คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ข่าวประชาสัมพันธ์

 

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่

 

ผศ.พญ.อรุณี  ธิติธัญญานนท์

ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล

30 เมษายน 2552

 

ไข้หวัดหมู แปลมาจากภาษาอังกฤษว่า Swine influenza (H1N1) ซึ่งเป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ไม่ควรเรียกสายพันธุ์นี้ว่าไข้หวัดหมู แต่ควรเรียกชื่อว่าไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในเม็กซิโก ซึ่งในทางวิชาการเรียกว่าเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ แคลิฟอร์เนีย 04 2009 (A/California/04/2009) ที่พบใน หมู

โดยปกติไข้หวัดใหญ่ที่พบในหมูมีโอกาสที่จะติดต่อมายังคนได้บ้าง แต่มีโอกาสต่ำ และส่วนใหญ่มักจะมีประวัติสัมผัสหมูที่เป็นไข้หวัดใหญ่ ในปี 2004 ถึง 2009 ผู้ที่ติดเชื้อจากหมูโดยตรงในประเทศสหรัฐอเมริกามีเพียง 12 คน  และเชื้อดังกล่าวไม่ติดต่อจากคนไปสู่คน หรือติดต่อไปได้ยาก

            จากการตรวจสารพันธุกรรมของเชื้อไข้หวัดใหญ่ ที่ระบาดในเม็กซิโก และทวีปอเมริกาเหนือในขณะนี้ พบว่าเชื้อไข้หวัดใหญ่ ทุกยีน เป็นเชื้อในกลุ่ม Swine influenza  แต่มีลักษณะของการผสมกัน แบบ reassortment  ของไข้หวัดใหญ่ในหมูต่างจากสายพันธุ์อเมริกาเหนือและ สายพันธุ์ยุโรป  ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยพบเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่มีพันธุกรรมแบบนี้มาก่อน ทั้งในคนและในหมู  ทำให้คนส่วนใหญ่ ไม่มีภูมิต้านทานต่อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ นอกจากนี้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่มีใช้ในปัจจุบัน ก็ไม่สามารถป้องกันเชื้อตัวใหม่นี้ได้  ข้อแตกต่างสำคัญที่ต่างจากไข้หวัดนกของเชื้อตัวใหม่นี้ ก็คือ เชื้อนี้แพร่จากคนไปสู่คนได้ดี โดยจะเห็นว่ามีผู้ติดเชื้อจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยผู้ป่วยไม่มีประวัติสัมผัสหรือเกี่ยวข้องกับสุกร  และการระบาดได้แพร่ออกนอกประเทศเม็กซิโกไปยังสหรัฐอเมริกา แคนาดา และหลายประเทศในยุโรป  และออสเตรเลีย ทำให้องค์การอนามัยโลกประกาศเตือนให้ทุกประเทศ เตรียมรับมือการแพร่ระบาดใหญ่แบบ pandemic influenza ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้มาก

            โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้มีระยะฟักตัว และอาการต่างๆ ไม่ต่างจากไข้หวัดใหญ่ในคน ที่รู้จักกันดี คือ มีระยะฟักตัวประมาณ 1-4 วัน มีอาการไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา เจ็บคอ หรือมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น มีน้ำมูก ไอ หรือหายใจเร็วผิดปกติ ผู้ป่วยที่เสียชีวิต หรือมีอาการรุนแรง สาเหตุเนื่องมาจากปอดอักเสบ หรือติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนในปอด

            การแพร่ระบาดของโรคนี้ ส่วนใหญ่โดยวิธีไอ จาม รดกัน หรือสัมผัสกับเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย สารคัดหลั่งของผู้ป่วย ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังการสัมผัสกับผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติ เดินทางมาจากประเทศที่มีรายงานการระบาดของโรคอยู่ในขณะนี้ อย่างไรก็ดี สามารถใช้ยาต้านไวรัส  Oseltamivir (tamiflu) ที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ ในการรักษาผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ได้ผลดี 

เนื่องจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ ไม่ได้แพร่โดยตรงจากหมู การสัมผัสเนื้อหมู หรือการบริโภคหมู จึงไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการระบาดของเชื้อนี้ในระยะนี้  ขณะนี้สิ่งที่ต้องระวังคือ การสัมผัสกับผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัดใหญ่ ที่อาจจะได้รับเชื้อสายพันธุ์ใหม่นี้มาจากประเทศที่เกิดการระบาด  ในขณะนี้ผู้เกี่ยวข้องคงต้องเพิ่มมาตรการในการตรวจหาผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสเชื้อ หรือมีอาการไข้หวัดใหญ่ ที่เดินทางมาจากแหล่งแพร่ระบาด ซึ่งจะต้องได้รับการตรวจยืนยันว่าติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้หรือไม่โดยเร็วและควบคุมเชื้อให้ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ขณะเดียวกันต้องพยายามตรวจสอบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทยว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นมากผิดปกติหรือไม่ เป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ทั่วไป หรือเป็นสายพันธุ์ใหม่ ผู้ที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ถ้าอาการไม่หนัก ควรอยู่บ้านมากกว่าที่จะมาทำงาน เพราะมีโอกาสแพร่เชื้อสู่ชุมชน ควรล้างมือบ่อยๆ และใช้หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น  บุคคลทั่วไปควรสร้างสุขนิสัยที่ดี โดยล้างมือบ่อยๆ ไม่ใช้มือที่ยังไม่ล้างไปจับบริเวณหน้า  ปาก จมูก หรือ ตา หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ชุมนุมชน หรือสถานที่แออัดโดยไม่จำเป็น  หากตัวท่านมีอาการต้องสงสัยหรือพบเห็นผู้ที่เข้าข่ายดังกล่าวจะต้องรีบพบแพทย์โดยเร็ว

            หากเกิดการระบาดแบบ  Pandemic ขึ้นจริง แม้อัตราการตายของโรคนี้จะไม่มากนัก แต่เมื่อมีผู้ป่วยพร้อมกันเป็นจำนวนมาก ก็จะเกิดปัญหาการขาดแคลนบุคลากร อุปกรณ์ยา และความโกลาหล จะเกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ   หากไม่ได้มีมาตรการเตรียมพร้อมที่ดี ขณะนี้องค์การอนามัยโลกประกาศยกระดับการแพร่ระบาดจากระดับ 4 มาเป็นระดับ 5 ซึ่งหากเข้าระดับ 6 เมื่อใดแสดงว่า เกิด pandemic ขึ้นแล้วเต็มรูปแบบ

 

 

 

 

 

 

 

 

272 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400  โทร.  02 201 5070 – 1 และ 02 201 5091 โทรสาร 02 201 5072

วิทยาศาสตร์เป็นเลิศ    เทิดคุณธรรม    ผู้นำการวิจัย