Welcome to...
Department of Biology, Faculty of Science
Mahidol University
Wisdom of the Land

Home
About us
News and Events
Research
Facilities
Publications
Awards
Curriculums
eLearning
Staff
Alumni
Service
Shop
Webboard
Download
Contact us
New Homepage
Home | Faculty of Science | Mahidol University | FAQs | Members | ภาษาไทย

Department of Biology Webboard
Search:
[Reload] [Recent] [Post] [Reply]
ประชุมสัมมนาการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์

Detail: เนื่องด้วยปัจจุบันนี้นักศึกษาสายวิทยาศาสตร์จำนวนมากมีผลสัมฤทธิ์การเรียนในวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสนตร์พื้นฐานที่ต่ำ ที่ประชุมคณบดีคณะวิทยาสาสตร์แห่งประเทศไทย เห็นว่าไม่ว่าปัญหาคืออะไร ก็จำเป็นที่จะต้องให้นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจเพียงพอในการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ไปใช้ประโยชน์

จึงจัดสัมมนาระดมความคิดเพื่อทบทวนรูปแบบการรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ในระดับอุดมศึกษา โดยเน้นการเรียนรู้ของผู้เรียน และหวังผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่ดีขึ้น

การสัมมนาจัดระหว่างวันที่ 25-26 พฤษภาคม 2552 ณ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยจะมีผู้เข้าร่วมประชุมรวม 160 คนจากทั่วประเทศ

โดยอ.ระพี และอ.ณัฐพล ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนสาขาชีววิทยา จากคณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล

ในการประชุมกลุ่มย่อยจะมีหัวข้อดังนี้

เด็กเรียนอ่อน สอบตกเป็นจำนวนมาก -- เป้าหมายของการเสวนาคือทำอย่างไร เมื่อรับเข้าศึกษาแล้ว จะทำให้นักศึกษามีความรู้ เรียนดีขึ้น สอบผ่านมากขึ้น

แนวทางการปรับปรุง -- ต้องปรับปรุงผู้สอบ สื่อการสอน วิธีการสอน หรือปรับผู้เรียน วิธีการเรียน ฯลฯ

อาจมีกิจกรรมแต่ละสาขา ในการปรับสื่อการสอน เอกสารประกอบกาสอน ปรับเพิ่มลดเนื้อหา

กิจกรรมเสริมเช่น กิจกรรมเสริม ปรับพื้นฐาน ปรับรูปแบบการเรียนการสอน มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การปรับทัศนคติผู้เรียน ปรับระบบประเมินผล เช่นมีวัดผลก่อนและหลัง ประเมินผลการดำเนินงาน ให้มีมาตรฐานเดียวกันทุกมหาวิทยาลัย

ความคาดหวังจากการประชุม -- การมีรูปแบบการสอน บริหารจัดการที่เหมาะสม ปฏิบัติได้จริง แล้วนักศึกษามีผลการเรียนดีขึ้น

ในการนี้ หากนักศึกษา หรือท่านใดมีข้อคิดเห็น เสนอแนะเกี่ยวกับการพัฒนาการเรียนการสอน สามารถโพสต์ไว้ในกระทู้นี้เพื่อให้ผมกับอ.ระพีนำไปเข้าที่ประชุมครับ

By: อ.โจ้ May 20, 2009 08:40

Message 1:
เน้นการปฏิบัติจริง
เข้าถึง นศ.ครับ

By: PY May 20, 2009 15:56

Message 2:
วิชาปฏิบัติการเช่น SCBI102 ตอบ msg 1 ได้ แต่มีมานานแล้วก็ยังไม่อาจแก้ปัญหาได้

By: อ.โจ้ May 20, 2009 16:43

Message 3:
รายงานจากการประชุมวันแรก


การประชุมสัมมนาภายใต้การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนรายวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์พื้นฐานในระดับอุดมศึกษา วันที่ 25 พฤษภาคม 2552 ณ ห้อง 308 อาคารมหามกุฎ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อการประชุมยาวมาก และถ้าคณะวิทย์มหิดล เสนอเป็นเจ้าภาพ ผมก็คงไม่ต้องไปถึงจุฬาฯ -_-


การบรรยายพิเศษเรื่อง "อาจารย์ควรปรับกระบวนการเรียนการสอนอย่างไรสำหรับนิสิตนักศึกษาที่มีพื้นฐานวิทยาศาสตร์อ่อน" โดยผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรม และพัฒนาการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล


การเสวนากลุ่มย่อย แบ่งตามสาขาวิชาเคมี ชีวะ ฟิสิกส์ และคณิตศาสตร์ โดยในภาพเป็นภาพจากกลุ่มย่อยชีววิทยา ...พบว่าเป็นอาจารย์หญิง 20 ท่านต่ออาจารย์ชาย 12 ท่าน...

พรุ่งนี้มีประชุมและนำเสนอผลการประชุมกลุ่มย่อย

By: อ.โจ้ May 25, 2009 22:07

Message 4:
ผมว่า...ไม่ค่อยอยากเน้นให้ "ผู้เรียนสอบผ่านมากขึ้น" เลยครับ

อาจดูโหดร้าย แต่ถ้าผู้เรียนไม่ผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้จริงๆ แล้วสุดท้ายสถาบันการศึกษาต้องลดเกณฑ์ของตัวเองลง หรือปล่อยผ่าน เพื่อให้ผู้เรียนผ่านมากขึ้น
นั่นจะเป็นการทำร้ายผู้เรียน และสถาบันการศึกษาโดยตรงเลยครับ

ป.ล. เพิ่งเห็นกระทู้นี้ง่ะ พลาดไปได้ไงเนี่ยเรา - -"

By: Halley May 25, 2009 22:30

Message 5:
พื้นฐานอ่อนก็แปลว่า
มาจากโรงเรียนที่ไม่เข้ม

โรงเรียนไม่เข้มก็อาจมาจากครู
หรือเป็นที่ตัวนักเรียนไม่ขวนขวาย
หรือนักเรียนกวดวิชามากไป
ไม่ได้หลักการที่แท้จริง

ปล.1 ควรส่งเสริมให้ปี 1 เรียนวิชาทั่วไป
เยอะมากขึ้น เพื่อปรับพื้นฐานและหาตัวเอง

ปล.2 ปรับคะแนน O-ANET วิชาวิทย์-คณิตให้สูงขึ้น
รับรองว่ามาเรียนแล้วไม่ค่อยมีปัญหา

ปล.3 ทั้งหมดที่กล่าวข้างต้นเป็นความคิดเห็นส่วนตัว

ปล. ของ ปล. ไม่เห็นด้วยครับ เรื่องลดมาตรฐานคะแนนของคณะ เช่น ให้เด็กผ่านทั้งๆ ที่ไม่สมควร

By: PY May 25, 2009 23:35

Message 6:
ใช่ครับ เหมือน natural selection ถ้ามี selection force ไม่มากพอ fitness ของเด็กตั้งใจเรียนก็จะไม่แตกต่างครับ ส่วนเรื่องมาตราฐานเดียวกันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ มัแต่ตกลงไปเท่ากัน

By: ศิษย์ดาร์วิน May 26, 2009 10:11

Message 7:
แก้ Message 5 ครับ
สมัยนี้ไม่มี A-Net แล้ว มีแต่ GAT-PAT ครับ

By: May 26, 2009 03:09

Message 8:
การประชุมวันที่สองจบลงไปแล้วครับ เดี๋ยวมาอัพเดทให้เท่าที่ทราบแล้วกัน

By: อ.โจ้ May 26, 2009 21:13

Message 9:
ภาพจากการประชุมวันที่สอง


การประชุมกลุ่มย่อยสาขาคณิตศาสตร์ต่อจากวันแรก มีอ.บริบูรณ์หัวหน้าภาควิชาคณิตศาสตร์ ม.มหิดลเป็นประธาน


การนำเสนอผลการประชุมกลุ่มย่อยจากสาขาชีววิทยา โดยอาจารย์จากม.ขอนแก่น

By: อ.โจ้ May 26, 2009 21:59

Message 10:
สรุปจากที่ประชุมกลุ่มย่อยสาขาชีววิทยา มีสมาชิกกลุ่มเป็นอาจารย์ทั้งใหม่และเก่าจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่สอนชีววิทยาพื้นฐานให้กับนักศึกษาทั้งที่เป็นนักศึกษาสายวิทยาศาสตร์ (ชีวภาพ+กายภาพ) และนักศึกษาที่ไม่ใช่สายวิทยาศาสตร์

โดยกลุ่มย่อยสรุปหัวข้อใหญ่ดังนี้
- สิ่งที่เกี่ยวกับผู้เรียน
- สิ่งที่เกี่ยวกับผู้สอน
- สิ่งที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการ
- สิ่งที่เกี่ยวกับการประเมินผล
- คุณธรรมจริยธรรม

ทั้งนี้อยู่บนเป้าหมายว่าทำอย่างไรจะทำให้เด็กที่เรียนอ่อนรู้เรื่องมากขึ้น และสอบผ่านมากขึ้น (ซึ่งเป็นโจทย์จากที่ประชุมคณบดีคณะวิทยาศาสตร์)

=============================
สิ่งที่เกี่ยวกับผู้เรียน
=============================
ที่ประชุมคิดว่าควรวัดพื้นฐานของผู้เรียนโดยการทำ pretest หาจุดอ่อนจุดแข็ง จัดสอนปรับพื้นฐานก่อนเปิดเรียน (ซึ่งคงจะสายไปแล้ว) หรือมีการติวพื้นฐานระหว่างเรียน

นักเรียนเรียนอ่อนเพราะขาดความสนใจ -- ที่ประชุมเสนอให้ผู้สอนเน้นการเชื่อมโยง สิ่งใกล้ตัว สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน สิ่งที่ทันสมัย สิ่งที่มีผลกระทบต่อตัวผู้เรียนเป็นตัวอย่าง เพื่อดึงดูดความสนใจ ปรับทัศนคติเจตคติต่อวิชา

นักเรียนเรียนอ่อนมักไม่เข้าเรียนตั้งแต่ต้น -- มีการเสนอให้กระตุ้นการเข้าเรียน ทั้งไม้แข็งไม่อ่อน เช่นการเช็คชื่อ การสอบย่อย การทำงานกลุ่ม

นักเรียนเรียนอ่อนมีปัญหาด้านภาษา -- โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ที่เป็นศัพท์เฉพาะทางชีววิทยา บ้างก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงในการหาคำแปล ที่ประชุมเสนอให้สอนรากศัพท์ ที่มาของคำ กิจกรรมเช่นเกมส์ หรือต้องหาตำราภาษาไทยให้อ่าน

=============================
สิ่งที่เกี่ยวกับผู้สอน
=============================

ผู้สอนมากไปละเอียดไป -- เสนอให้ผู้สอนไปคิดแผนการสอนมาใหม่ โดยดูว่าอะไรที่นักศึกษา "ต้องรู้" อะไรที่ "ควรรู้" และอะไรที่ "น่ารู้" โดยการสอนนักเรียนอ่อนอาจต้องเน้นให้ต้องรู้ให้ได้เป็นอย่างน้อย ทำให้เกิดการเรียนรู้เน้น KSA - Knowledge, Skill, and Attitude

จำนวนผู้สอน -- ธรรมชาติของวิชาทำให้ใช้ผู้สอนมาก เด็กต้องปรับตัวบ่อย ลดจำนวนผู้สอนได้หรือไม่ แต่อาจเป็นดาบสองคมในการลดคุณภาพการสอนเนื่องจากขาดความเชี่ยวชาญ

อาจารย์พี่เลี้ยง -- อาจารย์ที่สอนเก่ง และมีประสบการณ์มาก ช่วยฝึกสอนแนะนำอาจารย์รุ่นใหม่ได้ ในขณะที่อาจารย์รุ่นใหม่จะนำความตื่นเต้นความทันสมัยมาสู่ชั้นเรียน

การแบ่งเวลาในการสอน -- คาบเรียน 3 ชั่วโมงยาวนานไป นักเรียนเสียสมาธิไปหลายรอบ การแบ่งเป็น 2+1 อาจทำให้คาบที่เป็น 1 ชั่วโมงไม่ได้อะไรมากนัก บางมหาลัยใช้ 1.5 x 2 คาบ ในการเรียนการสอน รวมถึงการแบ่งเวลาในการสอน ไม่ควรสอนจนอัดแน่นเต็ม(หรือล้น)จากเวลาทั้งหมด มีเวลาว่างนิดๆช่วงก่อนเริ่มสอนและหลังสอน

=============================
สิ่งที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการ
=============================
จำนวนอาจารย์ -- ลดเลคเชอร์ได้ แต่เพิ่มอาจารย์ในแล็บเพราะเป็นเวลาที่จำนวนนักศึกษาต่ออาจารย์น้อยกว่าในห้องเลคเชอร์

จัดระบบพี่สอนน้อง หรือระบบติวเตอร์ ทั้งนี้ต้องมั่นใจว่าพี่สอนน้องถูกต้อง ทั้งนี้เสนอให้มีการ training the trainer ประกอบด้วย

จัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย ส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตัวเอง เช่นห้องคอมพิวเตอร์ ห้องสมุดหนังสือ และสื่ออื่นๆ มีหอพรรณไม้ พิพิธภัณฑ์

=============================
สิ่งที่เกี่ยวกับการประเมินผล
=============================

อบรมการประเมินผล การออกข้อสอบ ให้กับอาจารย์เพื่อที่จะได้ออกข้อสอบและประเมินผลการเรียนนักศึกษาได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

มีการประเมินข้อสอบ เพื่อให้แยกแยะนักศึกษาได้ เพื่อให้วัดความจำ ความเข้าใจ การนำไปใช้ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ และการประเมินค่าได้

เสนอให้มีการประเมินผลที่หลากหลาย และทำเป็นระยะ หรือประเมินตามสภาพจริง เช่นดูทักษะในการทำแล็บระหว่างที่กำลังทำแล็บอยู่ในห้องเรียน มีการนำผลการประเมินมาใช้ปรับปรุงการเรียนการสอน หรือเสนอแนะสำหรับปีต่อไป

ไม่ควรยกเลิกวิชาปฏิบัติการ เพราะคิดว่ามีความสำคัญ ทำให้นักศึกษาได้เห็นจริง ทำจริง เวลาสอบไม่ควรเป็นการสอบแล็บด้วยข้อสอบแบบเปเปอร์ ควรเป็นแบบแล็บกริ๊ง ที่ใช้ตัวอย่างจริงในการสอบ และทั้งนี้นักศึกษาหลายคนเห็นตรงกันว่าการสอบแล็บกริ๊งเป็นเครื่องหมายการค้าของคณะวิทยาศาสตร์

จัดให้มีชั่วโมงการเรียนรู้ด้วยตัวเอง เช่นวิชา 3 หน่วยกิต มี 45 ชั่วโมง ควรเขียนระบุให้ชัดเจนว่ามีชั่วโมงศึกษาด้วยตัวเองให้นักศึกษาเห็น ทั้งนี้ต้องสอนนักศึกษาเกี่ยวกับรูปแบบและความสำคัญของการศึกษาด้วยตัวเอง เพราะความรู้ที่ได้จากการศึกษาด้วยตัวเอง จะติดตัวไปดีกว่าการฟังจากเลคเชอร์อย่างเดียว

ส่งเสริมการวิจัยในห้องเรียนด้านการเรียนการสอน มีเวทีให้อาจารย์มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์กัน มีการประชุมวิชาการ ประชุมปรับรูปแบบการเรียนการสอนอย่างสม่ำเสมอ

หลักสูตร -- เนื่องจากมีกรอบมาตรฐานว่านักศึกษาที่จบวิทยาศาสตร์ในสาขาต่างต้องทราบอะไรบ้าง จึงเสนอว่าจะไม่มีการลดหัวข้อ แต่อาจลดรายละเอียดลงสำหรับกลุ่มที่เรียนอ่อน (ถ้าเรียนรวมกันไม่แยกกลุ่มอาจทำให้บริหารจัดการยาก)

=============================
คุณธรรมจริยธรรม
=============================
ควรสอดแทรกเรื่องจริยธรรมคุณธรรมระหว่างการสอน อบรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรมระหว่างอาจารย์

อาจารย์ควรเป็นตัวอย่างที่ดีก่อน

สำหรับนักศึกษาวิทยาสาสตร์ ควรทราบเรื่องจรรยาบรรณนักวิทยาศาสตร์ เช่นการอ้างอิง การลอกงานทั้งตัวเองและคนอื่นที่ผิด

============================
นอกจากนี้มีการเสนอการสร้างเครือข่ายผู้สอนสาขาต่างๆ เช่นการทำเว็บไซต์ มีเว็บบอร์ดแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็น

เสนอให้ส่งเสริมให้มีตำแหน่งวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอน

ที่ประชุมใหญ่ให้แต่ละแห่งทดลองดำเนินการได้เลย และอีกประมาณสองสัปดาห์มาดูผลที่เกิดขึ้นกัน ก่อนรวบรวมเสนอให้กับที่ประชุมคณบดีในโอกาสที่คณะวิทยาศาสตร์มหิดลจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุม

By: อ.โจ้ May 27, 2009 07:16

Message 11:
ใครมีความเห็นอะไรเพิ่มเติมเชิญโพสต์ได้เลย ผมยังไม่แน่ใจว่าจะต้องไปประชุมรอบติดตามผลหรือไม่ แต่จะส่งต่อให้ครับ

By: อ.โจ้ May 27, 2009 07:20

Message 12:
อยากให้อาจารย์เข้มงวดในเรื่องกฎระเบียบครับ เช่นเรื่องการแต่งตัว การคุยกันในห้องเรียน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเข้าห้องเรียนให้ตรงต่อเวลา

อย่างอ.เอเชีย พอเข้าคลาส (ปี 1) ครั้งแรก ก็จะมีกฎ กติกา มารยาทในการเรียน โชว์ขึ้นสไลด์ แล้วก็จะบอกว่า ครั้งต่อไป แปดโมงสี่สิบห้าจะล็อกห้อง แล้วเปิดให้เข้าทุกๆ 15 นาที หรือเขียนแปะไว้หน้าห้องว่า รอบต่อไป จะเปิดประตูห้องที่เวลากี่โมง

ผมชอบแบบนี้ครับ เพราะคนในห้องส่วนหนึ่ง ตั้งใจเรียน และมาแต่เช้า แต่เสียสมาธิไปเพราะเพื่อนๆ ที่ตื่นสายเดินเข้ามาเป็นระยะๆ แล้วยังไม่รีบหาที่นั่งอีก

ส่วนเรื่องของการคุยในห้อง
ถ้าอาจารย์รู้สึกว่าเริ่มคุยดังขึ้น ก็อาจจะหยุดสอนครับ แล้วยืนอยู่เฉยๆ/กลับไปนั่งที่ รอจนนักเรียนหยุดคุยแล้วสอนต่อ ก่อนกลับไปสอนต่อก็บอกสักเล็กน้อยว่าการคุยกันในห้องเรียนของนักเรียน ส่งผลอย่างไรบ้างต่อการเรียนรู้ของเพื่อน และประสิทธิภาพการสอนของอาจารย์

เรื่องของ Self-study
ถ้าจะจัดให้มีขึ้นจริงๆ ก็คงต้องย้ำให้ชัดๆ ว่า ช่วงเวลา "Self-study" กับ "เวลาว่าง" ต่างกัน ไม่งั้นก็จะเอาเวลาไปทำอย่างอื่นกัน
อ้อ นึกออกแล้วครับ ผมไม่รู้ว่าคณะอื่นๆ หรือม.อื่นๆ มีมั้ย แต่ฝ่ายทำงานชั้นปี 1 จะมี "ฝ่ายวิชาการ" ด้วย ถ้ามี Self-study จริงก็น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่ให้ฝ่ายวิชาการได้ติวเพื่อนๆ
หรือถ้าไม่งั้น ลองจัด Question and Answer มั้ยครับ? ส่วนตัวผมแล้วชอบ Q&A มากเลย แม้จะไม่ค่อยได้ถามเท่าไหร่ แต่ก็รู้สึกว่าได้ "คุย" กับอาจารย์ผู้สอนมากขึ้น
แต่การจะมี Q&A ให้ได้ประสิทธิภาพ นักศึกษาต้องกลับไปทวนอีกรอบ
ซึ่ง...ผมว่าจะทำได้ยากสักหน่อยในระดับป.ตรี โดยเฉพาะปี 1 เพราะออกจากห้องเรียนไป ก็มีแต่กิจกรรมรอให้ทำ (หรือบังคับให้ทำ) เต็มเวลา

เรื่องของ TA (พี่สอนน้อง)
ถ้ามีจริงก็ขอสมัครด้วยคนครับ แหะๆ :p

พัฒนาภาษา
เห็นด้วยเรื่องสอนให้ลึกถึงรากศัพท์อย่างยิ่งครับ และถ้าพูดถึงการผันคำไปทำหน้าที่อื่นๆ ด้วยจะดีมาก เช่น Phagocytosis ก็มาจาก phago แปลว่ากิน cytosis หมายถึงเซลล์ Phagocytosis เป็นคำนาม หมายถึง ...(ละไว้ในฐานที่เข้าใจ) ส่วน Phagocytose เป็นคำกริยา หรือในกรณีของชื่อไฟลัม ชื่อของ Taxon ต่างๆ ก็อยากให้เน้นในทำนองว่า Cnidaria เป็นชื่อของไฟลัม Cnidarian เป็นกลุ่มของสัตว์ที่อยู่ในไฟลัม Cnidaria ครับ จะช่วยได้มากในกรณีของเด็กอ่อนภาษาที่เริ่มต้นอ่านตำราภาษาอังกฤษ

หนังสือชีววิทยาภาษาไทย ที่ผมชอบมากๆ (แต่ก็เก่ามากๆ) คือของอาจารย์เชาวน์-พรรณี ชิโนรักษ์ (สะกดผิดขออภัยนะครับ) เพราะให้รากศัพท์มาเกือบทุกคำจริงๆ แถมบอกด้วยว่ามาจากรากละติน หรือรากกรีก
สำหรับหนังสือ ชีววิทยา ของภาคเรา อยากให้เพิ่มรากศัพท์ไปที่ท้ายศัพท์ทุกคำ (โดยอ้างอิงจากของอาจารย์เชาวน์-พรรณี หรือเปิดจาก American Heritage Dictionary) และท้ายเล่มก็มีตาราง prefix suffix สำหรับศัพท์ชีววิทยา
ถ้าทำได้ ก็จะเป็นหนังสือชีววิทยาพื้นฐานที่ดีที่สุดในประเทศไทย :D

เรื่องตำราอ้างอิง ผมอยากให้อาจารย์แนะนำ Key references ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย อย่างละสองเล่ม (ที่สำหรับใช้ทั้งคอร์สนะครับ) ให้นักศึกษาได้รู้จัก และถ้าอาจารย์ท่านใดใช้ตำรานอกเหนือจากนั้น (เช่นอาจารย์ระพีใช้ Gilbert, Developmental Biology สอนเรื่อง Development) ก็อยากให้บอกด้วย ส่วนนักศึกษาจะเลือกอ่านเล่มไหน ภาษาไหน ก็อยากให้เป็นดุลยพินิจของแต่ละคนเองครับ

เห้อ พิมพ์ซะยาว - -"
ได้ข่าวมีสอบ GRID612 พรุ่งนี้
ขอตัวละครับ แว้บบบ!

By: Halley May 27, 2009 09:20

Message 13:
อ้อ คำว่า "แนะนำ" ไม่ใช่แค่โชว์ขึ้นสไลด์แล้วบอกว่า "ครูใช้เล่มนี้สอน"
แต่อยากให้ทำเหมือนกับ "แนะนำ" จริงๆ น่ะครับ คือเอาของจริงมาให้ดูในคาบแรก แล้วก็บอกว่าหนังสือแต่ละเล่ม มีการจัดเรียงเนื้อหาต่างกันอย่างไร คนประเำภทไหนน่าจะชอบ ความรู้สึกส่วนตัวเวลาอ่านตำราเล่มนี้ รู้สึกชอบ ไม่ชอบ อย่างไร

ครับ :)

By: Halley May 27, 2009 09:25

Message 14:
ไม่เห็นด้วยกับการลดมาตรฐานนะครับ เพราะท้ายที่สุดคนที่บาดเจ็บคือเด็ก ถ้าอยากให้ผ่านก็น่าจะสั่งทำงานที่เกี่ยวกับเนื้อหาบทเรียนอย่างเช่นให้เขียนรายงานส่ง หรือสั่งให้ไปค้นคว้าเพิ่มเติมจากตำราภาษาอังกฤษเป็นคะแนนช่วยจริงๆ สำหรับคนเรียนอ่อนมากกว่า และที่อยากให้มีมากๆคือเรียนแล้วได้นำไปใช้จริง อย่างวิชาสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังปีที่ผ่านมาไม่ได้ออกไปไหนเลย อยากให้หลายๆ วิชาเช่น สัตว์ไม่มี/มีกระดูกสันหลัง วิทยาศาสตร์ศาสตร์สิ่งแวดลอ้มมีออกพื้นที่จริงอ่ะครับ ยิ่งออกบ่อยมากเด็กยิ่งมีประสิทธิ์ภาพ และถ้าปีนี้มีไปอย่าลืมพาปี 3 ไปด้วยนะครับ

By: ไม่บอก May 27, 2009 09:34

Message 15:
เห็นด้วยกับน้อง msg 14 นะครับ
อต่น้องต้องเข้าใจนิดนึงว่า คณะเราเข้มงวดเรื่องพา นศ.ออกนอกสถานที่
และไหนจะเรื่องงบประมาณอีก
หรือเรื่องจำนวน อ. ที่จะมาสอนพวกเราก็มีน้อย อย่างวิชา Vertebrate ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญที่มาจากมหาวิทยาลัยอื่นหรือมาจากหน่วยงานอนุรักษ์ต่างๆ
ดังนั้นจึงเป็นการยากที่ นศ.จะได้ไปเห็นจริงๆ อย่างพี่เคยไปเรียน SCBI 305 ที่ภูเก็ต ก็จะเห็นพวก invertebrate ตัวเป็นๆและมีอวัยวะครบสมบูรณ์เยอะมาก ซึ่งก็น่าเสียดายที่เพื่อนๆที่ไม่ได้ไปก็ไม่มีโอกาสได้เห็น

By: PY May 27, 2009 13:41

Message 16:
นักศึกษาที่มีโอกาสไปเรียน SCBI305 สามารถกลับมาถ่ายทอดประสบการณ์ให้เพื่อนๆได้เช่นกันครับ

ผมเคยขอให้นักศึกษาที่ไปเขียนเล่าประสบการณ์มาให้เพื่อนำมาขึ้นเว็บ แต่ก็ยังไม่เคยได้ซะที ถ้ามีใครทำได้ ผมสนับสนุนด้วย

By: อ.โจ้ May 27, 2009 13:49

Message 17:
เข้ามาอ่านความเห็นสุดท้าย แล้วเดินจากไปอย่างเงียบๆ...
- -"

By: Halley May 27, 2009 15:43

[Back to top...]
Post Reply to this Topic
 
Reply:
PIN: (โปรดพิมพ์เลขหนึ่งสามตัวในช่องว่างนี้)
Name:
Email:
 
 
Special Tags:

Bold = [b]Bold[/b]

Gallus gallus domesticus = [i]Gallus gallus domesticus[/i]

WARNING! = [font color=#FF0000]WARNING![/font]

http://www.sc.mahidol.ac.th/scbi = [url]http://www.sc.mahidol.ac.th/scbi[/url]

scnop@mahidol.ac.th = [email]scnop@mahidol.ac.th[/email]

= //Angry

= //Grin

= //Kidding

= //Laugh

= //Sad

= //Wow

= //Smile

= //Cool

= //Huh

= :-D

Insert picture [img]http://www.somewhere.com/somefile.jpg[/img]

Department of Biology, Faculty of Science, Mahidol University
Rama VI Road, Rachadhavi, Bangkok 10400 Thailand

Tel. (+66) 2201-5250 Fax. (+66) 2354-7161
Webmaster: scnop@mahidol.ac.th