Welcome to...
Department of Biology, Faculty of Science
Mahidol University
Wisdom of the Land

Home
About us
News and Events
Research
Facilities
Publications
Awards
Curriculums
eLearning
Staff
Alumni
Service
Shop
Webboard
Download
Contact us
New Homepage
Home | Faculty of Science | Mahidol University | FAQs | Members | ภาษาไทย

Department of Biology Webboard
Search:
[Reload] [Recent] [Post] [Reply]
มหิดลจับตาไวรัสด้วยกล้องจุลทรรศน์อะตอม

Detail: กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 14 สิงหาคม 2552 06:00

นักวิจัยมหิดลร่วมกับมหาวิทยาลัยในออสเตรีย ศึกษาการใช้งานกล้องจุลทรรศน์นาโน เพื่อประโยชน์ทางชีววิทยาดูการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ไวรัสในยาต้าน

ดร.ธีราพร พันธุ์ธีรานุรักษ์ หน่วยเสริมสร้างศักยภาพทางนาโนศาสตร์และนาโนเทคโนโลยี และภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยร่วมกับสถาบันชีวฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยโยฮันเนส เคปเลอร์แห่งเมืองลินซ์ ประเทศออสเตรีย ศึกษาการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีกล้องจุลทรรศน์แรงอะตอมในงานด้านชีววิทยารวมถึงการออกแบบยาระดับโครงสร้างโมเลกุล

กล้องจุลทรรศน์แรงอะตอม (Atomic Force Microscope : AFM) เป็นเครื่องมือที่ใช้เทคนิคปลายเข็มวัดแรงกระทำระหว่างพื้นผิว โดยปลายเข็มดังกล่าวมีขนาดเล็กเพียง 5-10 นาโนเมตร พัฒนาขึ้นเพื่อใช้ดูคุณสมบัติเชิงวัสดุศาสตร์ วัดการเหนี่ยวนำของอิเล็กตรอนบนพื้นผิวที่มีขนาดเล็กในเชิงฟิสิกส์ รวมถึงประยุกต์ใช้ในการศึกษาด้านชีววิทยา โดยเป็นเทคโนโลยีนาโนกลุ่มเดียวกับที่สร้างตัวอักษรนาโนเป็น พระภรมาภิไทยย่อ ภ.ป.ร. และตัวอักษรภาษาอังกฤษ IBM โดยไอบีเอ็มร่วมกับศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค)

เทคโนโลยีดังกล่าวพัฒนามากว่า 20 ปี ใช้แพร่หลายในงานด้านฟิสิกส์ วัสดุศาสตร์ ขณะที่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านเริ่มประยุกต์ใช้กับงานด้านชีววิทยามากขึ้น เช่น ศึกษาพฤติกรรมและการทำงานของไวรัสขณะเข้าสู่เซลล์ โดยนักวิจัยจะใช้เทคนิคเอเอฟเอ็มในการดูรูปภาพ เช่น ไวรัส โปรตีนและเซลล์ที่ยังมีชีวิต ขณะที่เทคนิคอื่นไม่สามารถใช้งาน เนื่องจากมีข้อจำกัดที่ต้องดูได้ในสภาพสุญญากาศในของเหลวเท่านั้น

"การพัฒนายาจำเป็นต้องเข้าใจพื้นฐานของโมเลกุล โดยอาศัยความรู้พื้นฐานในการวัดประสิทธิภาพ และความสามารถในการยับยั้งการทำงานของไวรัสบนพื้นผิวเซลล์ นักวิจัยจึงเริ่มพัฒนาเทคนิคนี้เพื่อใช้เลี้ยงเซลล์บนพื้นผิวที่มีคุณสมบัติต่างกัน ใช้ดูรูปร่างการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ แบคทีเรีย ขณะนำส่งยาหรือใส่สารเข้าไปได้ตลอดเวลา" นักวิจัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีเอเอฟเอ็มค่อนข้างใหม่สำหรับวงการวิจัยในบ้านเรา จึงยังพัฒนาไม่มาก อีกทั้งเครื่องมือขาดแคลน (ราคา 3-10 ล้านบาท) มีใช้ในวงจำกัดเฉพาะมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่และสถาบันวิจัย ที่ทำงานเฉพาะด้านฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์เท่านั้น ขณะที่ในยุโรปและอเมริกา ประเทศที่เริ่มต้นพัฒนาเทคโนโลยีเอเอฟเอ็ม ตลอดจนศึกษาอย่างแพร่หลาย

ส่วนเอเชียต้องยกให้ญี่ปุ่น ที่ค่อนข้างเข้มแข็ง มีการพัฒนาเทคนิคดังกล่าวใช้ในการศึกษาโครโมโซมในระดับเซลล์ ขณะที่จีนเริ่มมีกลุ่มวิจัยที่ศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง

"ถ้าเข้าใจพื้นฐานของโมเลกุล ก็สามารถพัฒนาให้เข้ากับงานด้านต่างๆ เช่น การแพทย์ การพัฒนาวัคซีน การสร้างแอนติบอดี้ ซึ่งเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้นักวิจัยได้เห็นถึงมุมมองใหม่ รวมถึงพยายามใช้หลายเทคนิคในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น"


By: ข่าวภาค August 15, 2009 09:17

Message 1:



By: June 12, 2012 14:54

[Back to top...]
Post Reply to this Topic
 
Reply:
PIN: (โปรดพิมพ์เลขหนึ่งสามตัวในช่องว่างนี้)
Name:
Email:
 
 
Special Tags:

Bold = [b]Bold[/b]

Gallus gallus domesticus = [i]Gallus gallus domesticus[/i]

WARNING! = [font color=#FF0000]WARNING![/font]

http://www.sc.mahidol.ac.th/scbi = [url]http://www.sc.mahidol.ac.th/scbi[/url]

scnop@mahidol.ac.th = [email]scnop@mahidol.ac.th[/email]

= //Angry

= //Grin

= //Kidding

= //Laugh

= //Sad

= //Wow

= //Smile

= //Cool

= //Huh

= :-D

Insert picture [img]http://www.somewhere.com/somefile.jpg[/img]

Department of Biology, Faculty of Science, Mahidol University
Rama VI Road, Rachadhavi, Bangkok 10400 Thailand

Tel. (+66) 2201-5250 Fax. (+66) 2354-7161
Webmaster: scnop@mahidol.ac.th