะน้ำกามออกมาได้มากเท่านั้น
การวิจัยระยะที่สอง คณะวิจัยได้ใช้แบบสอบถามพฤติกรรมของการมีเพศสัมพันธ์และการสอดใส่ในวัยรุ่นที่เรียนอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย พบว่า วัยรุ่น (ทั้ง ๒ เพศ) ที่มีพฤติกรรมไม่ซื่อสัตย์ต่อคู่ครอง เพศชายจะสอดใส่ลึกกว่า และด้วยจังหวะที่เร็วกว่า และคู่ครองที่ต้องแยกจากกันไปสักพักแล้วมาพบกันใหม่ จะมีเพศสัมพันธ์ที่รุนแรงและเร่าร้อนมากกว่าคู่ครองที่มีเพศสัมพันธ์ด้วยกันบ่อยๆ ผลของการตอบแบบสอบถามสามารถอุปมาและสรุปได้ว่า ด้วยความกลัวว่าคู่ครองของตนจะไปมีเพศสัมพันธ์กับชายอื่นในขณะที่ตนไม่ได้อยู่เฝ้า เมื่อกลับมาและมีเพศสัมพันธ์กับคู่ครอง จึงใช้ลึงค์ในฐานะเครื่องมือชะน้ำกามได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าปรกติ (ไม่ว่าจะด้วยจิตใต้สำนึก หรือจิตเหนือสำนึก)
นอกจากนี้ ผู้ชายทุกคนทราบดีว่าหลังจากหลั่งน้ำกามไปแล้ว กลไกทางสรีรวิทยาจะป้องกันไม่ให้ลึงค์กลับมาแข็งตัวใหม่ และการถึงจุดสุดยอดก็ช่วยทำให้หลับสบาย เหตุผลที่ธรรมชาติสรรค์สร้างผู้ชายให้ออกมาเป็นเช่นนี้ ก็เพียงเพราะไม่ต้องการให้มีเพศสัมพันธ์และเกิดการสอดใส่อีกครั้งโดยเร็ว ซึ่งคือการกวาดเอาน้ำกามของตนออกมานั่นเอง

จะเป็นไปได้ไหมที่ผู้หญิงคนหนึ่งตั้งครรภ์ด้วยอสุจิของผู้ชายที่เธอไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ด้วย? – แน่นอนว่าเป็นไปได้ ด้วยสถานการณ์จำลองต่อไปนี้

กล้าไปมีอะไรกับแก้วหลังจากที่เธอเพิ่งไปมีอะไรกับดำ น้ำกามของดำก็จะติดมากับลึงค์ของกล้าที่สอดใส่เข้าไปในช่องคลอดของแก้ว และถ้ากล้ายังไม่ได้ขริบหนังหุ้มปลายออก น้ำกามของดำจะถูกเก็บไว้ภายใต้หนังหุ้มปลาย จากนั้นกล้าก็ไปมีอะไรอีกครั้งกับหญิง ทำให้น้ำกามของดำมีโอกาสส่งผ่านเข้าไปในช่องคลอดของหญิงด้วย...

และแล้วหญิงก็ตั้งท้องด้วยอสุจิของดำ


---

แปลและเรียบเรียงจาก “Secrets of the Phallus: Why Is the Penis Shaped Like That?” นิตยสาร Scientific American เดือนเมษายน ๒๕๕๒

เข้าถึงออนไลน์ได้จาก http://www.scientificamerican.com/article.cfm?id=secrets-of-the-phallus

By: Halley September 2, 2009 18:37

Message 1:
อ๊า...แก้ครับแก้

แก้จาก
จึงเปรียบเทียบลักษณะภายนอกของลึงค์ระหว่างมนุษย์กับญาติที่ อื่นๆ

เป็น
จึงเปรียบเทียบลักษณะภายนอกของลึงค์ระหว่างมนุษย์กับไพรเมท (สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำพวกลิง เอป และมนุษย์ – ผู้แปล)

ป.ล. ถ้ามัน เอ่อ...ออกจะ Sexual explicit เกินไป ก็ลบกระทู้นี้ทิ้งได้นะครับ แหะๆ

By: Halley September 2, 2009 18:40

Message 2:
เอ่อ..(ไม่มีความเห็น)

By: อ.โจ้ September 2, 2009 20:58

Message 3:
อร๊ายย อะไรคะเนี่ยยยย รับไม่ได้ค่ะ

/me ปิดตา

คิคิคิ

By: โบอา อิลลิยานาซซ่า แฮนค็อก September 2, 2009 22:59

Message 4:
ตอนแรกนั่งงง กล้ากะแก้วใครเป็นผู้หญิง-ผู้ชาย ^^

By: สะตอซอรัส September 2, 2009 23:19

Message 5:
Something questionable:
1 It requires not so long time for sperm to move in uterus and fertilize with the egg. The purpose function of phallus may not that useful.
2 I have ever seen the slide about sex organ comparison in evolution course. I think the human penis is not so effective in removing others' man's sperm in comparison with other species. Human female is quite a good woman in comparison with other female. Male may not need to worry (too) much about that.
3 I think the reason that this become a news is not about the new discovery but the experimental menthod is so... I don't know who can volunteer.



By: AF September 3, 2009 01:26

Message 6:
รู้อย่างหนึ่งว่า มหาวิทยาลัยเนี่ย มีเงินทุนเหลือเฟือนะ มาแบ่งเปล่าให้ภาคชีวะ ม.มหิดล มั้งสิคับ
เออ แล้วไม่มีการศึกษาของผู้หญิงด้วยหรือคับ

By: เวนิช September 3, 2009 17:27

Message 7:
Oh. I forget one thing. Thank you very much Halley. Very nice translate and assembly, especially, the title

By: AF September 3, 2009 20:35

Message 8:
^
Thx krub. Actually, the title had been created by friend of mine who don't want to be acknowledged. :p

P.s. Next issue will b ethe study of epigenetic effect of parental care on suicidal tendencies.

By: Halley September 3, 2009 20:49

Message 9:
หนูมีคำถามค่ะ

ถ้ามนุษย์มี fidelity ต่อคู่ครองมาก ๆ

สันหยักจะถูกคัดออกไปไหมคะ



By: โบอา อิลลิยานาซซ่า แฮนค็อก September 4, 2009 21:01

Message 10:
คิดว่าไม่ครับ 555+

เพราะผู้ชาย โดยเฉพาะคนที่เคยมี Intercourse หรือคนที่ขริบแล้ว หรือคนที่ Masturbate โดยใช้ Lubricant จะรู้ดีว่า บริเวณสันหยักก็มีส่วนช่วยเพิ่มความเสียวกระสันไม่น้อย

ก็เดาๆ ว่า ผู้ชายที่มีสันหยักกว้างๆ (หัวใหญ่ๆ ว่างั้น) จะมีเพศสัมพันธ์ถี่กว่า (ก็มันเสียวกว่า) และมี Fitness สูงกว่าคนที่หัวเล็กๆ

แต่จริงๆ คิดว่าปัจจุบันรูปแบบของการคัดเลือก (โดยธรรมชาติ โดยเพศ โดย...ฯลฯ) ที่ไม่ได้เอาปัจจัยทางสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมเข้ามารวมด้วย ไม่น่าจะใช้กับมนุษย์ได้ครับ

By: Halley September 4, 2009 22:33


Message 11:
เอ่อคือ....


By: SM September 5, 2009 18:09

Message 12:
I think the comment 10 paragraph 2 and 3 is too sexual explicit and too many unsupporting evidence na krub.


By: AF September 6, 2009 20:05

Message 13:
อร๊ายยยยย

เจ้ารับไม่ได้ กัยรีสิบค่ะ
อะไรมันจะอล่างฉ่างขนาดนั้น ชาวรั้วชาววังเก่าอย่างอิชั้นอึ้งกิมกี่
เอามือทาบอก พร้อมอุทาน คุณพระ!

By: Nimueh September 7, 2009 13:00

Message 14:
Faculty of Science authority has noticed this article and has warned a little of sexual explicit in the contents. I see it as a controversial article. Scientfic American articles are usually like that. They are more of a review that purely scientific prove. So, the warning was on a valid ground.

By: you know who? September 11, 2009 10:49

Message 15:
^
อ่าครับ แต่ผมก็ดั๊นนชอบเรื่องพรรค์นี้ซะด้วยสิ
เอาเป็นว่า ถ้ามีบทความเรื่องราวประมาณนี้อีก ก็ไปตามอ่านในบล็อกผมแทนบะกันนะครับ :)

By: Halley September 11, 2009 12:50

Message 16:
^
ง่ะ ถึงขนาดนั้นเลยเหรอ


By: September 11, 2009 15:30

Message 17:
กล้าไปมีอะไรกับแก้วหลังจากที่เธอเพิ่งไปมีอะไรกับดำ น้ำกามของดำก็จะติดมากับลึงค์ของกล้าที่สอดใส่เข้าไปในช่องคลอดของแก้ว และถ้ากล้ายังไม่ได้ขริบหนังหุ้มปลายออก น้ำกามของดำจะถูกเก็บไว้ภายใต้หนังหุ้มปลาย จากนั้นกล้าก็ไปมีอะไรอีกครั้งกับหญิง ทำให้น้ำกามของดำมีโอกาสส่งผ่านเข้าไปในช่องคลอดของหญิงด้วย...


จากประโยคที่บอกว่า "น้ำกามของดำก็จะติดมากับลึงค์ของกล้าที่สอดใส่เข้าไปในช่องคลอดของแก้ว และถ้ากล้ายังไม่ได้ขริบหนังหุ้มปลายออก น้ำกามของดำจะถูกเก็บไว้ภายใต้หนังหุ้มปลาย"

อสุจิ ถ้าอยู่ภายนอกร่างกาย แล้ว มันก็มีอายุขัยของมันรึป่าวครับ คิดว่าโอกาสน้อยมากหรือแทบจะเป็นไปไมไ่ด้เลยที่จะเกิดสถานการณ์แบบที่บอกมา หรือป่าวคับ??


ที่บอกว่า อสุจิของดำ ถูกเก็บไว้ที่หนังหุ้มปลายของกล้า ตรงนี้ กล้าจะต้องมีแรงฮึด ที่จะไปทำอะไรกับผู้หญิงอีกคนนึง ภายในระยะเวลาไม่เกิน 1ชั่วโมง เพื่อที่จะให้โอกาสอสุจิของดำยังจะมีชีวิตอยู่ และเข้าไปในตัวผู้หญิงคนนั้นและทำให้ผู้หญิงงคนนั้นตั้งครรภ์ได้ ถ้า อสุจิของดำต้้องแข็งแรงมากๆถึงจะทำให้ผู้หญิงคนนั้นตั้งครรภ์ได้






By: yeah October 7, 2009 13:27

Message 18:
RE: Message 14

หากเขียนในนาม "Faculty of Science authority" ผมคิดว่าควรลงชื่อผู้ post ให้ชัดเจนด้วยนะครับ



By: ธีรัช พิริยะปัญญาพร October 7, 2009 13:57

Message 19:



By: July 6, 2010 10:04

Message 20:



By: ka July 6, 2010 10:05

Message 21:
กระทู้นี้กลับมาได้ยังไง แต่ช่างเหอะ กระทู้อื่นร้อนแรงกว่านี้มีเยอะแยะ


อ.โจ้อ.โจ้ (Lv 23)
Grand Poster
Exp: 12182



By: อ.โจ้ July 6, 2010 20:32

Message 22:
เหอๆ


PYPY (Lv 20)
Colorful Agarose
Exp: 3480



By: PY July 6, 2010 22:55

Message 23:



By: September 15, 2010 13:06

Message 24:
เหอะๆ

คิดได้ (คนตั้ง)

ใกล้ตัวดีครับ ชอบๆ


mumkungmumkung (Lv 11)
New Member
Exp: 906



By: mumkung September 15, 2010 13:22

[Back to top...]
Post Reply to this Topic
 
Reply:
PIN: (โปรดพิมพ์เลขหนึ่งสามตัวในช่องว่างนี้)
Name:
Email:
 
 
Special Tags:

Bold = [b]Bold[/b]

Gallus gallus domesticus = [i]Gallus gallus domesticus[/i]

WARNING! = [font color=#FF0000]WARNING![/font]

http://www.sc.mahidol.ac.th/scbi = [url]http://www.sc.mahidol.ac.th/scbi[/url]

scnop@mahidol.ac.th = [email]scnop@mahidol.ac.th[/email]

= //Angry

= //Grin

= //Kidding

= //Laugh

= //Sad

= //Wow

= //Smile

= //Cool

= //Huh

= :-D

Insert picture [img]http://www.somewhere.com/somefile.jpg[/img]

Department of Biology, Faculty of Science, Mahidol University
Rama VI Road, Rachadhavi, Bangkok 10400 Thailand

Tel. (+66) 2201-5250 Fax. (+66) 2354-7161
Webmaster: scnop@mahidol.ac.th