• หน้าแรก
 • เกี่ยวกับเรา
 • เว็บบอร์ด
 • พื้นที่โฆษณา
 • ติดต่อเรา
 
 • ฉบับปัจจุบัน
 • ฉบับย้อนหลัง
 
 
• Scenes From a Memory : ดนตรีที่เปลี่ยนโลก
"อัลบั้มที่ทำให้โลกเปลี่ยน คนเปลี่ยน ทิศทางดนตรีเปลี่ยนอย่างสิ้นเชิง..."
 


 
 
สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน

ขอสารภาพกันก่อนเลยครับ ว่า “ไม่เคย” เขียนคอลัมน์มาก่อน ดังนั้นการเขียนครั้งนี้ อาจจะเรียกได้ว่า “เปิดบริสุทธิ์” ก็พอได้ อาจจะได้พบสำนวนแปร่งๆ ประหลาดๆ ก็มองๆข้ามไปแล้วกันครับ (ฮ่าๆ)

จริงๆ ผมเองก็ตั้งใจว่า ถ้าจะเขียนคอลัมน์ ก็ไม่อยากจะเขียนเฉพาะแค่ดนตรี ก็เลยคิดว่า “เอาวะ เขียนเรื่องอะไรก็ได้ ที่เราไปเห็น ไปพบ แล้วเก็บความประทับใจมาเล่าดีกว่า” คอลัมน์ “Scenes From a Memory” จึงได้ถืออยู่ในสายตาของท่านผู้อ่านขึ้นมาได้

ทำความรู้จักกันมาพอละ ล้อมวงเข้ามา มาอ่านเรื่องแรกประเดิมคอลัมน์กันดีกว่า

“๒๔ กันยายน” สำหรับชาวมหิดลมีความหมายอย่างไรครับ?
แน่นอน สำหรับชาวมหิดล มันก็คือ “วันมหิดล” นั่นเอง
แต่วันนี้เมื่อ ๑๘ ปีก่อนมันมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นครับ
...มันเป็นวันที่อัลบั้มหนึ่งจุติมาบนโลก สิ่งที่น่าพูดถึงของมันก็ไม่มีอะไรมาก
ก็แค่...อัลบั้มที่ทำให้โลกเปลี่ยน คนเปลี่ยน ทิศทางดนตรีเปลี่ยนอย่างสิ้นเชิง...
อัลบั้มที่พูดได้ว่าทำให้คนๆหนึ่งกลายเป็นไอคอนของดนตรียุค ๙๐ ตอนต้น...
อัลบั้มที่สามารถอาจจะบอกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมที่น่าเศร้าบทหนึ่งของวงการดนตรี...
ที่ผมพูดถึง คือ อัลบั้ม Nevermind ของ Nirvana นั่นเอง

อัลบั้มนี้เป็นผลงานชุดที่ ๒ ของวง แต่เป็นอัลบั้มชิ้นแรกที่ออกกับค่ายเมเจอร์ สิ่งที่ทำให้ทุกคนหันมามองอัลบั้มนี้ก็เพราะซิงเกิ้ลแรกของพวกเขาที่ได้ออกอากาศทาง MTV

Smell Like Teen Spirit ซิงเกิ้ลแรกของพวกเขาทำให้อัลบั้มนี้ถูกจับตามอง หลายคนอาจจะพูดว่าที่มันดังก็เพราะการผลักดันของ MTV ด้วย จริงๆก็ส่วนหนึ่ง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่ในเพลงนี้มันคือ “ความบ้าแบบจริงใจ” ของพวกเขา

หลังจากการออกอากาศของ “Teen Spirits” ทำให้ซิงเกิ้ลเพลงนี้เสมือนเป็น “ตา” ของพายุที่ชื่อว่า Nevermind และทำให้อัลบั้มนี้เป็นหนึ่งในไอคอนแห่งยุคสมัย สิ่งที่น่าจดจำหรับอัลบั้มนี้ คนที่รู้ดีและตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุดก็คือ “ไมเคิล แจ๊คสัน”

ทำไมถึงเป็น “แจ็คสัน” ต้องบอกว่าในช่วงที่อัลบั้มนี้ออกมา เป็นช่วงที่ต้องบอกว่า “โลกทั้งใบ” ให้แจ็คสันคนเดียวจริงๆ เพราะจากความสำเร็จของอัลบั้ม Thriller (อัลบั้มที่ขายดีที่สุดตลอดกาล มียอดขายตกอยู่ที่ ๖๐-๖๕ ล้านชุดทั่วโลก ๗ เพลงใน ๙ ของอัลบั้มนี้ออกขายเป็นซิงเกิ้ล) มาสู่ Bad และมาถึง Dangerous แจ็คสันกำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์มจริงๆ

อัลบั้ม Dangerous ของเขาวางแผงเมื่อ ๒๖ พฤศจิกายน ๑๙๙๑ และ
สามารถเข้าชาร์ทอันดับ ๑ ได้ในสัปดาห์แรกที่แผง หลายคนคาดว่า หากไม่นับ “Thriller” แล้วอัลบั้ม Dangerous ของแจ็คสันจะประสบความสำเร็จมากที่สุดทั้งจากยอดขายต่างๆ และเสียงชื่นชมต่างๆ

แต่สิ่งที่แฟนเพลงและนักวิจารณ์ไม่ได้คาดคิดคือ การปรากฏตัวของ Nevermind การปรากฏตัวของวงทรีโอที่แต่งตัวโทรมๆ ดูแล้วเหมือนจะไม่มีอะไร แต่มันก็กลายเป็นที่จดจำของคนทั้งโลก ทั้งความดิบ ความบ้า และความระห่ำของเพลงในอัลบั้ม

ในที่สุด อัลบั้มชุดนี้ของ Nirvana ก็สามารถโค่น Dangerous ลงจากบัลลังค์ราชาได้ในเดือนมกราคม ๑๙๙๒ (ซึ่งหลังจาก Dangerous แล้ว อาจจะพูดได้ว่า ผลงานในช่วงหลังของแจ็คสันไม่อาจกลับไปสู่ช่วงท็อปฟอร์มเหมือนเดิมได้อีกเลย) ทำให้เด็กหนุ่ม ๓ คนจาก เมืองอเบอร์ดีน รัฐวอชิงตัน ก้าวสู่การเป็นที่จับตามอง ในฐานะร็อคสตาร์ดวงใหม่ ทำให้โลกรู้จักกับคำว่า Seattle Sound และนำไปสู่บทสรุปอันน่าเศร้าของชีวิตนักร้องนำของวง คือ Kurt Cobain

๑๘ ปีที่ผ่านมา สำหรับผมเมื่อมาระลึกถึงมั้นแล้ว อัลบั้มนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยน และสร้างจุดจบให้กับคนๆหนึ่ง ขณะเดียวกันมันก็สร้างจุดเริ่มต้น เพื่อที่จะนำไปสู่จุดจบของตัวเขา และดนตรีที่เขาสร้างขึ้นมาเช่นเดียวกัน เสมือนดังชื่อของวง...

"Purture"  

   
ปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๒
© ๒๕๕๒ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
 
๒๗๒ ถนนพระรามที่ ๖ เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ๑๐๔๐๐
โทรศัพท์ ๐-๒๒๐๑-๕๗๑๘ E-mail : teaar@mahidol.ac.th