 |
|
| |
| |
| สรุปบทเรียน > > |
| วันที่ี : 21 มิถุนายน 2550 |
| หัวข้อ : กฎหมายทั่วไป
และกฎหมายควรรู้สำหรับนักบริหาร |
วิทยากร : ศ.แสวง บุญเฉลิมวิภาส คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
|
|
| |
| |
| สรุปเนื้อหาที่สำคัญบางประเด็น : |
| กฎหมายและข้อควรระวังของผู้ประกอบการวิชาชีพแพทย์ พยาบาล |
| กฎหมายและลำดับขั้นของกฎหมาย |
ๅใ
| 1. กฎหมายรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายสูงสุด ปัจจุบันใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 |
| 2. พระราชบัญญัติ 3. พระราชกำหนด |
| 4. พระราชกฤษฎีกา |
| 5. กฎกระทรวง |
| 6. ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง |
| กฎหมายที่อยู่ในลำดับล่าง จะไปขัดหรือแย้งกับกฎหมายที่อยู่ในลำดับต้นไม่ได้ |
| พระราชบัญญัติ เป็นกฎหมายที่ออกโดยฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งมีรัฐสภาทำหน้าที่ออกกฎหมายนี้ โดยมีผู้เสนอร่าง พ.ร.บ. คือ คณะรัฐมนตรี |
| และ ส.ส. (โดยเสนอผ่านพรรคการเมืองที่สมาชิกนั้นสังกัด) |
| พระราชกำหนด เป็นกฎหมายที่ออกโดยฝ่ายบริหาร โดยมีเหตุผลพิเศษ 2 กรณี คือ 1) ในกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วน ในอันที่จะรักษาความ |
| ปลอดภัยของประเทศ หรือความปลอดภัยสาธารณะ หรือความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ |
| 2) ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องมีกฎหมายเกี่ยวด้วยภาษีอากรหรือเงินตรา ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน |
| พระราชกำหนดมีผลบังคับเพียงชั่วคราวเฉพาะเรื่องเท่านั้น ค.ร.ม.ต้องเสนอขอนุมัติต่อรัฐสภา ถ้ารัฐสภาอนุมัติ พระราชกำหนดนั้นจะมีผลบังคับเป็น พ.ร.บ. |
| ต่อไป ถ้าไม่อนุมัติ พระราชกำหนดนั้นจะตกไป |
| กฎหมายลำดับรอง ได้แก่ พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาสและคำสั่งต่างๆ |
| ตัวอย่าง : มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งขึ้นโดย พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยมหิดล หากต้องการเปิดคณะวิชาใหม่ ไม่ต้องไปแก้ พ.ร.บ. ให้ใช้อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ. |
| ตราพระราชกฤษฎีกา ขึ้นมาเฉพาะเรื่องนั้นๆ |
| กฎกระทรวง ใช้ในกรณีที่ต้องการเพิ่มเติมรายละเอียด หรือเกิดเหตุที่นึกไม่ถึง ภายหลังจากที่ออก พ.ร.บ. ไปแล้ว |
| ทำได้โดยประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วนำเสนอเข้า ค.ร.ม. โดยไม่ต้องเข้าสภา |
| ส่วนระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศและคำสั่งต่างๆ เป็นเรื่องของหน่วยงาน (แต่ต้องดูกฎหมายแม่บทก่อน ว่าให้อำนาจอะไรไว้บ้าง มิฉะนั้น |
| จะถูกฟ้องศาลปกครอง |
| |
| ความรับผิดทางแพ่ง |
| การฟ้องคดีทางแพ่ง เป็นการเรียกค่าเสียหายเนื่องจาก "การผิดสัญญา" หรือมีการ "ทำละเมิด" (โดยไม่ได้เกิดจากสัญญา) เช่น จงใจ หรือประมาทเลินเล่อ |
| ข้อตกลงตามสัญญา ต้องไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี |
| พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 |
| บทบัญญัติในมาตรา 425 "นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้าง ในผลแห่งละเมิดซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้่างนั้น" |
| บัญญัติขึ้น เพื่อคุ้มครองบุคคลภายนอกที่ถูกทำละเมิด โดยให้สามารถเรียกค่าเสียหายได้ และให้นายจ้างจ่ายค่าเสียหายไปก่อน ส่วนจะไปหักเงินเดือน |
| ทีหลังเป็นเรื่องของนายจ้างกับลูกจ้าง |
| |
| พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 5 : ผู้เสียหายอาจฟ้องหน่วยงานของรัฐได้โดยตรง แต่ฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้ |
| มาตรา 6 : ถ้ามิใช่การกระทำในการปฏิิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดในการนั้นเป็นการเฉพาะตัว |
| มาตรา 8 : หน่วยงานของรัฐมีสิทธิเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวแก่หน่วยงานของรัฐได้ ถ้ากระทำการด้วยความจงใจ |
| หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง (ต้องให้ศาลพิจารณาตัดสิน) |
| สิ่งที่อยู่เหนือกฎหมาย คือ "มนุษยธรรม" อย่าใช้กฎหมายเพื่อเอาเปรียบคน และบางครั้งต้องไม่ใช้กฎหมาย ! |
| |
|